คาร์ม็อบสระบุรี น้องมายด์ ปราศรัยไล่ พล.อ.ประยุทธ์ พ่วง ผู้ว่าฯ กล่าวหาไม่ช่วยเหลือ ปชช. ช่วงวิกฤตโควิด

1 ส.ค. 2564


วันที่ 1 ส.ค. 64 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน  ก.ม.ที่ 109 ฝั่งเข้าตัวเมืองสระบุรี ใต้ทางต่างระดับ (แพะโคก) ใกล้แขวงการทาง จ.สระบุรี กลุ่ม”คณะราษฏรจังหวัดสระบุรี” พากันขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ( 2 ประเภท) มารวมตัวกัน ราว 200 คัน รถแต่ละคันติดสติ๊กเกอร์ข้อความต่าง ๆรวมถึงใช้แผ่นกระด่าษปิดทับแผ่นป้ายทะเบียนแทบทุกคันก่อนที่จะมีการเคลื่อนขบวน ของอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสระบุรี ( ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่าวันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่พี่น้องประชาชนชาวสระบุรีที่รักประชาธิปไตยทุกหมู่เหล่า พากันมารวมตัวโดยไม่มีใครเป็นแกนนำ รวมตัวกันเป็น คาร์ม็อป เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้พ้นจากตำแหน่ง ตนเป็นผู้หนึ่งเป็นชาวบ้าน อยู่กับชาวบ้านมาตลอด ที่ติดตามการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ มา 6-7 ปีแล้ว มีความเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน ที่เหมือนถูกทอดทิ้ง ภาพที่ออกมามุมมองความเป็นจริงของประเทศนั้นไม่เจริญรุ่งเรืองเลย มีแต่ต่ำลงๆ จึงมีแนวคิด เหมือนกันว่าเราไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำประเทศอีกต่อไปแล้ว




 การเคลื่อนไหว โดยให้ขบวนรถจักรยานยนต์นำหน้า ตามด้วยรถยนต์ปิคอัพติดเครื่องเสียง มีหุ่น พล.อ.ประยุทธ์ วางไว้บนหลังคา ด้านหน้าผู้ปราศรัยบีบแตรส่งเสียงดังสนั่นพากันชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ไปตลอดทาง มี น.ส.ธนพร วิจันทร์ แกนนำ (รองประธานกลุ่มสมานฉันท์แรงงานไทย ) ขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล และขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่งไปตามถนนพหลโยธินมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสระบุรี ผ่านย่านธุรกิจ และวนกลับรถมาจอดแวะ ที่บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวปราศรัยโจมตี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ที่ไม่มีความสามารถบริหารงานให้การช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดสระบุรี ในยามที่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายแมนรัตน์ ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบให้ประชาชนได้พบหน้าเลย หากไม่สามารถ ทำได้ก็ให้ย้ายกลับไปกระทรวงมหาดไทย แล้วให้ผู้ที่มีความสามารถมาทำหน้าที่แทน


ในเวลาต่อมาได้มี น.ส.ภัทสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (น้องมายด์) ซึ่งเป็นชาวสระบุรี และ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม เดินทางมาสมทบ และขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างหนักหน่วง โดยกล่าวหาว่า เป็นเผด็จการปล้นอำนาจไปจากประชาชน หมดความชอบธรรม ที่จะบริหารราชการต่อไปแล้ว ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีแต่ถดถอยลงไม่มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะ กรณีการบริหารวัคซีน เพื่อนำมาฉีดป้องกันไวรัสโควิด-19 ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จึงสมควรที่จะลาออกตั้งแต่วินาฑีนี้เป็นต้นไป หลังการปราศรัยนานกว่า 30 นาที กลุ่มผู้ชุมนุมได้ นำหุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงมาจากรถ เตรียมจุดไฟเผา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ห้ามไว้จึงไม่ได้เผา เสร็จแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางกลับไปรวมตัวกัน ณ.จุดที่เดิมใต้สะพานต่างระดับ (แพะโคก) ก่อนสลายตัวไปในเย็นวันเดียวกัน

 

เกียรติยง    อัศวราศี จ.สระบุรี 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน