ผู้ใหญ่ต้นแบบ นำลูกบ้านทำการเกษตรแบบพลิกแพลง เปลี่ยนศัตรูพืชเป็นรายได้

25 ก.ย. 2564


วันที่ 24 กันยายน 2564 ที่จังหวัดนครพนม นายคูณ  สีหาราช เปิดเผยว่า ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 บ้านโพธิ์ตาก ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอเมืองนครพนม ปกติที่ว่างจากการทำหน้าที่ก็จะเข้าสวนทำการเกษตรและทำนากับภรรยา ซึ่งในสวนจะปลูกพืชหลากหลายอย่าง ที่มีทั้งพืชกินใบ กินผล และไม้ยืนต้น รวมถึงมีการเลี้ยงปลา ไก่ เป็ดไว้กินด้วย ในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้จึงไม่เดือดร้อนในเรื่องของอาหารเพราะมีทุกอย่างให้เลือกกินได้ในแต่ละวันตามความชอบ ที่เหลือก็นำไปช่วยงานบุญในหมู่บ้าน นำไปแจกจ่ายให้ลูกบ้านที่เดือดร้อน และนำไปขายเป็นรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว ปกติการเก็บผลผลิตมาขายจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 400 - 500 บาท ผลผลิตส่วนใหญ่ที่นำไปขายในแต่ละวันมักจะไม่พอกับความต้องการของลูกค้า เนื่องจากเราเก็บจากต้นแล้วนำไปขายทันทีทำให้มีความสด ใหม่ ที่สำคัญคือปลอดสารพิษ จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้า บางคนสั่งมา 1-2 กิโลกรัม แต่พอเอาไปส่งเห็นว่าสด สวย น่ารับประทานก็เอาเพิ่มจนปัจจุบันต้องมีการสั่งจองล่วงหน้า 

 




และในช่วงที่ผ่านมาไม่นานก็มีการเลี้ยงหอยเพิ่มขึ้นมา เนื่องจากมองว่าตลาดมีความต้องการสูง ที่สำคัญคือเลี้ยงง่ายไม่ต้องลงทุนเยอะ ไม่ว่าจะเป็นหอยขม หอยปัง และเมื่อสามารถจำหน่ายได้ก็มีการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหอยเชอรี่ที่เป็นศัตรูพืชกัดกินต้นข้าวในนาว่าแม่ค้าต้องการไหม ซึ่งพอได้รับคำตอบว่าต้องการ ก็ได้มีการพลิกแพลงศัตรูพืชชนิดนี้มาเป็นโอกาสและรายได้ทันที โดยได้ออกไปหาตามท้องไร่ท้องนามาเพาะเลี้ยงอย่างจริงจังทำให้ตอนนี้มีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งพอจับหอยมาได้จะเอามาอนุบาลในบ่อก่อน พอโตใกล้จะเริ่มวางไข่ก็นำไปเลี้ยงในบ่อน้ำเลี้ยงปลาที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมของบจากห้างเซ็นทรัลมาขุดให้แบบฟรีๆ เพราะเห็นว่าตนเองทำเกษตรจริงและอยากให้เป็นต้นแบบให้ลูกบ้านได้เห็น


ว่าเราสามารถอยู่ได้อย่างสบาย มีแหล่งอาหารที่พร้อมตลอดเวลา ไม่เดือนร้อนไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ซึ่งการเลี้ยงจะใช้เวลาอยู่ประมาณ 3 เดือนก็จำหน่ายได้แล้วในราคากิโลกรัมละ 70 - 120 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของหอย เช่น หอยปังกิโลกรัมละ 120 บาท หอยขมกิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนหอยเชอรี่กิโลกรัมละ 70 บาท เมื่อได้เงินมาก็จะให้ภรรยาทำบัญชีรายรับรายจ่ายในครัวเรือนไว้ ทำให้รู้ว่าแต่ละวันเราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เมื่อมามองย้อนกลับไปเราจะได้รู้ถึงจุดที่เราต้องปรับปรุงตัวเอง ว่าเราสามารถประหยัดตรงไหนได้บ้างจากที่เป็นอยู่ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาให้การสนับสนุนเพราะเป็นการเพิ่มโอกาสในการหารายได้ให้กับครอบครัว ที่สำคัญคือเราได้เป็นต้นแบบให้คนในชุมชนได้เห็นและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วย

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน