พิษโควิด หนุ่มใหญ่อดีตช่างกลึงเครียดตกงานเป็นปี ตัดสินใจผูกคอลาโลก ย่านประชาอุทิศ

14 ก.ย. 2564


วันที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 17.00 น.  พันตำรวจตรี ทนงศักดิ์ ปลั่งกลาง สว.สอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจากการผูกคอ ภายในบ้านของตนเอง ซอย ประชาอุทิศ จึงเร่งรุดจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกำลังอาสาสมัคร มาถึงที่เกิดเหตุพบจุดเกิดอยู่บนดาดฟ้าของบ้านพักอาศัย ภายในซอย ประชาอุทิศ ถนน ประชาอุทิศ แขวง ราษฎร์บูรณะ เขต ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร เป็นลักษณะอาคารพาณิชย์ สูง 2 ชั้น ติดกัน 2 คูหา ส่วนด้านบนเป็นดาดฟ้าดัดแปลงสภาพเป็นลักษณะต่อเติมเพิ่มเป็นห้องเช่า แต่ตอนนี้ไม่มีผู้เช่าอยู่แล้วจึงปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ จากการตรวจสอบแล้วพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา ชื่อ นาย วิศนุ อายุ 52 ปี อดีตช่างกลึงโรงงาน อยู่ในสภาพแขวนคอกับขื่อหลังคาโดยใช้สายไฟฟ้าขนาดใหญ่สีขาว ลักษณะการแต่งกาย สวมเสื้อวอร์มแขนยาวสีกรมท่าคาดแดง กางเกงยีนส์สามส่วน ไม่สวมรองเท้า ในลักษณะการตายห้อยอยู่กับเชือกที่แขวนไว้บนขื่อหลังคาบ้านบริเวณเท้าลอยอยู่เหนือพื้นประมาณ 1 คืบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพภายในที่เกิดเหตุเพื่อเก็บไว้ประกอบสำนวนคดีทางกฎหมายแล้วให้อาสาสมัครช่วยกันตัดสายไฟดังกล่าวแล้วนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาให้แพทย์นิติเวชตรวจสอบเบื้องต้น

 




ส่วนการตรวจสอบของแพทย์นิติเวชภายในที่เกิดเหตุเบื้องต้นภายในร่างกายของผู้เสียชีวิตไม่พบร่องรอยจากการโดนทำร้ายแต่อย่างใด พบแต่เพียงรอยของสายไฟรัดที่คอเป็นรอยแดงเขียวช้ำเพียงเท่านั้น และจากบริเวณโดยรอบพบกระถางต้นไม้ล้มตะแคงคว่ำอยู่จึงคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะใช้ปีนขึ้นไปผูกสายไฟบนขื่อหลังคาดังกล่าวก็เป็นได้ จึงบันทึกภาพภายในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบสำนวนคดี  จากการสอบถามนาย มี่ อายุ 40 ปี  เป็นเพื่อนที่สนิทคุ้นเคย บอกเล่าว่า ผู้ตายเป็นคนเงียบๆ เคยทำงานที่โรงกลึงซอยฝั่งตรงข้าม ออกจากงานมาประมาณปีนึงแล้ว จะพักอาศัยอยู่กับ พ่อแม่ และ น้องชาย ส่วนน้องสาวแยกไปมีครอบครัวจึงพักข้างนอก  ส่วนตนกับผู้ตายจะนั่งดื่มกินที่ร้านปากซอยกันเป็นประจำ เมื่อถามจากพ่อก็ได้ความว่าปกติผู้ตายจะชอบขึ้นไปนั่งเล่นที่ชั้นดาดฟ้าประจำ เมื่อก่อนจะเป็นห้องเช่าแต่ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไรแล้ว เมื่อเช้าผู้ตายกำลังจะเดินขึ้นไปนั่งเล่นที่ดาดฟ้าตามปกติ พ่อเค้าทักถามว่าจะไปไหน ผู้ตายบอกจะไปนั่งเล่น พ่อจึงบอกว่า พ่อให้ 40 บาท เผื่อจะซื้ออะไร แต่ผู้ตายบอก ไม่เอา ยังไม่หิว ไม่อยากกินอะไร แล้วตั้งแต่นั้นก็ไม่เห็นอีกเลย จนเวลาประมาณบ่ายโมง พ่อก็ขึ้นไปตามหา ก็เห็นเป็นแบบนั้นแล้ว

 


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ แพทย์นิติเวช ลงความเห็นพร้อมกันให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาตร์โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปสาเหตุและแรงจูงใจในการเกิดเหตุครั้งนี้ได้ต้องตรวจสอบจากสถานที่เกิดเหตุอีกครั้งอย่างละเอียดและต้องรอผลจากการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดก่อนถึงจะสรุปสาเหตุได้อีกครั้ง

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าว คมชัดลีก. กทม.




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน