ไฟไหม้อาคารฝ่ายผลิตของโรงไฟฟ้าพระนครใต้หลังเก่าโชคดีดับเพลิงฉีดน้ำสกัดทัน

8 ต.ค. 2564


เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 8 ตุลาคม 2564 พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เมฆษา สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ซึ่งอยู่ในซอยบางโปรง ต.บางโปรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจาก อบต.บางโปรง และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 20 คันเดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้พบกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากอาคารที่มีเครื่องจักรในกระบวนการผิตกระแสไฟฟ้าที่ปลอดระวางไปแล้วและอยู่ในระหว่างการแยกชิ้นส่วนเครื่องจักรออกจากอาคาร ได้พบกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากด้านในอาคารส่วนตัวต้นเพลิงอยู่ทางด้านหลังอาคารซึ่งเป็นตั้งเครื่องจักรได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้เครื่องจักรที่บางส่วนถูกตัดแยกออกมาบ้างแล้วอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงแต่ไม่สามารถดับเปลวไฟได้เนื่องจากในที่เกิดเหตุมีน้ำมันเครื่องบางส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเปลวเพลิงกลายเป็นสีฟ้าซึ่งมีความร้อนสูงกว่าปกติ ขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าทำการฉีดน้ำสกัดเพลิงได้เกิดสำลักควันถูกหามส่งโรงพยาบาลจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอน้ำยาโฟมเข้ามาช่วยในการดับเปลวไฟใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้และสงบลงในเวลาต่อมา แต่ต้องฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลาเนื่องจากเกรงว่าความร้อนจากด้านล่างจะทำให้เกิดเปลวไฟลุกขึ้นมาอีก




จากการสอบถามพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนงานที่เข้ามารับเหมารื้อถอนเครื่องจักรซึ่งเป็นเครื่องควบแน่นไอน้ำที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่ถูกปลดระวางไม่ได้ใช้งาน โดยกำลังช่วยกันใช้อุปกรณ์แก๊สตัดแยกชิ้นส่วนเครื่องจักรซึ่งเป็นโลหะสะเก็ดไฟน่าจะกระเด็นตกลงไปลุกไหม้ยางเก่าที่อยู่ด้านล่างหรือนำมันหล่อลื่นที่ค้างอยู่จึงทำให้เกิดไฟลุกไหม้ดังกล่าว

ด้านนายวีระพงษ์ ประสาทศิลปิน ผู้อำนวยการภาวะฉุกเฉินโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ได้เปิดเผยว่า หลังการประชุมว่า สำหรับตัวอาคารดังกล่าวทางโรงไฟฟ้าได้ปลดออกจากระบบหรือปลดระวางแล้ว อยู่ระหว่างให้บริษัทที่มารับเหมารื้อถอนอุปกรณ์และขนย้ายวัสดุออกจากในอาคาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนโลหะประเภทไททาเนี่ยม เพื่อปรับพื้นที่ จึงไม่กระทบกับกระบวนการผลิตไฟฟ้าและการจ่ายไฟแต่อย่างใด ส่วนผลกระทบจากกลุ่มควันนั้น ทางโรงไฟฟ้ายืนยันว่า บริเวณเพลิงไหม้นั้นไม่มีสารเคมีและวัตถุอันตรายแต่อย่างใด มีเพียงกลุ่มควันที่อาจกระทบต่อระบบทางเดินหายใจบ้าง


ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า น่าจะเกิดจาการทำงานการรื้อถอนของบริษัทที่เข้ามารับเหมาตัดแยกเครื่องจักร ที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดแก๊สเข้ามาช่วยในการแยกชิ้นส่วนของเครื่องจักรซึ่งมีขนาดใหญ่ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนงานของบริษัทดังกล่าวกำลังช่วยกันตัดแยกชิ้นส่วนของเครื่องจักอยู่คาดว่าน่าจะเกิดจากความร้อนที่สะสมและกระเด็นไปถูกน้ำมันหล่อลื่นจึงทำให้เกิดการลุกไหม้ก่อนที่ลุกลามไปยังจุดต่าง ๆ  ซึ่งจุดที่เกิดไฟลุกไหม้นั้น เป็นเครื่องจักรที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งเป็นโลหะแต่วัสดุที่ติดไฟได้นั้นได้ทำการขนยายอกไปเกือบหมดแล้ว  ส่วนสถานการณ์ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ส่วนกลุ่มควันและกลิ่นยังอยู่ในเฉพาะจุดเกิดเหตุเท่านั้น ยังไม่กระทบออกไปด้านนอก เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นเพียงระสั้นๆ แต่หลังจากนี้จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ออกไประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและทำความเข้าใจต่อไปอย่างไรก็ตามจะได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ - ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน