มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ  ร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เครือข่ายภาคประชาสังคม ศปก.อำเภอแม่จัน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงราย เขต 3

1 ก.ย. 2564


หลังจากจำนวนผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่การระบาดสูงสุดเริ่มลดจำนวนลง แต่ในหลาย ๆ จังหวัดสถานการณ์จำนวนผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 กลับยังคงเพิ่มจำนวนสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีผู้ได้รับเชื้อจากกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นที่เป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูง ทยอยเดินทางเพื่อกลับมาพักรักษาตัวในภูทิลำเนาของตนเอง

นายเสกสรร สิงห์ทร ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์จำนวนผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 ว่า “จังหวัดเชียงรายเรามีโครงการ “ฮับคนเจียงฮายปิ๊กบ้าน” ให้ความช่วยเหลือพี่น้องที่ไปทำงานในเมืองใหญ่ที่ได้รับเชื้อโควิด-19 จากยอดการลงทะเบียนผู้ได้รับเชื้อที่ต้องการเดินทางกลับมารักษาตัวที่พุ่งสูงขึ้นมาก รวมถึงอีกจำนวนมากที่เดินทางกลับมายังภูมิลำเนาโดยไม่มีการแจ้งหน่วยงานเฝ้าระวัง ส่งผลให้เกิดปัญหาจำนวนเตียงไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน รวมถึงความไม่พร้อมด้านปัจจัยจำเป็นต่าง ๆ สำหรับการดูแลผู้ป่วยด้วย ซึ่งสถานการณ์เดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือด้วย”

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับเชื้อ รวมถึงเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่เด็กและบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ได้ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และภาคีเครือข่ายในชุมชน ร่วมกันจัดตั้ง “ศูนย์พักคอยชุมชน” เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 ขึ้น 2 แห่ง ได้แก่ สถานที่แยกกักตัวชุมชน (Community Isolation) โรงเรียนบ้านแม่คำ (ประชานุเคราะห์) อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และ ศูนย์พักคอยกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 314 จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งได้มีการเปิดศูนย์ฯ รับผู้ป่วยเข้ารักษา

สำหรับอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่ออำเภอแม่ฟ้าหลวง ที่หมู่บ้านแม่คำ หมู่ที่ 8 ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย สถานการณ์ในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอการรักษาจำนวน 81 ราย ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านแม่คำ (ประชานุเคราะห์) ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา–มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 67 คน และแยกกักตัวในหมู่บ้านและบ้านของตนเองเกือบ 210 ราย โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. จังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าศูนย์ดังกล่าวยังขาดแคลนสิ่งจำที่เป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโควิด-19 หลายรายการ รวมถึงยังขาดแคลนเครื่องมือจำเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด้วย จึงได้ประสานขอการสนับสนุนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมกันจัดตั้งศูนย์พักคอยขึ้นที่โรงเรียนบ้านแม่คำฯ อ.แม่จัน




นายวิเศษ  เชยกระรินทร์  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงรายเขต 3 กล่าวว่า “  จากจุดเริ่มต้นคลัสเตอร์ ที่ชุมชนรุ่งเจริญ อำเภอแม่จัน  มีนักเรียนในพื้นที่อำเภอแม่จัน ติดโควิดเริ่มต้นจำนวน10 คน และเพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องเป็น 68 ราย เป็นนักเรียนชาย35 คน หญิง33 คน  มีปัญหาเรื่องการจัดการโรงพยาบาลสนามที่ให้ผู้ติดเชื้อทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่ร่วมกันไม่เพียงพอ จึงได้มีแนวคิดให้โรงเรียนเป็นจุดพักคอย โดยใช้โรงเรียนบ้านแม่คำ ซึ่งมีจำนวนนักเรียนติดเชื้อโควิด มาพักคอยที่นี่ โดยสำนักงานเขตการศึกษาได้เข้ามาสนับสนุนในการ จัดเตรียมสถานที่ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่คำ สคบ.อำเภอแม่จัน จากสร้างความมือหลายๆภาคส่วนทั้งภาคเอกชน ชุมชน  โดยเฉพาะมูลนิธิCCFและเครือข่าย ที่ได้มีการทำงานร่วมกันมาตลอด ก็ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่ให้ความร่วมมือ คนละเล็กคนละน้อยที่มาสนับสนุนศูนย์พักคอยสำหรับเด็กนักเรียนแห่งนี้ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์ ที่ครอบครัวมีความยากลำบากในการดูแลในชุมชนเพราะอยู่กันแออัด การมาอยู่ในศูนย์พักคอยจึงทำให้มีความสะดวกสบายและมีการควบคุมที่มีความปลอดภัย จึงทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว  ซึ่งภาพรวมจำนวนผู้ติดเชื้อในอำเภอแม่จันเริ่มลดลง เด็กที่ติดเชื้อโควิดเริ่มทยอยหาย และลกจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าอีก 1 อาทิตย์ก็น่าจะเปิดเรียนได้ปกติ  และคณะครูก็มีการติดตามเด็กอย่างต่อเนื่องแม้จะหายจากการติดเชื้อแล้ว  และการมีการสื่อสารกันสำหรับโรงเรียนในสังกัด139 โรงเรียน เพื่อจัดการการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ นายสุรชาติ  ขจรทวีไพศาล  ประธานกรรมการบริหารโครงการ โครงการพัฒนาเด็ก ซีซีเอฟ  จังหวัดเชียงราย   ได่กล่าวว่า “ มูลนิธิCCF ได้มีการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักคอยจำนวน 3 ศูนย์ในอำเภอแม่จัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง และสนับสนุน ชุมชนที่มีการกักตัวในชุมชน อีกกว่า10 ชุมชน โดยมีความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กร ต่างๆทั้งภาครัฐ สำนักงานเขตการศึกษา อำเภอ และหน่วยงานสาธารณสุขอำเภอแม่จัน ได้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆทางการแพทย์ เครื่องนอน  และเครื่องอุปโภคบริโภค อาหาร น้ำดื่มต่างๆที่จำเป็น ที่ได้รับการบริจาค  และมีการแจกจ่ายไปตามศูนย์พักคอยและชุมชนที่มีการกักตัว ทางมูลนิธิCCF และอาสาสมัครชุมชนจะเข้าไปช่วยสนับสนุนในทุกพื้นที่ ที่มีความยากลำบากและขาดแคลน เพื่อให้เกิดการฟื้นตัวโดยเร็ว 

นายณรัฐนันท์  ทะระมา  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่คำ(ประชานุเคราะห์)  “ กล่าวว่า  การใช้สถานที่โรงเรียนมาเป็นศูนย์พักคอย สำหรับผู้ป่วยโควิดที่เป็นเด็กนักเรียน เป็นการลดภาระทางศูนย์พักคอยของอำเภอแม่จันที่มีความแออัด  จึงได้ขยายมาที่โรงเรียนบ้านแม่คำ ซึ่งโรงเรียนได้ดูแล นักเรียนอยู่ 3 ตำบล ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่นักเรียนได้มาอยู่รักษาตัวในโรงเรียน ทำให้มีความสะดวกสบายและผู้ปกครองก็สามารถมาเยี่ยมดูแลได้  ซึ่งการจัดการเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของ ศคบ. อำเภอ มีความร่วมมือกับโรงพยาบาลศูนย์แม่ฟ้าหลวง เข้ามาดูแลตลอด และตอนนี้ยัง มีความยากลำบากในการจัดการขยะ ของเสียที่มีการติดเชื้อ มีการแยกเป็นถุงสีแดงไว้ รอการจัดการตามมารฐานความปลอดภัยต่อไป อย่างไรก็ขอขอคุณที่เครือข่ายองค์กรต่างๆมาช่วยสนับสนุน สิ่งของต่างๆเพื่อให้เด็กๆได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เพื่อที่จะได้หายจากการติดเชื้อและโรงเรียนจะได้ทำการเปิดเทอมได้ปกติในเร็ววัน


นายสุทธิรัตน์  แสงเพ็ญจันทร์  ปลัดอำเภออาวุโส ทำการแทนนายอำเภอแม่จันกล่าวว่า” ในส่วนปกครองท้องที่ ได้มาร่วมดำเนิการจัดตั้งศูนย์พักคอย สำหรับนักเรียนที่ติดเชื้อ ได้ร่วมกับทางเทศบาลซึ่งมี3 เขตเทศบาล ได้ร่วมกันมาดูแลได้แก่เทศบาลตำบลหัวแม่คำ เทศบาลตำบลแม่ไร่ เทศบาลตำบลสายน้ำคำ  และโรงพยาบาล หน่วยงานสาธารณสุข มีความร่วมมือกับเขตการศึกษา ในการดูแลร่วมกับโรงเรียนที่เป็นเจ้าของพื้นที่  และมีการสนับสนุนจากองค์กรในการได้มามอบสิ่งของ อาหารต่างๆที่ยังขาดแคลน  มีความร่วมมือกันอย่างดี และในอเภอแม่จัน สถานการณ์โควิก็เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการระบาดในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะชุมชน พี่น้องประชาชน ก็มีการเฝ้าระวัง รักษาระยะห่าง ลดการไปมาหาสู่ และป้องกันด้วยหน้ากาก เรายังเชื่อมั่นว่ามาตรการต่างๆที่ร่วมกันดำเนินการจะสามารรถดูแลและควบคุมได้

ในส่วน เครือข่ายภาคประชาสังคม ที่ได้ร่วมกันสนับสนุน ในการจัดตั้งศูนย์พักคอยร่วมกับมูลนิธิCCF  นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต “กล่าวว่า     สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ลุ่มน้ำ กก อิง โขง จังหวัดเชียงราย  ภายหลังจากมีสถานการณ์โควิดใน2ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ทำงานได้รับความเดือดร้อนในวิถีชีวิตประจำวัน  จึงได้มีการทำความร่วมมือกับมูลนิธิCCFเพื่อเด็กและเยาวชน  เพื่อระดมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น อาหาร น้ำดื่ม มาช่วยสนับสนุนในชุมชนต่างๆและศูนย์พักคอยต่างๆ เราก็คงจะเกิดความร่วมมืออย่าต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

ส่วนที่อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันมีป่วยทั้งอำเภอจำนวน 87 ราย โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการสนับสนุนจาก มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง ก็ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์พักคอยชุมชนขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนสถานที่จาก กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 314 และยังได้รับความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนตำบลฟากท่า อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการศูนย์ฯ

เพราะสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเราทุกคน ทุกความร่วมมือในการดูแลรักษาผู้ป่วย และการดูแลป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง คือส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้วิกฤติโรคระบาดไม่ทวีความรุนแรงไปมากกว่าที่เป็นอยู่ และยุติลงที่สุด ร่วมยุติวิกฤติโควิด-19 เราทุกคนต้องช่วยกัน




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน