"พระครู" เจอต้านไม่เข้าวัด-ทำบุญ ใช้ศาลาการเปรียญ ทำรพ.สนาม สวนโยมทำไม่ถูกต้อง

26 ก.ค. 2564

"พระครู" เจ้าอาวาสวัดขวางชัยภูมิ เจอต้านไม่เข้าวัด-ทำบุญ สวนกลับโยมพูดแบบนี้ไม่ถูกต้อง ใช้ศาลาการเปรียญวัด จัดทำโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิดกลับถิ่นภูมิลำเนา โครงการ “คนอุตรดิตถ์ ไม่ทอดทิ้งกัน” จังหวัดขยายรพ.สนามเพิ่มอีก 4 แห่ง 500 เตียง ตัวเลขผู้ป่วยทะลุเกือบ 1,000 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาการเปรียญวัดขวางชัยภูมิ ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายสุรศักดิ์ วงศ์ตั้ง นายอำเภอพิชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เหล่ากาชาดอำเภอพิชัย นายไพศาล ภูริสัตย์ นายพิศาล ปั่นวงษ์ก๋อ ส.อบจ.พื้นที่อำเภอพิชัย ตัวแทน นายชัยศิริ  ศุภรักษ์จิน ดา นายก อบจ.อุตรดิตถ์ ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมการเตรียมพื้นที่โรงพยาบาลสนามของอำเภอพิชัย แห่งที่ 4 ณ ศาลาการเปรียญ อาคาร 2 ชั้น วัดขวางชัยภูมิ โดยมี พระครูพิลาสธรรมสาร เจ้าคณะตำบลคอรุม เจ้าอาวาสวัดขวางชัยภูมิ พร้อมคณะสงฆ์วัดขวางชัยภูมิ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลประวัติความเป็นมาของวัดขวางชัยภูมิ มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาตร์ของชาติไทยในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช ถูกใช้เป็นฐานทัพไปตีเมืองเชียงใหม่และใช้เป็นด่านหน้าเข้าขวางทัพพม่าก่อนเข้าตีเมืองกรุงศรีอยุธยา ทางวัดอนุญาตให้ใช้สถานที่ศาลาการเปรียญเพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยโควิด ถึงแม้ว่าจะถูกญาติโยมแสดงความไม่พอใจในการให้ใช้สถานที่ของวัด แต่ก็ทำเพื่อบ้านเมืองเฉกเช่นในอดีตที่เคยเสียสละพื้นที่แห่งนี้มา

โดยยอมให้ใช้ศาลาการเปรียญของวัดเป็นสถานที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดอุตรดิถ์และผู้ป่วยติดเชื้อเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงเพื่อกลับภูมิลำเนา ตามโครงการ “คนอุตรดิตถ์ ไม่ทอดทิ้งกัน” พื้นที่ศาลาการเปรียญวัดขวางชัยภูมิ สามารถจัดเตียงรองรับผู้ป่วยได้ถึง 100 เตียง เป็นเตียงชนิดกระดาษจาก scg เตียงไม้จากพิชัยเฟอร์นิเทคและเตียงผู้ป่วยทั่วไปหรือเตียงเหล็กจาก รพ.สต.ในพื้นที่อำเภอพิชัย ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารว่วนจังหวัด(อบ.)อุตรดิตถ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอพิชัย ภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ประชาชนร่วมใจกันบริจาควัสดุอุปกรณ์ อาทิ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ชุดตรวจและป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เตียงพักรักษา พัดลม ผ้าห่มและของใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ป่วย บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและพร้อมที่จะเปิดให้บริการกับผู้ป่วยได้ภายในสัปดาห์นี้


ต่อมา นายสุรศักดิ์ นายอำเภอพิชัย พร้อมด้วย นายศิลปชัย ถาวรพัฒนาสกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำ บล(อบต.)ในเมือง เดินทางตรวจเยี่ยมสถานที่กักกันและศูนย์พักคอยฉุกเฉิน หรือ Local Quarantine ระดับตำบลพื้นที่ตำบลในเมือง หมู่ 7 บริเวณโรงเรียนบ้านคลองกระชี ถูกใช้เป็นสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูงมาก กลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงปานกลางหรือผู้ใกล้ชิดสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และมีโอกาสติดเชื้อโควิด -19 จากผู้ป่วยได้

อบต.ในเมือง ได้นำอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและอาคารเรียนเด็กนักเรียนชั้นประถมถูกยกเลิกหรือไม่ได้ใช้แล้ว มาเป็นสถานที่สำหรับกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูงมาก กลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงปานกลาง นำอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใช้รับกลุ่มเสี่ยงสูงมาก หากตรวจพบติดเชื้อโควิดเจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาทันที สำหรับอาคารเรียนเด็กชั้นประถม นำมาใช้กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงปานกลาง เป็นเวลา 14 วัน มีเตียงพร้อมที่นอนหมอนมุ้ง พัดลม ของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงบริการอาหาร 3 มื้อ ให้กับผู้ถูกกักตัวทุกราย โดย อบต.ในเมืองเป็นผู้รับผิดชอบให้บริการ

ทั้ง 2 อาคารนี้ สามารถรองรับกลุ่มเสี่ยงได้ถึง 30 คน ปัจุบันมีกลุ่มเสี่ยงสูงมากและกลุ่มเสี่ยงสูงเข้ารับการกักตัวแล้ว จำนวน 9 ราย ทุกรายล้วนแล้วแต่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานครและจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง ศูนย์กักตัวกลุ่มเสี่ยงนี้มีผู้ควบคุมดูแล มีเจ้าหน้าที่ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ อปพร. ร่วมจัดเวรยามเฝ้าดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถูกกักตัวทุกคน

จากนั้น นายสุรศักดิ์ นายอำเภอพิชัย พร้อมด้วย นายศิลปชัย นายกอบต.ในเมือง เดินทางไปยังพื้นที่ หมู่ 1 บ้านหน้าพระธาตุ ต.ในเมือง ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยโควิด-19 จากสายพันธุ์อังกฤษ จำนวน 1 ราย พักรักษาตัวเองอยู่ภายในบ้าน โดยมีญาติพี่น้องผู้สัมผัสใกล้ชิดและมีความเสี่ยงสูงมาก จำนวน 5 ราย ร่วมดูแลผู้ป่วยพร้อมกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ตามที่แพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาลให้คำแนะนำ เป็นการแบ่งเบาภาระให้กับหน่วยงานราชการเนื่องจากเตียงรักษาพยาบาล มีไม่พอเพียงและอยู่ในระหว่างการขยายเตียง โดยจังหวัดได้เพิ่มโรงพยาบาลสนามให้กับพื้นที่อำเภอพิชัย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดอุตรดิตถ์พบผู้ป่วยโควิด-19 สะสมรวมกันทั้งสิ้น 990 ราย พื้นที่อำเภอฟากท่า 26 ราย อำเภอบ้านโคก 26 ราย อำเภอทองแสนขัน 58 ราย อำเภอตรอน 88 ราย อำเภอน้ำปาด 87 ราย อำเภอท่าปลา 105 ราย อำเภอลับแล 100 ราย อำเภอพิชัย 159 ราย อำเภอเมือง 236 ราย ต่างจังหวัด 77 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบที่อยู่ 28 ราย และอยู่ระหว่างรักษาในโรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น 650 ราย รักษาหายแล้ว กลับบ้านได้ 335 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 5 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพิ่มอีกจำนวน 4 แห่ง 500 เตียง หลังจากเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่1 พื้นที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก มณฑลทหารบกที่ 35  จำนวน 100 เตียง โรงพยาบาลสนามแห่งที่2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ (ทุ่งกะโล่) จำนวน 200 เตียง ประกอบด้วย โรงพยาบาลสนามแห่งที่3 บริเวณสนามกีฬาหมอนไม้ ต.ป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ อยู่ในการดูแลของ อบจ. จำนวน 200 เตียง, โรงพยาบาลสนามแห่งที่4 ศาลาการเปรียญวัดขวางชัยภูมิ อ.พิชัย จำนวน 100 เตียง, โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 5 ที่ทำการขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่ใช้แล้ว(หลังเก่า) ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จำนวน 100 เตียง, โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 6 อาคารเรียนโรงเรียนชุมชนไกรลาศ อ.น้ำปาด จำนวน 100 เตียง โดยโรงพยาบาลสนามทั้ง 4 แห่งนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 จากพื้นที่เสี่ยงสูง กทม.และจังหวัดใกล้เคียง คาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการได้ภายในสัปดาห์นี้เป็นต้นไป โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ ระบบไฟพร้อมกล้อง cctv บูรณาการร่วมกับสำนักงานสารธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ตามโครงการ "คนอุตรดิตถ์ ไม่ทอดทิ้งกัน

สำหรับผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทำงานอยู่ที่กรุงเทพและปริมณฑลพื้นที่เสี่ยงสูง ยังไม่มีสถานที่รักษาพยาบาล และมีความต้องการจะเดินทางกลับบ้านยังภูมิลำเนา เพื่อมารักษาตัวในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถติดต่อประสานงานก่อนเดินทางเพื่อเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลในการรองรับการรักษาได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ โทร 064-0032126

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน