“เจ้าทุกข์ชาย-หญิง 4 ราย โร่แจ้งความจับ เจ๋ง สุดแสบ” อดีตพนักงาน หลอกฝากลูก-หลาน เข้าทำงานการรถไฟฯ (มีคลิป)

9 พ.ย. 2564

“เจ้าทุกข์ชาย-หญิง4 ราย โร่แจ้งความจับ นายเจ๋ง สุดแสบ” อ้างรู้จัก!  "ผู้ใหญ่ฯ การรถไฟแห่งประเทศ ไทย" สามารถฝากคนเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานและลูกจ้างโดยไม่ต้องสอบ พร้อมเรียกร้องค่าวิ่งเต้นเกือบ 800,000 บาท ความแตกรู้ว่าถูกหลอก หลังผู้ว่าการรถไฟฯมีหนังสือแจ้งไล่ออกจากพนักงาน ในสังกัดศูนย์ลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ สืบเบื้องลึกพบมีปัญหาการเงินโยงเจ้าหน้าที่คนในและคนนอกเกี่ยวข้อง คาดมีเจ้าทุกข์มากกว่า 10 ราย รอให้ตำรวจขยายผลผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 64 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ นางกิ่งนภา อายุ 56 ปี พร้อมด้วย นางวาสนา   อายุ 67 ปี นางอัญชลี  อายุ 46  ปี  ทั้งหมดเป็นชาวอำเภอลับแล และนายพรมมิน อายุ 64 ปี อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เข้าพบ ร้อยตำรวจโทหญิง (ร.ต.ท.หญิง) กรองทอง  แสงศิริ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ แจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับนายเจ๋ง อดีตช่างฝีมือ 5 สังกัดแขวงโรงงานอุตรดิตถ์ กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ ศูนย์ลากเลื่อนฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกล่าวหาว่า หลอกให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการวิ่งเต้นเข้าทำงานเป็นพนักงานและลูกจ้าง ในพื้นที่อุตรดิตถ์และแพร่ ตั้งแต่ 70,000 -320,000 บาท โดยไม่ต้องสอบ ผู้เสียหายรวม 4 ราย สูญเงิน รวมจำนวนทั้งสิ้น 744,000 บาท เหตุเกิดที่ กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

โดยมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินผ่านสมุดบัญชีธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ เข้าสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทยของนายเจ๋ง รวมถึงคลิปวิดีโอและคลิปเสียงการสนทนาพูดคุยระหว่างนายเจ๋งกับผู้เสียหายทุกราย ที่กล่าวอ้างว่าสามารถฝากเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆอาทิ เสมียนบัญชี กองการรถไฟอุตรดิตถ์, พนักงานเทคนิค4 กองการรถไฟอุตรดิตถ์,เจ้าพนักงานระดับ6 ภายในศูนย์ปฏิบัติการการเดินรถ ภาค3 จ.อุตรดิตถ์ และ ตำแหน่งเสมียนประจำสถานีรถไฟบ้านปิน ต.บ้านปิน อ.ลอง  จ.แพร่, ลงแฟลชไดร์ฟ ส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

นางกิ่งนภา กล่าวว่า นายเจ๋ง มาหลอกลวงว่าสามารถฝากลูกสะใภ้ ให้เข้าทำงานบรรจุเป็นเสมียนบัญชี กองการรถไฟอุตรดิตถ์ ซึ่งมีตำแหน่งงานว่างอยู่ โดยไม่ต้องผ่านการสอบบรรจุตามขั้นตอนเหมือนบุคคลทั่วไป จะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 แต่จะต้องจ่ายเงินเงิน จำนวน 320,000 บาท เพื่อเป็นค่าวิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งตามที่ต้องการ ได้เรียกร้องขอเงินสดเพื่อเป็นค่าวิ่งเต้น จำนวน 300,000 บาท นัดไปเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จากนั้นโอนเงินไปให้ครั้งแรก 300,000 บาท ที่บริเวณเค้าเตอร์ธนาคาร เจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการโอนเงินให้ ครั้งที่สอง เรียกร้องขอเงินเพิ่มอีก จำนวน 20,000 บาท โอนให้ผ่านทางตู้เอทีเอ็ม ย้ำว่าวันที่ 1 กันยายน 2564 ได้เข้าทำงานอย่างแน่นอน จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2564ที่ผ่านมาลูกสะใภ้ก็ยังไม่ได้เข้าทำงาน จึงเดินทางไปสอบถามเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ เกี่ยวกับการเปิดรับบรรจุพนักงานในตำแหน่งเสมียนบัญชี ตามที่นายเจ๋งกล่าวอ้าง รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ว่า ไม่มีการเปิดรับสมัครหรือสมัครสอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่และพนักงานของการรถไฟอุตรดิตถ์

แจ้งจับ "เจ๋ง สุดแสบ"

ต่อมา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 ได้รับเอกสารเรื่องลงโทษไล่ นายเจ๋ง ตำแหน่งช่างฝีมือ 5 สังกัดแขวงโรงงานอุตรดิตถ์ กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ ศูนย์ลากเลื่อนฝ่ายการช่างกล ออกจากการเป็นพนักงาน เนื่อง จากขาดงาน ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ถึง 13 ตุลาคม 2564 เป็นการขาดงานเกิน 15 วัน ลงนามโดยนายสมพร บุญนวล วิศวกรผู้อำนวยการศูนย์ลากเลื่อน ปฏิบัติการแทน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย  ทำให้แน่ใจและเชื่อได้ว่าถูกนายเจ๋ง หลอกลวงว่าสามารถฝากลูกสะใภ้ เข้าทำงานบรรจุเป็นเสมียนบัญชี กองการรถไฟอุตรดิตถ์ และหลอกให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการวิ่งเต้น เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 320,000 บาท จึงมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายเจ๋งตามกฏหมายต่อไป

ร.ต.สุวิทย์ ไพเชฐศักดิ์  สามีนางวาสนา  กล่าวว่า ถูกนายเจ๋ง อ้างว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ในกรุงเทพฯ บอกว่าสามารถช่วยน้องสาวของภรรยา ซึ่งอยู่ในตำแหน่งลูกจ้างเฉพาะงานการรถไฟ(ในกรุงเทพแห่งหนึ่ง) ให้เข้าทำงานในตำแหน่งเสมียนประจำสถานีรถไฟบ้านปิน อ.ลอง  จ.แพร่ โดยไม่ต้องสอบ และได้ล้านเปอร์เซ็น จะเข้าทำงานในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยขอค่าดำเนินการวิ่งเต้นเป็นเงิน 70,000 บาท นางวาสนา ผู้เป็นภรรยาจึงโอนเงินให้ไปครั้งแรก จำนวน 50,000 บาท ครั้งที่สอง เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อของนายเจ๋ง  เมื่อถึงวันเวลาดังกล่าวก็เงียบหายไป จนกระทั่งมาทราบว่า ถูกไล่ออกจากจากเป็นพนักงานรถไฟ เนื่องจากขาดงานเกิน 15 วัน ทำให้แน่ใจว่าถูกหลอกลวงเพื่อหวังเอาเงินหรือทรัพย์สิน สืบทราบว่ามีบุคลที่ถูกหลอกลวงในทำนองเดียวกันอีกรวมเป็น 4 ราย จึงรวมตัวกันมาแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับนายเจ๋ง ทั้งนี้ ยังพบว่ามีผู้ถูกหลอกลวงแบบเดียวกันอีกจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าทุกข์วันนี้มีทั้งหมด 4 ราย ถูกนายเจ๋ง ตำแหน่งช่างฝีมือ 5 สังกัดแขวงโรงงานอุตรดิตถ์ กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ ศูนย์ลากเลื่อนฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย หลอกให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการวิ่งเต้นเข้าทำงานเป็นพนักงานและลูกจ้างโดยไม่ต้องสอบ ประกอบด้วย 1.นางกิ่งนภา ถูกอ้างว่าสามารถฝากลูกสะใภ้ เข้าทำงานบรรจุเป็นเสมียนบัญชี กองการรถไฟอุตรดิตถ์ โอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 320,000 บาท, 2.นางวาสนา  อ้างว่าสามารถฝากน้องสาว ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างเฉพาะงานการรถไฟแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯให้ได้เข้าทำงานในตำแหน่งเสมียนประจำสถานีรถไฟบ้านปิน อ.ลอง  จ.แพร่ โอนเงินไปเป็นจำนวน 70,000 บาท, 3.นางอัญชลี อ้างว่าสามารถฝากลูกสาว ให้ทำงานเป็นเจ้าพนักงานระดับ 6 ภายในศูนย์ปฏิบัติการการเดินรถ ภาค3 จ.อุตรดิตถ์ โอนเงินเป็นเงินจำนวน 250,000 บาท 4.นายพรมมิน อ้างว่าสามารถฝากลูกชาย ทำงานเป็นลูกจ้างเฉพาะงานการรถไฟแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สามารถช่วยเข้าทำงานเป็นพนักงานเทคนิค4 กองการรถไฟอุตรดิตถ์ โอนเงินไปให้ จำนวน 104,000 บาท รวมเงินที่เจ้าทุกข์ทั้ง 4 รายโอนเงินไปให้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 744,000 บาท

แหล่งข่าจากแขวงโรงงานอุตรดิตถ์ กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ทางผู้บังคับบัญชารับทราบถึงพฤติกรรมของนายเจ๋ง มีการหลอกลวงเจ้าทุกข์หลายรายสามารถฝากลูกหลานเข้าทำงานในการรถไฟแห่งประเทศไทยในตำแหน่งต่างๆได้ บางรายก็มีข้อมูลส่งให้เป็นหลักฐาน บางรายก็ไม่มีหลักฐาน ระยะเวลาที่ก่อเหตุส่วนใหญ่จะตรงกับช่วงเวลาที่ไม่ได้มาทำงานหรือขาดงานเป็นเวลาหลายวัน ทางผู้บังคับบัญชาเสนอแนะให้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ ให้เอาผิดในคดีนี้โดยตรง เนื่องจากเป็นความผิดส่วนบุคคล หากการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยคนใด ทางผู้บังคับบัญชาก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน พร้อมมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม เบื้องต้นทราบว่ามีการแอบอ้างอ้างชื่อหน่วยงานของรถไฟหลายหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย


นายเจ๋ง ไม่มาทำงานตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา เป็นเวลา 46 วัน คิดเป็น 28 วันทำการถือขาดงานเกิน 15 วัน โดยไม่แจ้งให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ทางหัวหน้าแขวงได้ติดต่อให้กลับเข้าทำงาน 3 ครั้ง ทั้งทางจด หมาย ทางไลน์และผ่านผู้ปกครอง เจ้าตัวก็ยังนิ่งเฉย จึงแจ้งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงรับทราบ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการลาและขาดงานเกิน 15 วัน โดยไม่มีเหตุผล จึงลงโทษด้วยการไล่ออกโดยไม่ต้องมีการสอบสวน

จากการสืบทราบเชิงลึกทราบว่าเจ้าตัวมีปัญหาเรื่องการเงิน ทำให้เกิดพฤติกรรมตามที่เจ้าทุกข์หลายรายร้องมา โดยมีเจ้าหน้าที่บางคนผสมโรงร่วมกับคนนอกเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เราคงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด คาดว่าน่าจะมีเจ้าทุกข์มากกว่า 10 รายขึ้นไป แหล่งข่าวจากแขวงโรงงานอุตรดิตถ์ กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ คนเดิมกล่าว

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน