หน่วยกู้ภัยอยุธยา ยื่นมือช่วยเหลือ น้องเค้ก เด็กน้อยวัย15 ถูกหลอกซื้อโทรศัพท์เครื่องเปล่า

26 ก.ย. 2564


คืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้เดินไปที่บ้าน   นางสาวเพชรรัตน์ หมึกหอม อายุ 37 ปี และ น้องเค็กอายุ 15 ปี ที่สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วได้มาไม่ตรงรุ่นแถมแบตเตอรี่ก็ไม่มี และได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยาจุดอุทัย ที่ กำลังยืนพูดคุยกับแม่และน้องเค้ก ถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับ น้องเค้ก เพื่อเอาไว้ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ สานฝันที่ตนเองที่อยากได้ นายปัญญา   ชูมะณี   เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ จุด อุทัย เผยว่า ตนเองและกลุ่มเจ้าหน้าที่ได้ดูข่าวสารและเกิดความสงสารน้องเค้กซึ่งเป็นเด็กดีหางินเลี้ยงครอบครัวแต่ต้องมาเจอกับมิจฉาชีพจึงได้รวบรวมเงินในกลุ่มของเจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุด อุทัย เป็นจำนวนเงิน 3,700 บาท เป็นตัวแทนนำเงินมามอบให้น้องเค้ก เพื่อเป็นการปลอบใจ เป็นกำลังใจ และ อยากให้น้องเค้กนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ตามฝันที่น้องต้องการ 




ทางด้าน  นางสาวเพชรรัตน์    แม่ของน้องเค้กกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยาอย่างซาบซึ้ง ใน น้ำใจอันดีงาม ที่มีต่อครอบครัวของตนเอง พร้อมเปิดใจเผยกับผู้สื่อข่าวว่าหลังจากมีข่าวออกไปนั้นมีผู้มาแสดงความคิดเห็น ต่อว่าตนว่าทำไมถึงโง่จัง เห็นของถูกหรือเปล่า บางคำก็เขียนว่าสมควรแล้ว พอ ตนอ่านข้อความแล้วรู้สึกสะเทือนใจเสียใจเป็นอย่างมาก และได้เขียนตอบกับไปว่า ลูกสาวของตนนั้นมีเงินเพียง 1,500 บาทและเป็นเงินที่เก็บมาได้และก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ซื้อไปนั้นจะถูกหลอกลวงไม่มีเจตนาที่จะ เห็นว่าเป็นของถูก เพราะกำลังทรัพย์เรามีแค่นี้ จึงอยากวิงวอน ทุกคนอย่าซ้ำเติม ครอบครัว ตนเองอีกเลยเพราะทุกวันนี้สภาพจิตใจจ้องเค้กก็ ย่ำแย่ เอาแต่ร้องไห้และเสียใจ ตนก็ปลอบใจอยู่ทุกวัน บางครั้งก็แอบร้องไห้อยู่คนเดียว เพราะสงสารลูก ส่วนทางบ้าน ก็ได้น้องเค้ก เป็นเสาหลัก ออกไปหารับจ้างหาเงิน พอได้เงินมาก็เอามาซื้อของ ให้แม่เปิดร้านขายของอยู่บ้านและให้ดูน้อง ไม่อยากเห็นแม่ลำบากและเหนื่อย และยอมที่ไม่เรียนหนังสือ  ทุกวันนี้ หลังจากกลับมางานประจำน้องก็จะออกไปเก็บ สายบัวและผัก ไปขายตามบ้านเพื่อหารายได้เสริม ส่วนเรื่องทางคดีความนั้นตั้งแต่เกิดเรื่องจนก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.อุทัย พนักงานสอบสวนก็นัดให้พาน้องเค้กไปให้ปากคำ แต่เนื่องด้วยน้องเค้กต้องทำงานจึงยังไม่ได้ ไปให้ปากคำ ด้านน้องเค้ก เปิดเผยถึงความรู้สึก ที่มีอยู่เพียงแค่ว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังอยากได้เงินของหนูคืน หนูทำมาหากินเก็บเงินเพื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องแรกแต่ก็ต้องมาถูกหลอกลวง และหนูก็สงสารแม่ ไม่อยากซื้อโทรศัพท์ที่มันแพงเก็บเงินไว้ซื้อของเข้าร้านเพื่อให้แม่เอาไว้ขาย


ต่อมาทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจได้พาน้องเค้กไปที่ร้านโทรศัพท์มือถือ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านดีดีแลนด์ เพื่อไปตรวจสอบและสอบถามเจ้าของร้านให้ดูว่าโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นของจริงหรือไม่โดย เจ้าของร้านได้สอบถามน้องเค้ก ว่า ตอนที่สั่งซื้อได้สั่งซื้อโทรศัพท์รุ่นนี้หรือไม่และ สอบถามถึงคุณสมบัติว่าโทรศัพท์นั้นใช้โทรศัพท์อย่างเดียวหรือเล่นอินเตอร์เน็ตได้ด้วยหรือไม่ น้องเค้กจึงตอบไปว่าโทรศัพท์ที่สั่งนั้นสั่งรุ่นนี้ แต่สั่งหน้าจอ 5.5 ได้หน้าจอมา 5 นิ้ว และได้สั่งว่าเล่นอินเตอร์เน็ตได้ด้วย ทางร้านเลยสรุปว่า สิ่งที่น้องเค้กสั่งนั้นถือว่า ทางร้านส่งมาให้ทุกรุ่น แต่ ไม่ตรงกับคุณสมบัติที่แจ้งไว้ อีกทั้งแบตเตอรี่ก็ยังไม่มีให้ ก็ถือว่า เป็นการหลอกลวง จึงอยากฝาก ผู้ปกครองหรือ ผู้ที่คิดจะซื้อโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆ ให้ดูว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่หรือมีงบประมาณเท่าไหร่ ให้ไปปรึกษาที่ร้าน มือถือโดยตรงดีกว่า เผื่อจะมีคำแนะนำ ที่ดีและตรงกับ ความ ใช้งาน ที่เราต้องการ

ภาพ-ข่าว      สุรัตน์ ชัยกุลเทวินทร ผู้สื่อข่าว จ.พระนครศรีอยุธยา




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง