มอบแล้วรางวัลนำจับ 1 แสนบาท

21 ก.ค. 2564

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีได้มีเหตุนักโทษชาย จำนวน 4 ราย หนีออกจากเรือนจำกลางเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย1.นายภัทรดนัยหรือราชันย์ สื่อศิริธำรงค์ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 22 ซ.เพชรเจริญ 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ข้อหาครอบครองและจำหน่ายยาบ้า 4,000 เม็ด 2.นายกฤษฎา คงขาว อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 106/1 หมู่ 10 ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ข้อหาครอบครองและจำหน่ายยาบ้า 20,200 เม็ด ยาไอซ์ 209 กรัม 3.นายวัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 278 หมู่ 15 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ข้อหาครอบครองและจำหน่ายยาบ้า 132 เม็ด ยาไอซ์ 93 กรัม 4.นายธนดล ตันติวนิชนม์เจริญ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 17 หมู่ 5 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ข้อหาครอบครองและจำหน่ายยาบ้า 312 เม็ด จากนั้นเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีประกาศให้รางวัลผู้ชี้เบาะแสจนไปสู่การจับกุมตัวจำนวน 100,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวมาได้ทั้ง 4 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น.ของวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีพลเมืองดีหลายคนได้ช่วยกันแจ้งเบาะแสพร้อมทั้งช่วยจับกุมตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

มอบเงินรางวัลนำจับ 1 แสน

ต่อมาวันที่ 21 ก.ค.2564 เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์โดยนางละออง อยู่ยั่งยืน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมผู้บริหารได้มีการมอบรางวัลนำจับให้แก่พลเมืองดีโดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ เท่า ๆ กันโดยพลเมืองดีเหล่านี้ซึ่งมีทั้งโทรศัพท์แจ้งเบาะแสและบางรายก็ช่วยเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องขังมอบตัว ในขณะบางรายได้ช่วยกันจับกุมผู้ต้องขังด้วยตนเองโดยมีสื่อมวลชนร่วมสังเกตุการณ์ด้วย นางละออง อยู่ยั่งยืน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ต้องขังกลุ่มนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาคดียาเสพติดมีของกลางจำนวนมาก บางรายโทษอาจ 30 ปีขึ้นไปถึงประหารชีวิต เพราะฉะนั้นจึงต้องติดตามตัวให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปทำร้ายใครจนเกิดความสูญเสีย จึงมีการประกาศให้เงินรางวัลนำจับผู้ต้องขังทั้ง 4 คนได้จำนวน 100,000 บาท และเงินรางวัลจำนวนนี้เป็นการลงขันจากผบ.เรือนจำเขต 6 พร้อมเจ้าหน้าที่ มิได้เป็นเงินจากทางราชการแต่อย่างใด จากนั้นนางละอองกล่าวแสดงความขอบคุณกลุ่มพลเมืองดีเหล่านี้พร้อมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอีกด้วย


ในส่วนของผู้ต้องขังทั้ง 4 รายทางเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงาน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ในข้อหาทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 190 ผู้ใดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากหารือเสร็จได้เมีพลเมืองดีบางราย แจ้งกลางที่ประชุมโดยขอสละสิทธิไม่ขอรับเงินรางวัลดังกล่าว โดยพลเมืองดีที่แสดงเจตนารมย์สละสิทธิไม่รับเงินรางวัลแจ้งยืนยันด้วยว่า ทางเจ้าของร้านฯกำชับมาให้คืนเงินรางวัลในส่วนที่จะมอบให้แก่ทางเรือนจำฯ โดยเจ้าของร้ายยินดีจะเป็นผู้มอบเงินรางวัลส่วนนี้ให้เอง จากนั้นจึงขออนุญาตออกจากที่ประชุม ทำให้ที่ประชุมตกลงเห็นพ้องว่า จะกันเงินรางวัลในส่วนดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อจะติดต่อมอบในภายหลัง

พันคำ เทศประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน