ระนอง เตรียมทูลเกล้าถวายฝูงกระบือเผือกสีชมพู

30 ก.ค. 2564


เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564  ที่บริเวณถุงหญ้าและหนองน้ำหลังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง มีฝูงกระบือเผือกสีชมพู   จำนวน 8 ตัว  ลงแช่น้ำ และเล็มหญ้าอย่างมีความสุข  เช้าๆจะนอนอาบแดดกันเป็นฝูงมองไกลๆคล้ายเหมือนก้อนหินสีชมพู   โดยมีตัวเล็กสุด  ชื่อสีนิลตัวสีดำ 1 ตัว รวมอยู่ในคอกเดียวกันทั้งหมด  เป็นตัวผู้ 4 ตัว และตัวเมีย 4 ตัว โดยผู้ดูแลฝูงกระบือเผือกฝูงนี้ คือ ร.ต.ต.สุริยะ  พันธ์ธนโชติ  รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ระนอง  หรือหมวดติ๊ก ที่ช่วยชีวิตกระบือ พ่อแม่ลูก 3 ตัวไว้ในคราวแรก ตั้งแต่ พ.ศ.2559   โดยไม่ให้ถูกขายไปยังโรงเชือด  และเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี จนเกิดลูกเกิดหลานออกมาเป็นกระบือเผือกฝูงใหญ่  ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา   

 

 เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อ  คุณจิราวลัย  ชำนาญราช  ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ภริยาของ พล.ต.ต.ศรัญญู  ชำนาญราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง  ได้เข้าไปช่วยอุปการะเลี้ยงดูค่าอาหารหญ้าแห้งและยาบำรุง ให้กับฝูงกระบือเผือกสีชมพู นี้อยู่เป็นรายเดือน   และทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง เตรียมทูลเกล้าถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   เพื่อเป็น กระบือพระราชทาน พัฒนาสายพันธุ์ต่อไป

 

 




คุณจิราวลัย  กล่าวด้วยความรู้สึกดีใจว่า   แทนหมวดติ๊ก ข้าราชการตำรวจระนอง ที่จะได้ส่งกระบือเผือกฝูงนี้ให้กับทางสำนักพระราชวัง  เพื่อได้ส่งกระบือทุกตัวไปอยู่ที่ในที่ที่เขาควรจะอยู่  เป็นเรื่องที่เราภาคภูมิใจมาก เพราะจะไปอยู่ในการดูแลขององค์สมเด็จพระเทพฯ  ที่เป็นมิ่งขวัญของพวกเรา   จริงๆแล้วเรื่องนี้เริ่มมาจากนโยบายของท่านนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กับท่านประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภาค 8 ที่ให้ทางจังหวัดเข้ามาดูแลความเป็นอยู่ของลูกน้องของเรา ในทุกๆโรงพัก เราได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้มาพบว่า หมวดติ๊กได้ดูแลควายเผือกฝูงนี้อยู่มาเป็นเวลานานแล้ว  ค่ะก็เลยเข้ามาสอบถามแล้วก็เลยได้ความว่าเขายังไม่ได้รับการดูแลในที่ที่สมควรในที่ที่เหมาะสม  ก็เลยไปปรึกษาทางท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง และรีบช่วยประสานงานให้ เพราะว่าเป็นห่วงทั้งหมวดติ๊กและกระบือเผือกทั้ง 8 ตัว โดยทางท่านปศุสัตว์จังหวัดระนอง และท่านนายอำเภอเมืองนะนอง ได้ให้ความร่วมมือดีมาก  รีบเข้ามาดูให้พวกเรา  และความทราบไปถึงสำนักราชวังแล้ว  เตรียมนำกระบือเผือกทั้ง 8 ตัวนี้ ไปดูแลดีใจมากๆเลย   

 


 ร.ต.ต.สุริยะ  พันธ์ธนโชติ   เล่าความเป็นมาย้อนหลังถึงการดูแลและเลี้ยงดูกระบือเผือกสีชมพู ฝูงนี้ว่า  เมื่อ 6 ปีที่แล้ว  มีอยู่วันหนึ่ง นายประวิทย์ อุ๋ยวงค์  ได้นำกระบือมาฝากเลี้ยง เพราะด้านหลังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง  มีหนองน้ำและทุ่งหญ้าที่สมบูรณ์   ผมก็เลยให้ปล่อยเลี้ยงเพราะไม่ต้องตัดหญ้าอยู่  ต่อมานายประวิทย์ ได้มาบอกว่ากระบือเผือก ทั้ง 3 ตัว ยังจ่ายเงินค่าซื้อมาไม่หมดที  จึงอยากจะขายออกไป  คราวแรกไม่มีใครซื้อ อยู่มาสักระยะมีพ่อค้าเนื้อจะซื้อไปฆ่า  ผมจึงไปบอก คุณย่าพร หรือ น.ส.ผกาพร  นิลพงษ์ ให้มาช่วยไถ่วัว3 ตัว ในราคา 170,000 บาท  โดยพ่อพันธุ์ชื่อ สีเงิน  แม่พันธุ์ชื่อ สีทอง  และมีลูกติดมาคราวแรกชื่อ นาค   จนกระทั่งมีการเกิดลูกเกิดหลานกันในคอกเดียวกัน รวมทั้งสิ้น 8 ตัว 

 

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า  ในทุกเช้า ประมาณ 07.00-08.00 น. ต้องพาเค้ามากินหญ้า และพาเดินรอบหนองน้ำหลังกองบังคับการตำรวจทุกวันๆละ 1 รอบ    พอเที่ยงก็จะมาพาลงน้ำ  แล้วพาเข้าร่มไม้เพราะถูกแดดนานๆไม่ได้  บ่ายก็พาออกกินหญ้าต่อ  พอตอนเย็นพี่ก็จะพาลงน้ำ เพราะป้องกันยุงโดยไม่ต้องก่อไฟ พี่ไปไหนไม่ค่อยได้  ถ้าไม่ได้เลี้ยง แฟนพี่เลี้ยง ลูกพี่มาเลี้ยงช่วยดูแลหากตนต้องไปราชการ  ท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรระนองและท่านคุณนาย  จะเอามาให้ปัจจัยค่าอาหารรวมทั้งทีมแม่บ้านตำรวจเขาจะมาช่วยกันดูแล  ก่อนหน้าช่วงโควิดผมดูแลมาโดยตลอด ยอมรับว่าเหนื่อยจริงๆ  เพราะว่าพอเข้าช่วงฤดูแล้งจะไม่มีหญ้ากิน    ผมต้องให้กินทางปาล์มน้ำมันและลูกมะม่วงหิมพานต์บ้าง สลับกับการออกไปหาตัดหญ้านอกสถานที่ ในช่วงโควิดก็ลำบากเพราะออกไปเราก็มีอัตราเสี่ยง  จึงตัดสินใจให้ย่าพร ทำเรื่องทูลถวายสมเด็จพระเทพฯ เพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ    และในวันที่ 4 สิงหาคม  ทางสำนักพระราชวังจะมารับตัว  แล้วจะทำพิธีส่งมอบเป็นกระบือพระราชทาน  ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง   เพื่อส่งต่อไปที่ วัดแก้วฟ้า จ.นนทบุรี  เป็นเวลา 15 วัน  แล้วก็หลังจากนั้น ก็จะให้ไปเลี้ยงไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้ โรงเรียนทหารการสัตว์ ที่ จ.นครนายก 

 

 กฤษดา  เอกวานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ระนอง 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน