ไทด์ เอกพันธ์ เคลื่อนแสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มาฌาปนกิจที่วัดบางพลีใหญ่กลาง

11 ก.ย. 2564


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 กันยายน 2564 ขบวนรถมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่รับศพ นายเฉลียว ไกอ่ำ หรือ แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดังในอดีต เจ้าของบทเพลง รักสาวเสื้อลาย หิ้วกระเป๋า แห่ขันหมาก แฟนจ๋าอยู่ไหน ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร เดินทางถึงเมรุวัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อทำการฌาปนกิจ ด้วยอายุ 68 ปี และเป็นศพที่ 119 ที่นำมาเผาที่วัดบางพลีใหญ่กลาง  โดยมีนายเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู ช่วยดำเนินการเป็นธุระในงานศพครั้งนี้ โดยบรรยากาศของงานค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงลูกหลานคนสนิท และลูกศิษย์ เท่านั้นที่มาร่วมภายในงาน

นายสมพล ไกอ่ำ และ นายธัณย์ดิลก ไกอ่ำ ลูกชาย เปิดเผยว่า ช่วยโควิด 19 ระบาด ทางคุณพ่อไม่มีงานและได้เก็บตัวอยู่บ้าน คาดว่าอาจจะติดเชื้อโควิด 19 มาจากชุมชนที่พักอาศัย โดยคุณพ่อได้รับเชื้อเพียงสัปดาห์เศษเท่านั้น ก็ต้องมาจากไป อาจเป็นผลมาจากโรคเบาหวานที่พ่อเป็นอยู่ ก่อนที่คุณพ่อจะเสียชีวิต สามารถพูดคุยได้ แต่มีอาการเหนื่อย กระทั่ง 2 วันก่อนเสียชีวิต ทางคุณพ่ออาการเริ่มทรุดและหายใจไม่ออก หากเป็นไปได้ขอเกิดเป็นลูกของคุณพ่ออีก และฝากผลงานเพลงของคุณพ่อไว้ด้วย

ด้าน เชษฐ์ เชิญยิ้ม ดาราตลก เล่าว่า ตนมาอาศัยอยู่กับ แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ตั้งแต่ตนยังเด็ก โดย แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เป็นเหมือนครู พ่อ และพี่ จนกระทั่งไปไหน มีแต่คนเรียกตนว่าน้องของ แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ และตนเข้าวงการบันเทิง วงการตลกได้ก็เพราะมี แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เป็นแรงบันดาลใจ พอทราบข่าวตนเสียใจมาก และฝากถึงดวงวิญญาณของ แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ว่า พี่เหนื่อยมามากแล้ว วันนี้พี่หายเหนื่อยแล้ว หลับให้สบายนะพี่




นายเอกพันธิ์ บันลือฤทธิ์ เปิดเผยว่า แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ได้จากไปอย่างรวดเร็วมาก เพราะเชื้อโควิด 19 ลงปอดอย่างรุนแรง ถึงแม้ก่อนหน้านี้ทางแพทย์จะให้ยา และมีการตอบสนองที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องมาจากไปอย่างรวดเร็วในที่สุด รวมเวลาที่ทาง แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ต่อสู้กับเชื้อร้ายโควิด 19 เป็นระยะเวลา 10 วันพอดี โดยทางญาติจะทำพิธีสวดกระดูกที่วัดยาง ย่านพรานนก เป็นเวลา 3 คืน โดยคืนนี้ ทาง บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ดารานักแสดง จะรับเป็นเจ้าภาพ

คุณแอน วราวราภรณ์ ภรรยาคนปัจจุบัน  เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทาง แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เคยพูดว่า คนในวงการบันเทิงเสียชีวิตจากโควิด 19 เยอะมาก เราจะรอดมั้ย แต่หากเกิดเป็นอะไรไปก็หมดห่วง เพราะมีทางดาราฝาแฝดอย่าง บิณฑ์ เอกพันธิ์ ช่วยจัดงานศพให้ทุกอย่าง โดยผลงานเพลงที่บันทึกเสียงสุดท้ายไว้คือ ชีวิตแสงสุรี

สำหรับประวัติ แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ มีชื่อจริงว่า เฉลียว ไกอ่ำ เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 ที่บ้านเลขที่ 156 หมู่ 13 ตำบลกำปัง อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา จากฐานะที่ยากจน และพ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เขาจบการศึกษาแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบ้านจาน ต.กำปัง อ.โนนไทย แสงสุรีย์ เป็นคนที่ชอบการร้องเพลงลูกทุ่งอย่างมาก และก็ได้เข้าสู่เวทีการประกวดในเขตจังหวัดบ้านเกิดมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ป.2 และประกวดเรื่อยมา ซึ่งก็ชนะบ้างแพ้บ้างเป็นธรรมดา


หลังจบการศึกษา เมื่อประมาณอายุ 15 ปี แสงสุรีย์ หิ้วกระเป๋าเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ และน้าสาวได้ฝากฝังให้เขาได้เข้าทำงานที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ แถวสุขุมวิท ในตำแหน่งล้างจาน 3 ปีหลังจากนั้นก็ขยับขึ้นมาทำในตำแหน่งพ่อครัวอาหารฝรั่ง และเขาทำหน้าที่นี้อยู่นานถึง 10 ปี ระหว่างนั้นเขาก็ตระเวนประกวดร้องเพลงตามเวทีเล็ก ๆ ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งก็ชนะบ้างแพ้บ้าง มาวันหนึ่ง แสงสุรีย์ ได้เข้าประกวดการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ขยะสังคม ที่มี สรพงษ์ ชาตรี แสดงนำ และมีสายัณห์ สัญญา เป็นผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งคราวนี้ แสงสุรีย์ ได้รับชัยชนะ และเพื่อนที่มาร่วมประกวดด้วยกัน ได้พาเขาไปพบ ครูสัมฤทธิ์ รุ่งโรจน์ครูเพลงตาพิการ เพื่อให้ปั้นแสงสุรีย์ เป็นนักร้อง

เมื่อพบกัน ครูสัมฤทธิ์ บอกว่าถ้าอยากจะเป็นนักร้อง ก็จะขายเพลงให้เพลงละ 600 บาท ซึ่งแสงสุรีย์ ก็ตกลงซื้อทันที 2 เพลง จากนั้นครูสัมฤทธิ์ ก็กลับไปแต่งเพลงมาให้เขา 2 เพลง ก่อนจะพาลูกศิษย์คนใหม่ไปเข้าห้องอัดเสียง โดยไปขอแทรกคิวเวลาห้องอัด 2 ชั่วโมง เพื่อผลิตผลงานที่จะพลิกชีวิตของกุ๊กที่รักการร้องเพลงลูกทุ่ง 2 เพลงคือเพลง แห่ขันหมาก และ น่าอร่อย โดยใจความตอนหนึ่งของเพลง แห่ขันหมาก มีอยู่ว่า ส่วน แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ไม่มีรถขี่  ก็เท่ากับว่า ครูสัมฤทธิ์ ได้ตั้งชื่อให้กับลูกศิษย์คนใหม่ไปพร้อมกับเพลง ๆ นี้เลยทีเดียว หลัง 2 เพลงของแสงสุรีย์ ถูกนำออกเผยแพร่ตามสถานีวิทยุ ก็ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของเหล่าบรรดาแฟนเพลง จึงมีนายทุนเสนอทำวงดนตรี แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ให้เพื่อทำการเดินสาย ครูสัมฤทธิ์จึงแต่งเพลงให้แสงสุรีย์อีก 4 เพลง สำหรับใช้ในการแสดงที่หน้าเวที และแสงสุรีย์ ก็ออกเดินสายในฐานะหัวหน้าวงโดยที่เขามีเพลงอยู่แค่ 6 เพลงเท่านั้น ซึ่งเพลงที่ตามมาที่หลังอีก 4 เพลง ต่างก็ได้รับความนิยมจากบรรดาแฟนเพลงอย่างมากเช่นกัน จากนั้นจึงค่อย ๆ ทยอยผลิตผลงานเพลงตามมาสมทบอีกมาก แต่โดยหลักแล้วผลงานเพลงของแสงสุรีย์ ยังคงเป็นเพลงที่แต่งขึ้นโดยครูสัมฤทธิ์ ในการแสดงครั้งหนึ่ง วงแสงสุรีย์สามารถเก็บค่าผ่านประตูได้เป็นหลักล้านบาท แม้จะเก็บแค่คนละ 20 บาท ขณะที่ผู้ชมก็มารอกันตั้งแต่บ่าย  3 โมง ขณะที่วงดนตรีเปิดการแสดงในช่วงเย็น วง แสงสุรีย์ ออกเดินสายระหว่างปี 2521 – 2524 ก่อนจะปิดวงไป เมื่อความนิยมเริ่มลดน้อยถอยลง

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ - ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน