เริ่มแล้วฉีดวัคซีน "ซิโนฟาร์ม"เข็มแรก ของ อบจ.สุราษฎร์ธานี

18 ส.ค. 2564


วันนี้ (18 ส.ค. 2564) เวลา 08:15 น. นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เดินทางไปยังหอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  เพื่อตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิดซิโนฟาร์ม (วัคซีนทางเลือก) ให้กับกลุ่มเป้าหมายในลอตแรก จำนวน 12,000 คน จากการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี และลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19  โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี  รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี  ร่วมตรวจเยี่ยม




นายวิชวุทย์ กล่าวว่า การดำเนินการฉีดวัคซีนชิโนฟาร์มในวันนี้  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้จัดซื้อผ่านทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย ผู้ด้อยโอกาส เจ้าหน้าที่ส่วนหน้า ภาคประชาชนที่เป็นพ่อค้า แม่ค้า ครู นักเรียน ผู้สูงอายุ บุคลากรของ อบจ.สุราษฎร์ธานีจำนวน 100,000 โดส  และในวันนี้ได้ทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวน 12,000 คน

ซึ่งจะกระจายไปตามโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เอาไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งประกอบไปด้วย 1. โรงพยาบาลตาขุน อำเภอบ้านตาขุน จำนวน 547 คน 2. โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย อำเภอเกาะสมุย จำนวน 112 คน 3. โรงพยาบาลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จำนวน 2,979 คน และ 4. โรงพยาบาลทักษิณ อำเภอเมืองฯ จะใช้สถานที่หอประชุมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  จำนวน 8,362 คน จากการลงมาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี และประชาชนทุกคนต่างรู้สึกยินดีที่ได้รับวัคซีนทางเลือกจากทาง อบจ.จัดหาให้


ทั้งนี้ก็ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ถึงแม้ทุกท่านที่เคยได้รับวัคซีน ไปแล้วไม่ว่าชนิดใด ก็ถือว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วในระดับหนึ่ง แต่อย่าประมาทปฏิบัติตามคำแนะนำของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพราะบางคนถึงแม้ได้รับวัคซีนแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อได้ อย่างนั้นก็ขอให้ทุกท่าน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงการอยู่รวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 35% จากจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งตามเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ได้จังหวัดละ 60 % เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในสิ้นเดือนนั้น ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำงานกันอย่างเต็มที่

และถ้าเราได้วัคซีนมาเพียงพอก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้อย่างแน่นอน จึงต้องขอความร่วมมือชาวสุราษฎร์ธานีทำให้จังหวัดเราปลอดภัย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ก็จะพยายามผ่อนคลายมาตรการต่างๆเพื่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวสุราษฎร์ธานีที่ดีขึ้นต่อไป

สสันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุราษฎร์ธานี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน