ญาติรับร่างหนุ่มบิ๊กไบค์กลับบ้านเกิดบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

25 ก.ย. 2564


วันที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 12.00 น.  จากกรณีเจ้าของร้านถ่ายเอกสาร ย่านวงเวียนใหญ่ หนุ่มใหญ่วัย 32 ปี  ซึ่งได้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ บิกไบค์ ถูกรถนั่งส่วนบุคคล ชนอย่างแรงจนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตพุ่งเข้าไปชนกับร้านจุฬาหูฉลาม ถนน ราชพฤกษ์ แขวง บุคคโล เขต ธนบุรี กรุงเทพมหานคร แล้วทางร้านก็ได้รับความเสียหาย และ คู่กรณีพยายามหลบหนีจนมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์พอดีติดตามแล้วไปแจ้งกับตำรวจสายตรวจช่วยจับกุมเอาไว้ได้ ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเจ้าของร้านถ่ายเอกสาร อยู่แถวย่านวงเวียนใหญ่ ต้องมาเสียชีวิตด้วยวัยเพียงแค่ 32 ปี ซึ่งนำมาซึ่งความเสียใจกับทางญาติพี่น้อง และ เพื่อนๆที่มาคอยรับร่างผู้เสียชีวิตในวันนี้ ต่างก็ยังคงพูดคุยกันในเรื่องของผู้ตายที่เป็นคนดีคนนึง แล้วเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เป็นที่รักของเพื่อนฝูง และ ญาติพี่น้องทุกๆคน

 




ส่วนในวันนี้ทางญาติมาขอรับศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่วัด บ้านเปือย ตำบล พรหมสวัสดิ์ อำเภอ พยุห์ จังหวัด ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต ส่วนของเรื่องการที่จะประกอบพิธีศพ กี่วันนั้นทางญาติเผยว่าวันนี้จะรับกลับบ้านก่อน และจะไปอัญเชิญวิญญาณ ที่จุดเกิดเหตุ แล้วจะมุ่งหน้าตรงไปที่วัดบ้านเปือย แล้วเมื่อไปถึงที่วัดจะปรึกษากันอีกครั้งว่าจะสวดกี่คืน แล้วจะกำหนดการเผาศพกันวันไหน ต้องไปปรึกษากันก่อน และส่วนเรื่องของทางคู่กรณี เบื้องต้นให้การรับสารภาพต่อหน้าพนักงานสอบสวนที่ สน.แล้วว่าเป็นคนผิดจริงๆ ส่วนเรื่องของการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายนั้นก็ขอให้ขึ้นอยู่กับกระบวนการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป   จากการสอบถามแฟนสาว ชื่อคุณ นัดดา  กองคำ  อายุ 31 ปี บอกเล่าว่า ตนคบกับผู้เสียชีวิตมา 10 กว่าปีแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทราบจากมีเพื่อนในกลุ่มมอไซค์ด้วยกันโทรมาบอก และ ได้เห็นคลิปตอนชนแล้วก็เสียใจมาก อยากจะให้ขับขี่รถกันอย่างระมัดระวัง ให้อยู่ในกฎระเบียบ ลดความเร็วลงบ้าง อุบัติเหตุก็จะไม่เกิด ตนไม่รู้หรอกว่าใครมาเร็วกันแค่ไหน ส่วนเรื่องคู่กรณี ให้ทางพี่ชายเค้าเป็นคนจัดการคุยกันเรื่องนี้ เรื่องรับผิดชอบเยียวยา

 


ส่วนพี่ชายคนโตชื่อนาย อารีย์  สุวรรณธิสังข์ อายุ 45 ปี บอกเล่าว่า ตนเห็นคลิปตอนเกิดเหตุแล้ว รู้สึกสะเทือนใจ เสียใจ ว่าตัวน้องปลิวกระแทกแรงขนาดนั้นเลยหรอ ก่อนเกิดเหตุก็คุยเรื่องการเรื่องงานกันปกติ น้องเป็นคนไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เที่ยว หลังจากรับร่างน้องแล้วก็จะนำกลับไปทำพิธีที่บ้านเกิดน้องที่ศรีสะเกษ ได้คุยกับคู่กรณีเมื่อวานแล้วที่ สน. เค้าก็ยอมรับผิดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ และให้ทางเจ้าหน้าที่เค้าดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  และพี่ชายที่สนิทกันตอนเด็กๆชื่อนาย สวัสดิ์ กาละพัฒน์ อายุ 43 ปี บอกเล่าว่า ตนกับน้องที่เสียชีวิต อยู่บ้านใกล้ๆกัน สนิทกัน น้องเค้าจะเป็นคนนิสัยดี บุหรี่ไม่สูบ เหล้าไม่ดื่ม น้องเค้าทำงานที่ร้านปริ้น ถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม พอมารู้ข่าวก็เสียใจมาก ศพน้องก็จะไปทำพิธี ที่ ศรีสะเกษ บ้านเกิดน้องเค้า

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าว คมชัดลึก. กทม.




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน