รอง ผบ.ตร.รุดแถลงผลการจับเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลเถื่อน 4 แสนลิตร

19 ต.ค. 2564


เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ใน ฐานะ ผอ.ศปนม.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเถื่อน พร้อมด้วยของกลางเรือบรรทุกน้ำมัน เหนือสมุทร  9 ชื่อตาม ทะเบียนเรือ ชื่อว่า เทคซ่า ซึ่งจดทะเบียนชื่อ เทคซ่า ซึ่งเป็นเรือบริการรับของเสีย ทะเบียน 465000132 เป็นเรือสัญชาติไทย ในระวางหัวเรือพบน้ำมันดีเซลเหลวบรรจุอยู่จำนวน 400,000 ลิตร และคุมตัวนายสุวรรณ อินทองปาน อายุ 56 ปี นายท้ายเรือ และนายมนตรี สุขจิตร อายุ 41 ปี นายช่างกลเรือ นายสุริยันต์ เมฆแสน อายุ 34 ปี และนายพุทธรักษ์ ซุยเสนา อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกเรือ โดยจับกุมได้ขณะลอยลำอยู่บริเวณที่เกิดเหตุบริเวณใกล้เกาะสีชัง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา




พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลเถื่อนเข้ามาเพื่อจำหน่ายในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนที่จอดลอยลำอยู่บริเวณใกล้เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี จึงนำได้นำเรือตรวจการณ์ 631 พร้อมกำลังพลออกลาดตระเวน เข้าตรวจสอบ ได้พบเรือบรรทุกน้ำมันหัวเก๋งสีขาว สะพานเดินเรือสีดำ ชื่อเรือ เหนือสมุทร 9 จอดลอยลำอยู่บริเวณดังกล่าว  เจ้าหน้าที่ จึงเข้าทำการตรวจสอบ บนเรือพบ นายสุวรรณ อินทองปาน ซึ่งเป็นนายท้ายเรือลำดังกล่าว พร้อมลูกเรืออีก 3 คน อยู่บนเรือลำลังดังกล่าวและจากการตรวจสอบพบน้ำมันดีเซล ประมาณ 400,000 ลิตรอยู่ในช่องระวางหัวเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการได้มาของน้ำมันดังกล่าว แต่นายสุวรรณ ไม่สามารถนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงนำเรือลำดังกล่าวมาทิ้งสมอ บริเวณปากคลองสรรพสามิต ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และได้ประสานกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมทำการตรวจสอบสารมาร์คเกอร์ ผลการตรวจสอบพบว่ามีค่าสาร มาร์คเกอร์ 27 หน่วย ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายส่งออกต่างประเทศเท่านั้น โดยน้ำมันเหล่านี้ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตแล้ว เมื่อนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ผ่านพิธีทางศุลกากรถือว่าเป็นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ผิดกฎหมายจึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ด้าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า สำหรับกรับกระบวนการของกลุ่มนี้พบจะนำเรือ ไปรับน้ำมันจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนที่จะกลับเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย หากไม่ถูกจับกุมทางกระบวนการนี้ก็จะนำไปส่งต่อให้กับรถบรรทุกน้ำมันไปจำหน่ายตามปั้มน้ำมัน หรือเรือ และลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมันดีเซลตามมาตรฐานในประเทศไทย โดยจะจำหน่ายในราคาประมาณ 15-16 บาท สำหรับกระบวนการมีแผนประทุษกรรมนั้นเป็นแบบเดียวกันกระบวนการที่เคยถูกจับกุมกว่า 1.2 ล้านลิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทางผู้บัญชาได้กำชับให้เร่งสืบสวนและติดตามกระบวนการให้ถึงที่สุดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ - ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน