พืชผักถูกลง เนื้อหมูต้นทุนสูงขึ้นแต่ยังขายเท่าเดิมที่ตลาดจังหวัดชัยภูมิ

10 พ.ย. 2564


วันนี้(10 พ.ย.2564) จากที่ได้เกิดน้ำท่วมใน จ.ชัยภูมิ ทั้ง 16 อำเภอ และเกิดน้ำท่วมหนักถึง 2 ครั้งในจังหวัดชัยภูมิ เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่าพืชผักทุกชนิดในตลาดเทศบาลเมืองชัยภูมิขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น2-3เท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นผักคะน้ามีการปรับราคาขายที่กิโลกรัมละ 60 บาท กะหล่ำปลีขายกิโลกรัมละ 60 บาท ต้นหอมกิโลกรัมละ 100 บาท ที่แพงสุดเห็นจะเป็นผักชี ที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 - 300 บาท ผ่านไป 1 เดือนหลังน้ำลดชาวบ้านมีการปลูกพืชผักสวนครัวมากขึ้น

 

 

 




ในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีการปรับราคาพืชผักลดลงเช่นกันกว่าครึ่ง ซึ่งบรรดาแม่ค้าที่ขายผักในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิบอกว่า ในช่วงนี้เริ่มมีผักออกสู่ตลาดมากแล้ว ทำให้ราคาผักแต่ละชนิดมีการปรับราคาลงเกือบเท่าราคาปกติแล้ว ทั้งผักคะน้ากลับมาขายที่กิโลกรัมละ 40 บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมละ 40 บาท ต้นหอมกิโลกรัม 60 บาท ส่วนผักชี จากที่ราคากิโลกรัมละ 250 – 300 บาท ขณะนี้ปรับลดลงมาที่กิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งเข้าช่วงหน้าหนาวผักทุกชนิดจะมีราคาถูกกว่านี้อีก เพราะมีชาวบ้านปลูกผักหน้าหนาวมากกว่าเท่าตัว

 

 

 

 


ในขณะที่เนื้อหมูที่หลายจังหวัดมีการปรับราคาสูงขึ้น ขายที่กิโลกรัมละ 170 บาท ในเขียงหมูตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ ยังคงขายราคาเท่าเดิมที่กิโลกรัมละ 150 บาท แม้ต้นทุนรับมาขายจะสูงขึ้นอีก โดยพบว่าเดิมทีราคาสุกรหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 65 - 70 บาท ขณะนี้มีการปรับราคาพุ่งไปที่กิโลกรัมละ 75 บาท แต่ต้องขายเนื้อหมูหน้าเขียงในราคาเท่าเดิมที่กิโลกรัมละ 150 บาท ได้กำไรน้อยลงแต่คงต้องขายราคาเท่าเดิม เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจยังไม่ดี หากปรับราคาเนื้อหมูสูงขึ้นกว่านี้ คาดว่าลูกค้าน่าจะหายหมด ยอดขายน้อยลงอย่างแน่นอน จึงอยากให้มีการปรับราคาสุกรมีชีวิตลง เพื่อที่ราคาขายเนื้อหมูที่หน้าเขียงจะได้ถูกลงตามไปด้วยต่อไป 

 

 

ภาพ/ข่าว : นที นิลกลัด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยภูมิ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน