ทต.ท่าเสาคว่ำงบประมาณกว่า 81 ล้านบาท พ่อเมืองเร่งหาทางออก จับ 2 ฝ่ายเจรจาดันงบเข้าสภาอีกครั้ง

17 ส.ค. 2564

ผ่านเลือกตั้งไม่ถึง 5 เดือน สภาเทศบาลท่าเสาคว่ำงบกว่า 81 ล้าน งบปี 65 ใช้จ่ายล่าช้า พ่อเมืองอุตรดิตถ์เร่งหาทางออก ตั้งกรรมการ 2 ฝ่ายเจรจา ดันงบประมาณสู่สภาใหม่อีกครั้ง ถูกวิจารณ์เป็นความแค้นฝังหุ่นระหว่างสมาชิกสท.กับนายกเทศมนตรีอยู่คนละขั้ว "ทำชาวบ้านเดือดร้อน"

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 64 นางชุติมา  อาจณรงค์กร นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนเองในฐานะนายกเทศมนตรี ได้เสนอร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เข้าสู่ที่ประชุมสภา งบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น 81,730,000 บาท ยอดรายจ่ายนี้จะมีค่าใช้จ่ายเป็นงบกลาง งบบุคลากรประกอบด้วย เงินเดือนเจ้าหน้าที่และพนักงาน เงินเดือนผู้บริหาร เงินเดือนสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) งบดำเนินงานที่จะต้องตั้งเอาไว้แต่ละกอง เช่น กองสาธารณสุข ปัจจุบันเจอเรื่องโรคโควิดระบาด ต้องนำงบที่ตั้งเอาไว้ออกมาใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ทันที รวมไปถึงงบเงินอุดหนุน และ งบรายจ่ายอื่นๆทั่วไป

นางชุติมา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา กล่าวว่า คงเหลือเป็นงบลงทุนที่ 1,375,570 บาท เจ้าหน้าที่งบประมาณได้จัดทำงบประมาณเสนอเข้ามา เมื่อได้เปรียบเทียบแล้วก็ไม่ต่างจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา งบลงทุนจำนวน 1,375,570 บาท เป็นงบประมาณที่นายกเทศมนตรีสามารถนำไปพัฒนาในพื้นที่ตำบลท่าเสาทั้งหมด อาทิ ก่อสร้างถนน ทำรางระบายน้ำ ปรับปรุงท่อประปา ระบบไฟฟ้า เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชนในพื้นที่ จึงได้นำเสนองบประมาณดังกล่าวเข้าสู่สภา แต่สมาชิกในสภาโหวตลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับการรับร่างเทศบัญญัติงบประมาณร่ายจ่าย จำนวน 81,730,000 บาท ที่เสนอเข้าสู่สภา ด้วยคะแนน 10 ต่อ 1 เสียง งบประมาณทั้งหมดที่นำเสนอเข้าสู่สภาจึงตกไป ทางผู้บริหารก็ต้องทำหนังสือรายงานต่อนายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์และผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ได้รับทราบถึงเรื่องงบประมาณประจำปี 2565 ของเทศบาลตำบลท่าเสาไม่ผ่านสภา


ทั้งนี้ ได้เตรียมชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลท่าเสาให้ได้รับทราบว่า งบประมาณที่ต้องผ่านสภานั้นมีความจำเป็นที่จะต้องนำไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าเสาทั้งหมด งบประมาณไม่ผ่านสภาทำให้การพัฒนาและการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เกิดความล่าช้าลงไปอีก นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสากล่าว

นายผล  ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่องบประมาณประจำปี 2565 ไม่ผ่านสภาเทศบาลตำบลท่าเสา ประธานสภาก็ต้องทำหนังสือรายงานนายกเทศมนตรีถึงเหตุผลที่งบไม่ผ่านสภาเพราะอะไร ทั้งนี้สภาต้องคัดเลือกตัวแทนสมาชิกในสภา จำนวน 7 คน  ผู้บริหารก็ตั้งตัวแทน 7 คน มาเป็นคณะกรรมการร่วมหาทางออกด้วยกัน โดยนำเสนอรายชื่อทั้งหมด 14 คน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาและร่วมประชุมเพื่อคัดเลือกประธานในที่ประชุม หากตกลงกันไม่ได้ว่าจะเลือกใครเป็นประธาน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะแต่งตั้งตัวแทนเข้าไปเป็นประธานร่วมในการพิจารณาเพื่อหาทางออกในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ และนำงบประมาณประจำปี 2565 เข้าสู่สภาอีกครั้งและต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันพร้อมรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำส่งนายกเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีจะต้องนำส่งให้กับประธานสภาภายใน 7 วัน ซึ่งสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

กรณีมีตีรวนโดยตัวแทนสภา 7 คน ทำให้การพิจารณางบประมาณประจำปี 2565 ไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดใน 15 วัน ก็ต้องมีการเสนอให้ยุบสภา หากนายกเทศมนตรีไม่เสนอโครงการตามนั้นเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาหรือขัดต่อระเบียบกฏหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงต้องเข้าไปดูกันเรื่องความผิด ทางจังหวัดต้องเข้าไปกำกับดูแลให้เป็นไปตามข้อระเบียบและกฏหมาย การทำงานของสภาชิกสภาเทศบาล การทำงานของนายกเทศมนตรี เป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือเปล่า

สิ่งที่อยากจะฝากบอกผู้บริหารเทศบาลและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าเสาว่า การทำงานอย่าไปยึดติดตัวบุคคล ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ผลประโยชน์ของเทศบาลที่จะได้รับ โดยเฉพาะในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณต่างๆ สิ่งไหนที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน สิ่งไหนที่ไม่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ให้คำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทองสุข  ทะมา ประธานสภาเทศบาลตำบลท่าเสา ได้ทำหนังสือรายงานผลการพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย​ ประจำปี 2565 ถึงนายกเทศมนตรี ตามที่ได้เสนอร่างดังกล่าวเข้าสู่สภาในการประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่3 ประจำปี 2565 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า สภาเทศบาลตำบลท่าเสามีมติไม่รับหลักการแห่งร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 1 โดยประธานสภางดออกเสียง ด้วยเหตุผลดังนี้ งบประ มาณรายจ่าย 81,730,00 บาท มีงบลงทุนเพียง 1,375,570 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชน รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดประ โยชน์สูงสุดต่อประชาชน พบว่ามีการตั้งงบประมาณไว้ในหมวดรายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งการบริการมากผิดปกติ เป็นจำนวนเงิน 7,687,000 บาท ตั้งไว้ในทุกส่วนราชการ ทำให้สมาชิกสท.กังวลและสงสัยในการใช้งบประมาณ อาจไม่ก่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชน รวมถึงตั้งกระทู้ถามนายกเทศมนตรี ไม่สามารถตอบคำถามได้ ทำให้มีความกังวลและสงสัยในการใช้งบประมาณ จึงเป็นเหตุผลทำให้สภาเทศบาลตำบลท่าเสา มิอาจรับร่างงบประ มาณรายจ่ายดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ประธานสภาท้องถิ่นนำปรึกษาที่ประชุมสภาท้องถิ่น เพื่อเลือกสภาท้องถิ่นเป็นกรรมการในคณะกรรมการหาข้อยุติตามจำนวนที่กฏหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่นนั้นกำหนด


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสาและสมาชิกสภาเทศบาล(สท.)ตำบลท่าเสา ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าเสา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564  เป็นการแข่งขันกันระหว่างนางชุติ มา  อาจณรงค์กร กลุ่มคุณธรรมก้าวหน้า กับนางศรีทอง ธนสัมบัณณ์ กลุ่มรวมพลังท่าเสา โดยทั้งคู่ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลครบ 2 เขต เลือกตั้ง รวมจำนวน 12 คน ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา นางชุติมา อาจ ณรงค์กร ได้รับชัยชนะและดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรี โดยมีลูกทีมหลุดเข้ามาในสภาเพียง 1 คน ขณะที่นางศรีทอง ธนสัมบัณณ์ พ่ายการเลือกตั้งและพลาดหวังตำแหน่งนายกเทศมนตรี แต่ลูกทีมเข้าสภาถึง 11 คน

ทั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิก สท.ทั้งหมด 12 คน ทุกคนต่างเข้ามาทำงานในสภาไม่ถึง 5 เดือน ต้องเร่งรีบจัดทำร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ให้ทันต่อเวลาตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อนำไปใช้จ่ายในการแก้ปัญหาความต้องการและปัญหาเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ เมื่อมีการนำร่างเทศบัญญัติงบประมาณเข้าสู่สภาแล้ว สมาชิก สท.ไม่เห็นด้วย 10 ต่อ 1 เสียง สงผลทำให้งบประมาณรายจ่ายตกไปทันที การใช้จ่ายงบประมาณปี 2565 ที่จะถูกเริ่มนำมาใช้ในเดือนตุลาคม 2564 นี้เป็นต้นไป ก็จะต้องล่าช้าออกไปอีกประมาณ 1-2 เดือน

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไม่ลงรอยระหว่างสมาชิกสท.กับนายกเทศ มนตรีตำบลท่าเสา ปัญหาจุดเริ่มต้นจากการที่หัวหน้าทีมไม่ได้เป็นนายกเทศมนตรี จึงเกิดการไม่พูดคุยเจรจาปรึกษาหารือร่วมกัน แต่ต้องการเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเสียงข้างมากในสภา โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในวันข้างหน้า ความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับอยู่ในขณะนี้ต้องทุกข์หนักขึ้นไปอีก และยังมีความเสี่ยงต่อการถูกยุบสภาเทศบาลในวันข้างหน้า จนเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งใหม่  ทุกข์ก็จะตกอยู่ที่ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลท่าเสา อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันโดยมองผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ความแค้นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือความแค้นส่วนตัว

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์  


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน