“ทนายวนิช ทิพย์เหรียญ”ทนายตกยากเมืองคอนเสียชีวิตแล้ว-เผยก่อนสิ้นลมมีโอกาสพบลูกสาวจากกันตั้งแต่เกิด 21 ปี

18 ก.ค. 2564


 จากนายอครพล หนูทวี หรือ “ทนายขุน” ทนายความและนักธุรกิจชื่อดังในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานงานช่วยเหลือเยียวยารักษานายวนิช ทิพย์เหรียญ อายุ 56 ปี ทนายความชื่อดัง ที่ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งโคนลิ้นนอนรอวันตายอยู่ในกระท่อมกลางทุ่งนา ไร้คนดูแล ร่างกายซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเพราะไม่ได้รับประทานอาหารมานานนับเดือนเนื่องจากช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยพ่อแม่ เสียชีวิต พี่ชายก็มีอาการทางประสาทไม่มีญาติพี่น้องอื่น ๆ โชคดีที่ชาวบ้านพบไปจึงแจ้งกู้ภัยประชาร่วมใจช่วยเหลือส่ง รพ.ปากพนัง รับรักษาในฐานะคนไข้อนาถา  ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น




(18 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานนายครพล หนูทวี หรือ “ทนายขุน” หลังจากประสานงานช่วยเหลือ นายวนิช หรือทนายวนิช ซึ่งตรวจพบว่ามีสิทธิ์รักษาพยาบาลอยู่กับ รพ.เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จึงได้ประสานกับทาง รพ.เทศบาล ฯให้ทำหนังสือส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ.มหาราช ต่อมานายสมพร ดำพริก  อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการสภาทนายความแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนของกลุ่มทนายความทั่วประเทศ เดินทางเข้ามอบเงินช่วยเหลือจำนวนกว่า 30,000 บาท พระมหาอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดเจาพระทือง อ.ชะอวด ตัวแทน “บิณฑ์-เอกพ์ บันลือฤทธิ์ บริจาค 2,000 บาท เพื่อน ๆทนายความรวบรวมมามอบช่วยเหลือนายวนิช ในขณะที่เพื่อนทนายความในจังหวัดนครศรีธรรมราชทราบข่าวได้เดินทางไปมอบเงินสมทบอีกหลายคนรวมประมาณ 10,000 บาท

               “หลังจากนั้นตนได้เดินทางเข้ามาพักรักษาตัวเกี่ยวกับผ่าตัดข้อเข่าที่ รพ.ในกรุงเทพ และเพื่อนทนายความในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่งโทรมาแจ้งว่านายวนิช หรือทนายวนิช ได้เสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2564 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น. ทางญาติ ๆ ได้รับตั้งบำเพ็ญกุศลศพ  ณ. วัดบางคุระ ตำบลบ้านใหม่ ปากพนัง นครศรีธรรมราช และเนื่องจากอยู่ในสภานการณ์การปแพร่ระบาดไวรัสโควิดรุนแรงจึงทำการฌาปนกิจในวันที่ 8 ก.ค. 2564 ตนก็ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานบำเพ็ญกุศพแต่อย่างใด ขอแจ้งข่าวให้กับประชานทั่วไปที่ติดตามขาวและโอนเงินช่วยเหลือ”

 


              


นายอครพล หรือ "ทนายขุน กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามท่ามกลางความสูญเสียแต่มีเรื่องที่น่ายินดีเพราะการที่สื่อมวลชนเสนอข่าวของทนาย  วนิช ทำให้บุญสาวของทนายวนิช ที่อาศัยอยู่ใน จ.นครราชสีมา และกำลังเรียนพญาบาลปี 4 อายุ 21 ปี ซึ่งตั้งแต่เกิดไม่เคยเห็นหน้าพ่อมาก่อนได้มีโอกาสพบพ่อและเดินทางมากราบแทบเท้าพ่อ ในช่วงที่ทนายวนิช นอนรักษาตัวที่ รพ.มหาราช โดยเรื่องนี้เริ่มจากบุตรสาวได้อ่านข่าวทนายวนิช จนเกิดสงสัยเพราะชื่อและนามสกุลตรงกับในใบสุจิบัตร สงสัยว่าจะเป็นพ่อของตน จึงนำข่าวไปเค้นสอบถามแม่ว่า “คนนี้เป็นพ่อของหนูใช่หรือไม่” ปรากฏว่าแม่ร้องให้น้ำตาไหลพรากก่อนจะยอมรับว่าคนในข่าวคือพ่อของบุตรสาว  ต่อมานักเรียนพยาบาลที่บุตรสาวของทนายวนิช ได้โทรศัพท์มาหาตนที่กำลังพักรักษาตัวที่ รพ.ในกรุงเทพ เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับทนายวนิช  ซึ่งตนไม่มั่นใจจึงได้ซักไซ้ข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียด จากนั้นตนจึงโทรกลับสอบถามทนายวนิช ซึ่งยังพอพูดและเล่าเรื่องต่าง ๆได้ พร้อมยอมรับว่าเป็นบุตรสาวของตัวเองไม่ได้พบกันมาหลังคลอดหลังคลอดและแจ้งเกิดได้ไม่กี่เดือนก็ต้องเดินทางกลับมานครศรีธรรมราช จนขาดการติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเกือบ 21 ปี

        

“ตนจึงประสานกลับไปแจ้งบุตรสาวของนายวนิช จนสาวพยาบาลสุดดีใจและรีบเดินทางจากนครราขสีมา ตรงมายัง รพ.มหาราชพบนายวินิช กราบเท้าท่ามกลางความดีใจทั้งพ่อและลูก ร้องห่มร้องให้กอดกันกลม ในขณะที่ญาติ ๆ ของนายวนิช และเพื่อนทนายความรวมทั้งแพทย์ พยาบาลที่อยู่ในห้องพักคนไข้ถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องให้ด้วยความดีใจไปตามๆ กัน บุตรสาวของนายวนิช ได้พักเฝ้าปรนนิบัตินายวนิช อยู่ 1 คืนจึงกราบเท้าพ่อขอเดินทางกลับแต่สัญญาว่าจะกลับมาหาพ่อ ดูแลปรนนิบัติพ่อตลอดไป จนกระทั้งนายวนิช มาเสียชีวิตดังกล่าว ทราบว่าบุตรสาวรีบเดินทางมาทันฌาปนกิจศพพ่อพอดี  จึงอยากจะเรียนแจ้งให้ประชาชนทราบและยุติการโอนเงินชวยเหลือ นายวนิช ทิพย์เหรียญ หรือ “ทนายวนิช” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.

ไพฑูรย์  อินทศิลา/ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช   




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน