ชูสร้างแบริเออร์ แก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินชาวบ้าน

5 ต.ค. 2564


วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการป้องกันแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินและเยียวยาผลกระทบจากภัยช้างป่าอย่างเป็นธรรม นำโดยนายจารึก ศรีอ่อน และคณะ เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า ที่อำเภอกุยบุรี ในวันที่ 3-4 ตุลาคม 64 โดยวันแรกเดินทางไปที่ จุดตรวจห้วยลึก อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ม.7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมีนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี น.ส.สุพร พลพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่จากชลประทาน  ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ตำรวจ และชาวบ้านเข้าร่วมหารือ




ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้นำเสนอลักษณะภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ที่รับผิดชอบ และนำเสนอการจัดการและการป้องกันช้างป่าบุกรุกที่ทำกินพืชไร่ของราษฎร โดย น.ส.สุพร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกล่าวว่า มีช้างป่ากุยบุรีที่หากินอยู่ในพื้นที่ของอุทยาน โดยไม่ได้ออกข้างนอก จำนวนกว่า 300 ตัว และมีช้างจำนวนประมาณ 50 ตัวเท่านั้น ที่มักออกไปหากินด้านนอก ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามและพูดคุยถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จากนั้นเดินทางไปดูคูกั้นช้างที่ทางอุทยานได้จัดทำขึ้น ซึ่งพบว่า ต้องมีการซ่อมบำรุงกันบ่อยครั้ง เนื่องจากช้างมีความพยายามที่จะข้ามให้ได้

ต่อมาได้เดินทางไปยังอ่างเก็บนำบ้านย่านซื่อ ม.9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี เพื่อตรวจสอบพื้นที่ หลังเคยมีรายงานว่า ช้างป่าลงมาหากินในอ่างเก็บน้ำ จนชาวบ้านแห่กันมาดู และหวังเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยมี นายยุทธนา อรรณพเพชร ผู้ใหญ่บ้านรอต้องรับ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการสอบถามถึงปัญหาต่างๆที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นข้อมูลในการหารือร่วมกับส่วนราชการและส่วนที่เกี่ยวข้องในวันรุ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2564 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการป้องกันแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินและเยียวยาผลกระทบจากภัยช้างป่าอย่างเป็นธรรม ลงพื้นที่พบชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ม.9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าจำนวนหลายหมู่บ้านเข้าร่วมในการให้ข้อมูล

ซึ่งทางด้านคณะกรรมาธิการได้บอกกับชาวบ้านว่า หลังจากที่ร่วมหารือจากหลายภาคส่วนมีแนวคิดที่จะทำแบริเออร์กันช้าง โดยมีลักษณะคล้ายกับคูกันช้าง แต่มีการบดอัดดินในคูและมีการเทด้วยคอนกรีต ขอบด้านบนจะมีการทำเป็นถนน ที่มีการบดอัดอย่างดี และสามารถใช้เป็นถนนตรวจการณ์ได้ โดยในส่วนของบางพื้นที่ ที่ติดชายเขา ที่ไม่สามารถสร้างแบริเออได้ ก็อาจต้องใช้วิธีสร้างรั้วถาวร ซึ่งอาจจะต้องมีการกินเนื้อที่ของชาวบ้านบ้าง แต่ก็จะมีการชดใช้ค่าเสียหายตามลักษณะของพืชที่ปลูก โดยจะใช้หลักการชดใช้ค่าเสียหายตามแบบของกรมชลประทาน ซึ่งจะจ่ายในราคาที่น่าจะเป็นธรรมกับชาวบ้านที่สุด

สำหรับในการร่วมรับฟังปัญหาครั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เปิดให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งทางด้าน ด.ต.ประเจียด ปานทอง หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่า ถึงเวลานี้ ทางชาวบ้านต้องการให้ทางภาครัฐลงมาช่วยเหลืออย่างจริงจัง โดยจะใช้วิธีสร้างแบริเออร์ หรือรั้วถาวรก็ตาม แค่อยากให้มีการลงมือทำ ไม่หายไปเหมือนกับอดีตที่ผ่านมา

จากนั้นก็เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดกันระหว่างชาวบ้านและคณะกรรมาธิการโดยทางด้านนายจารึกรับปากว่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้รับฟังในวันนี้ จะนำไปสรุปและนำเสนอต่อสภาเพื่อขออนุมัติในการตั้งงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนต่อไป เพราะถือว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากชาวบ้านหนักขึ้นทุกวัน อีกทั้งยังไม่มีการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ครั้งนี้คาดว่าอีกไม่นานชาวบ้านจะต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมต่อไป

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา จ. ประจวบคีรีขันธ์

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน