เสี่ยใหญ่ถูกโกงหุ้นกว่าร้อยล้าน พร้อมทนายติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีบริษัทคู่กรณี

11 ก.ย. 2564


เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ที่ 10 กันยายน 2564 นายสมบัติ  โรจน์ธนเดช อายุ 55 ปี ผู้ถือหุ้น บริษัท กรีน เพาเดอร์โคทติ้ง  (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยธนสิทธิ์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์  พินทุสรศรี ทนายความ ในคดีลักทรัพย์เครื่องจักรของบริษัท กรีน เพาเดอร์โคทติ้งส์ (ประเทศไทย) ซึ่งถูกบริษัท พ ลักเอาเครื่องจักรไปประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมในโรงงานเถื่อน วันนี้จึงเดินทางมาสอบถามหัวหน้าอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ว่าได้มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำโรงงานผิด พรบ.ปี พ.ศ.2535 อย่างไรและมีการยื่นส่งรายงานของการตรวจสอบเครื่องจักรในคดีลักทรัพย์เครื่องจักรของบริษัท กรีนเพาเดอร์โคทติ้งส์ (ประเทศไทย) ให้เจ้าพนักงานสอบสวนอย่างไรบ้าง เนื่องจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้แจ้งว่า ได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับกากระทำความผิดของบริษัท พ ให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี แล้วแต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ยังไม่ได้รับเอกสารวันนี้จึงพร้อมด้วยทนายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อสอบถามความคืบหน้าของการดำเนินการของทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ

 




นายสมบัติ  โรจน์ธนเดชาพงษ์ ผู้เสียหายได้กล่าว่า ตนได้ฐานะผู้ถือหุ้น บริษัท กรีนเพาเดอร์โคทติ้งส์ (ประเทศไทย) และในฐานะส่วนตัว และผู้ได้รับมอบอำนาจจากนางสามชมพูนุช  วิริยานันทกุล  จึงมีความประสงค์ขอสอบถามว่าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีการมอบอำนาจให้นิติกร มาดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท พ หรือยัง และดำเนินการอย่างไรก็บริษัท พ และขอคัดถ่ายเอกสารที่เกี่ยวกับ บริษัท กรีน เพาเดอร์โคทติ้งส์ (ประเทศไทย) และบริษัท พ ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้ส่งให้แก่พนักงานสอบสวนแล้ว และเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับบริษัท กรีนเพาเดอร์โคทติ้งส์ (ประเทศไทย) และบริษัท พ โดยให้เจ้าหน้าที่รับรอง เอใช้ประกอบการดำเนินคดี ต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เนื่องจากตนและ นางสาวชมพูนุช วิริยานัทกุล เป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวข้างต้น เพื่อใช้ในการประกอบการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป


ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์  พินทุสรศรี ทนายความ เปิดเผยว่า การมาติดตามในวันนี้มีผลคืบหน้าอย่างไรก็จะใช้สิทธิ์ทางศาล ซึ่งอาจะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างไร หรือถ้าละเว้นอย่างไรก็จะดำเนินการต่อไป จัดหนักให้ถือว่าดำเนินการที่ไม่ทำตามกฎหมาย มีการทุจริตหรือเปล่ามีการละเว้นหรือไม่ 157 ถ้าเข้าข่ายอย่างไร ตามที่ผู้เสียหายได้มาร้องเรียน คือถ้าไม่มีอะไรคืบหน้าหรือชัดเจนขึ้นทางเราก็จะดำเนินฟ้องเอง ถ้าดูแล้วเข้าข่ายประพฤติมิชอบหรือละเว้นหรือเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ ถ้าใช่ 157 ตนก็จะดำเนินการ หลังจากนี้ไปถ้าไม่มีความคืบหน้าตนก็จะฟ้องหน่วยงานทั้งหมดและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งต่อไป

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ - ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน