โค้งมหาภัย ชาวบ้านร้องทางโค้งตัวเอส จ.สุรินทร์ ไร้ไฟส่องสว่าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

15 พ.ย. 2564


 

วันที่ 15 พ.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาคม สุขประเสริฐ ชาวบ้านบุอาไร ต.บ้านผือ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ พร้อมชาวบ้านบุอาไรอีกกว่า 10 คน รวมตัวร้องเรียนผ่านสื่อฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก ถนนหลวงหมายเลข 2333 เส้น อ.จอมพระ ไปยัง อ.สนม ช่วงระหว่างปากทางหมู่บ้านบุอาไร ต.บ้านผือ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ฝั่งตะวันออก มีทางโค้ง 2 โค้งติดกันเป็นรูปตัวเอส (S) แคบ ไม่มีไฟส่องสว่างในยามกลางคืน และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยทั้ง 2 โค้งจะมีทาง 3 แยกลงไปอีกหมู่บ้าน ซึ่งหากขับรถมาจากแยกที่ 3 จะเข้าถนนเส้นหลักซึ่งเป็นทางโค้งพอดี จะมีเหล็กกั้นถนนบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น ทั้งรถทางตรงและรถทางแยก ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ โดยห่างออกไปไม่ถึง 50 เมตร เป็นโรงเรียนประถม ชื่อโรงเรียนบ้านบุอาไร ช่วงเลิกเรียนนักเรียนต่างต้องข้ามถนนด้วยความระมักระวังเป็นพิเศษ เพราะรถจะวิ่งมาด้วยความเร็ว และไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกล่วงหน้าว่าเป็นเขตโรงเรียน




นายวุฒิไกร ดาวเรือง เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ บ้านบุอาไร ต.บ้านผือ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ทางชาวบ้านต้องการไฟส่องสว่างถนน เพราะว่าจุดนี้ มีทางโค้ง 2 โค้งติดกันเป็นตัวเอส (s) ถนนก็แคบ ในเวลากลางคืนจะมืดมากเพราะไม่มีไฟแม้แต่ดวงเดียว หากจะมีการขยายถนนและมีไฟส่องสว่างข้างถนน ก็น่าจะดีขึ้น และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากบางคนอาจมาจากต่างถิ่นไม่ชินทาง และมาด้วยความเร็ว อาจหลุดโค้ง หรือชนกันได้ เพราะมีทาง 3 แยกติดกับทางโค้งด้วย อุบัติเหตุปีหนึ่งหลายครั้ง หนักสุดถึงขั้นเสียชีวิต

นายวุฒิไกร ยังกล่าวต่ออีกว่า หมู่บ้านใกล้เคียงมีไฟส่องสว่างทุกหมู่บ้าน ยกเว้นบ้านบุอาไร แม้แต่ตามถนนสี่แยกในหมู่บ้านเองก็แทบจะไม่มีไฟเลย

 

 

 


ทางด้านนายธนาคม สุขประเสริฐ ชาวบ้านบุอาไร กล่าวว่า ปกติแล้วหากเป็นถนน 3 แยกจะไม่มีโค้ง แต่ที่บ้านบุอาไร 3 แยกมีโค้ง หากรถที่มาจากบ้านผือจะออกทางแยกนี้ จะมีเหล็กกั้นข้างทาง ซึ่งบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นของรถทั้ง 2 ฝั่ง รถทางตรงที่จะเข้าโค้งก็อาจจะขับมาด้วยความเร็ว จึงเกิดการชนกันได้ ชาวบ้านจึงได้ตั้งข้อสงใสว่า หมู่บ้านบุอาไร เป็นหมู่บ้านรอยต่อระหว่าง 3 อำเภอ มีอำเภอจอมพระ-ท่าตูม-และอำเภอสนม ทำไมไม่มีการพัฒนาไฟส่องสว่าง โดยที่ตำบลข้างเคียงที่กล่าวมามีหมดแล้ว ซึ่งทางตัวแทนชาวบ้านเองก็เคยร้องขอไปทางหน่วยงานที่รับผิดชอบไปแล้วแต่ไม่มีผล

นายธนาคม ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับทางโค้งจุดนี้ อยู่ติดกับโรงเรียนบ้านบุอาไร ต.บ้านผือ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ป้ายที่แสดงให้เห็นว่ามีโรงเรียนก็ไม่มี ตนจึงอยากให้มีสัญลักษณ์ หรือลูกคลื่นที่ให้คนขับรถสังเกตุได้ว่าทางข้างหน้ามีอะไรเกี่ยวกับเด็กๆ จะต้องชะลอรถ ตนและชาวบ้านจึงอยากจะฝากผ่านสื่อถึงกระทรวงคมนาคม หรือรัฐบาล ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องตาดำๆและเร่งหาวิธีแก้ไข วันนี้ชาวบ้านจึงรวมตัวกันยื่นหนังสือผ่าน สส.จ.สุรินทร์ ขึ้นสู่สภาให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพื่อที่จะได้รับการแก้ไขต่อไป

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สส.พรรคเพื่อไทย เขต.3 จ.สุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากตนได้รับหนังสือร้องเรียนความเดือดร้อนการใช้รถใช้ถนนจากชาวบ้านบุอาไร ต.บ้านผือ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ตนก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาช่วยเหลือพัฒนาต่อไป.

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง ปลัด อบต.บ้านผือ(รักษาการนายก อบต.) อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆว่า ยังไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน สำหรับถนนหลวงเส้นดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ไม่ใช่ของ อบต.

 

ภาพ-ข่าว กฤศดากร กีรติธำรงค์เจริญ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน