พืชกระท่อมกู้วิกฤติโควิดชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านยิ้มชื่นมื่นรับเงินล้านต่อเนื่อง

24 ก.ย. 2564


       พืชกระท่อมกู้วิกฤติโควิดชาวบ้านยิ้มรับเงินหมื่นเงินแสนหรือเงินล้านต่อเนื่อง-วอนภาครัฐเมตตาช่วยชาวบ้านอนุญาติให้หาต้นตอพืชกระท่อมขี้หมูในเขตอนุรักษ์โปรดอย่าๆไล่จับกุมดำเนินคดี

               (24 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านในหลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วย อ.เมือง อ.พระพรหม อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.จุฬาภรณ์ อ.ชะอวด  อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดมาอย่างต่อเนื่อง ต่างลืมตาอ้าปากห มีอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำทั่วหน้าหลังจากรัฐบาลปลดล็อคพืชกระท่อมจนชาวบ้านสามารถขายใบพืชกระท่อมได้ รวมทั้งเกิดกระแสความต้องการต้นตอพืชกระท่อมจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งต้นตอที่เสียบยอด เสียตา ติดตา เสียบข้าง หรือต้นเพาะจากเมล็ด ชาวบ้านได้แห่เข้าป่าละเมาะ หรือกลางทุ่งนาเพื่อหาต้นตอพืชกระท่อมขี้หมู่ หรือ ต้นกระทุ่ม” เพื่อนำมาขายจากในระยะแรก ๆ ต้นละ 5-15  บาทตามขนาดลำต้น แต่ในปัจจุบันราคาสูงขึ้นถึงระหว่าง 20-60 บาท และเริ่มหายากมากยิ่งขึ้น   

          




   จากการที่นายนายสติจันทร์ คงแก้ว หรือช่างแจ็ค” นำสื่อมวลชนลงตรวจสอบในพื้นที่ ต.เขาพระทอง ต.นางหลง ต.ขอนหาด และ ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พบว่าชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนหันมาผลิตต้นตอพืชกระท่อมจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง บางหมู่บ้านได้รวมตัวผลิตต้นตอพืชกระท่อมจำหน่าย โดยมีลูกค้าทั้งจากในจังหวัดและต่างจังหวัดเดินทางมาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังจำหน่ายผ่านทางระบบออนไลน์อีกด้วย ทำให้แต่ละครัวเรือนและแต่ละกลุ่มมีรายได้สูงถึงวันละ 15,000-100,000 บาท เฉพาะในพื้นที่หลายตำบล อ.ชะอวด คาดว่ามีเงินจากการซื้อขายต้นตอพืชกระท่อม ใบพืชกระท่อมแล้วหลายสิบล้านบาท และหากรวมเกือบ 10 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราชชมีเงินสะพัดหลายพันแล้ว ส่งผลให้ประชาชนมีวิถีการดำรงชีวิตในช่วงพิษไวรัสวิด-19 ที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

               อย่างไรก็ตามในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์รวมหลายหมื่นไร่ หลังจากชาวบ้านลงถอดต้นตอพืชกระท่อมขี้หมูกลับถูกเจ้าหน้าที่สั่งห้ามและไล่ล่าจับกุมจนชาวบ้านต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน อย่างไรก็ตามหลายคนถูกจับกุมได้ ทางเจ้าหน้าที่นำไปบันทึกและเปรียบเทียบปรับ และสั่งห้ามเข้าไปหาต้นพืชกระท่อมขี้หมูในเขตหวงห้ามเด็ดขาด หากไม่เชื่อฟังจะถูกจับกุมดำเนินคดีส่งฟ้องศาลมีโทษหนักทั้งทางเพ่งและอาญา สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.เคร็ง ต.ขอนหาด และ ต.นางหลง ถึงกับนัดรวมตัวประท้วงต่อต้านเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ ฯ และร้องเรียนผ่านนายพงศกร พรหมนุ้ย หรือ “เอ พรหมนิมิต” ส.อบจ.ชะอวด จนนายพงศธร ได้เข้าเจรากับเจ้าหน้าที่ขอให้เจ้าหน้าที่เห็นใจและเดมตตาชาวบ้านและอะลุ้มอล่วยให้เข้าไปหาต้นตอพืชกระท่อมขี้หมูในพื้นที่เขตป่าพรุควนเคร็ง เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ชาวบ้านสามารถลืมตาอ้าปากได้หลังได้รับผลกระทบต่อเนื่องเกือบ 2 ปีในช่วงโควิด-19ระบาดหนัก

               ทางด้านนายนราวิชญ์ ทองคง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/1 หมู่ 7 ต.นางหลง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนชาวบ้านที่ออกหาต้นพืชกระท่อมขี้หมู และเสียบยอด เสียตาต้นพืชกระท่อมขายใน ต.นางหลงและ ต.ขอนหาด กล่าวว่า หลังรัฐบาลปลอดพืชกระท่อมจากยาเสพติดตนได้ร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มอาชีพขายต้นตอพืชกระท่อมมาเกือบ 1 เดือนแล้ว เริ่มจากการหาต้นตอพืชกระท่อมขี้หมู่ขายและต่อยอดมาเสียบยอด เสียบตา ต้นพืชกระท่อมขายในราคาต้นละ 70-100 บาท แค่กลุ่มต้นกลุ่มเดียวขายต้นตอพืชกระท่อมไปแล้วกว่า 20,000 ต้นรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทนำเงินทำได้มาจัดสรรแบ่งปันกันตามสัดส่วน ทำให้มีรายได้สูงมากกว่าการประกอบอาชีพอื่น ๆ ทุกอาชีพที่ผ่านมา และคาดว่ากระแสการจำหน่ายต้นพืชกระท่อมเสยบยอด เสียบตาจะมีต่อไปอย่างน้อย 2-3 เดือน  แต่ต้นตอพืชกระท่อมขี้หมู หายากมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องเข้าไปหาในพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าพรุควนเคร็ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่จับกุมวิ่งหนีกันหัวซกหัวซุน อยากวิงวอนขอร้องเจ้าหน้าที่ได้โปรดเมตตาเห็นใจชาวบ้านให้ๆได้ประกอบอาชีพทำมาหากิน มีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพราะตกทุกข์ได้ยากต่อเนื่องมาเกือบ 2 ปีแล้ว


              


ในขณะที่นายพงศกร พรหมนุ้ย หรือ “ส.จ.เอ พรหมนิมิต” กล่าวว่า พืชกระท่อมกู้วิกฤติฐานรากของประชาชนได้จริง ๆ ตอนนี้ชาวบ้านมีรายได้ลืมตาอ้าปากได้ ยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะพืชกระท่อมทำให้วิถีการดำรงชีวิตดีขึ้นอย่างผิดหูปิดตา อย่างไรก็ตามต้นตอพืชกระท่อมขี้หมูที่ขึ้นอีกตามธรรมชาติในป่าละเมาะ ในทุ่งนาเริ้มหายากมากขึ้น ราคาซื้อสูงขึ้น ชาวบ้านจึงเข้าไปหาในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งในส่วนที่เป็นป่าอนุรักษ์นับแสนไร่ ซึ่งตามปกติชาวบ้านก็มีวิถีการดำรงชีวิตที่เกี่ยวข้องผูกพันกับป่าพรุควนเคร็งมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตาทวด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ได้เมตตาอะลุ้มอล่วยให้เข้าไปหาต้นตอพืชกระท่อมขี้หมูในพื้นที่เขตป่าพรุควนเคร็ง อย่าถึงกับจัดชุดเจ้าหน้าที่ไล่จับกุมกันเลย เพราะมันไม่ได้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติความเสียหายร้ายแรงแต่อย่างใด  หากจะจับกุมขอแค่เปรียบเทียบปรับครั้งละ 300-500 บาทชาวบ้านพอจะรับได้ อย่าส่งดำเนินคดีขึ้นโรงขึ้นศาลรับโทษรุนแรง จะเป็นการซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และตนอยากจะวิ่งวอนเรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการเขตพื้นที่อนุรักษ์  รวมทั้งอธิบดีและรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายได้โปรดพิจารณาสั่งการในเรื่องนี้ก่อนปีญหาจะลุกลามบานปลายขึ้นได้

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัญหาการจำหน่ายต้นตอพืชกระท่อมของชาวบ้านอยู่ที่การขนส่งทางบริษัทขนส่ง ที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายได้ เช่น ยอดหัก จึงต้องมีกรรมวิธีขนส่งที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน ทำให้ล่าช้า ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จนกระทั้งนายวิทยา สังข์แก้ว หรือ “เซียนสอ วังวัว” ได้คิดค้นวิธีการผลิตต้นตอพืชกระท่อมวิธีการใหม่ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ ขนส่งง่าย ลดความเสียหาย ค่าใช้จ่ายถูกโดยการนำวิธีการเสียบยอดและวิธีการติดตา”มาประยุกต์ เป็นวิธี “การเสียบตา” แช่น้ำหรือใส่ถุงเพาะซำไว้ 5-7 วันเมื่อตาพืชกระท่อมเริ่มแตกก่อนออกยอดก็จะบรรจุกล่องส่งจำหน่ายได้ทันที ซึ่งลูกค้าสามารถนำไปใส่ถุงเพาะต่อหรือแช่น้ำไว้รอเพื่อเตรียมพื้นที่ แต่หากพื้นที่พร้อมก็สามารถปลูกลงดินได้ทันที  และเมื่อลูกค้ารับต้นตอพืชกระท่อม 3-5 วันก็จะแตกยอดพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว หากมีปัญหาแจ้งเคลมได้ทุกต้น  สนใจสอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช โทร/ไลน์ 081-6761299 , 091-0697031.

ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง