เซียนพระชื่อดังย่านบางบัวทองถูกจ่าทหารตุ๋นขายพระเครื่องสูญเงินเกือบ 2 ล้าน

9 ส.ค. 2564


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  มีนายอนันตวัฒน์ หรืออ๋อง นิติภัทรธนากฤต อายุ 27 ปี เซียนพระเครื่อง พร้อมด้วย น.ส.สุกัญญา ใจบุญอายุ 27 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่3 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และ น.ส.มณฑา จันทร์งาม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/164 หมู่6 ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เดินทางเข้าพบนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีถูกทหารยศ จ่าสิบตรีสังกัดกองทัพบก ประจำการอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ หลอกให้โอนเงินกว่า 1.8 ล้านบาท หลังตกลงซื้อขายพระเครื่องของหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ แต่พอโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้พระแม้แต่องค์เดียว อีกทั้งยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายเเต่อย่างใด




นายอนันตวัฒน์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพซื้อขายพระเครื่องของหลวงพ่อพัฒน์ เป็นธุรกิจแบบซื้อมาขายไป จนกระทั่งเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้เห็นรูปในเฟสบุ๊คของทหารรายหนึ่ง ยศ จ่าสิบตรี ลงรูปถ่ายพร้อมข้อความว่ามีพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อพัฒน์เป็นจำนวนมาก ตนจึงได้ติดต่อไปเพื่อขอเช่าเหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นหน้ายักษ์ศชษ์  เหรียญรุ่นรวยเลื่อนบารมี  เหรียญรุ่นรวยพันล้าน2 และเหรียญรุ่นเสือคาบดาบ4 รวมเป็นเงินทั้งหมด 1,872,700 บาท โดยมีกำหนดส่งของให้เดือน มี.ค.64 แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยได้รับพระแม้แต่องค์เดียว  เมื่อสอบถามไปที่ทหารคนดังกล่าวก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดและอ้างว่าติดราชการยังไม่สะดวกส่งของให้ ตนจึงเดินทางไปพบกับทหารคนดังกล่าวที่ จ.ตาก เพื่อสอบถามว่ามีพระเครื่องจริงหรือไม่ โดยทางทหารคนดังกล่าวยอมรับว่าไม่มีพระเครื่องที่ได้ตกลงทำการซื้อขายกันไว้ ตนจึงขอเงินคืนแต่ทางทหารคนนี้บอกว่าเงินไม่มีแล้วเพราะนำไปเช่าพระรุ่นอื่นหมดแล้ว และได้นำเงินบางส่วนไปเล่นการพนันหมดแล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เงินทั้งหมดที่ตนจ่ายไป เป็นเงินเก็บของครอบครัวซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ นอกจากนี้เงินส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ตนเก็บจากลูกค้ามาก่อนซึ่งตนก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อเอาไปจ่ายคืนให้กับลูกค้าที่มัดจำเอาไว้อีก ตอนนี้เครียดมาก จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาร้องเรียนกับทางทนายรณณรงค์เพื่อให้ช่วยเหลือในทางคดี เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม


ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า สำหรับในคดีนี้เป็นคดีฉ้อโกง อย่างแรกทางผู้เสียหายจะต้องไปแจ้งความที่สภ.บางบัวทอง ซึ่งเป็นท้องที่ที่ดำเนินการโอนเงินให้ทางคู่กรณี ในเมื่อตกลงซื้อของจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ของ ทั้งนี้เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ขั้นตอนต่อไปให้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนเอาผิดทางวินัยที่กองทัพบก ซึ่งเป็นต้นสังกัด เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงช่วยดำเนินการ เนื่องจากคู่กรณีเป็นทหารจึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการตกลงซื้อของโดยที่เราไม่เห็นของ บ้างครั้งเราอาจมีความมั่นใจว่าผู้ขายเป็นข้าราชการคงไม่โกง ซึ่งปรากฎว่ามีการโอนเงินไปแล้วและไม่ได้ของแบบนี้มีเยอะมาก ฉะนั้นถ้าจะซื้อของควรเห็นของก่อนจ่ายเงินจะดีกว่า เพราะคนที่เข้ามา อาจจะเป็นมิจฉาชีพก็ได้

ภาพ/ข่าว  สาโรจน์ สว่างศรี  ผู้สื่อข่าว คม ชัด ลึก จ.นนทบุรี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน