ขนย้ายสารเคมี สไตรีน ที่เกิดระเบิด ขณะที่ผู้ว่าสั่งปลดล็อกให้ชาวบ้านในรัศมี 1 กิโลเมตรกลับเข้าบ้านได้แล้ว

10 ก.ค. 2564


บรรยากาศการขนย้ายสารเคมี สไตริน โมโนเมอร์  จากบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้ที่ 10 กรกฎาคม 2564 โดยทางบริษัท มหาชนจำกัด อัคคีปราการ  ได้นำรถโอโซน แทงค์จำนวน 4 คัน ที่สามารถบรรจุสารเคมีสไตรีน ได้คันละ 24 คิว หรือ 24,000 ลิตร โดยวิธีการใช้ปั้มระบบอัดด้วยลมทำการถ่ายสารเคมีดังกล่าวออกจากถังกักเก็บขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะลำเลียงออกจากที่เกิดเหตุเดินทางไปทำลายที่บริษัท มหาชนจำกัด อัคคีปราการ ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยนิคมอุตสาหกรรมบางปูซอย 1 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าตลอดทั้งวันจะสามารถขนย้ายสารเคมีดังกล่าวได้ประมาณ 4-5 คันในแต่ละวัน โดยที่ทางบริษัท มหาชนจำกัด อัคคีปราการ ได้จัดเตรียมแทงค์ขนาดใหญ่จำนวน 3 ใบ ซึ่งสามารถบรรจุสารเคมีได้จำนวน  600 ตัน ก่อนที่จะทยอยฉีดเข้าเตาเผาเพื่อทำลาย




โดยนาย เริงชัย  เรืองพยุงศักดิ์  รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท มหาชนจำกัด อัคคีปราการ  ได้อธิบายขั้นตอนการทำลายสารเคมีดังกล่าวว่า ขั้นตอนแรกเราจะนำสารเคมีดังกล่าวถ่ายเข้าใส่ถังกักเก็บเอาไว้ก่อน และทยอยเผา เนื่องจากการเผาแต่ละครั้งต้องรอเวลา ซึ่งรถต้องวนกลับไปรับสารเคมีที่เหลืออีก ก็จะทำให้เสียเวลาในการวิ่งไปรับสารเคมีเที่ยวต่อไป จึงเอามากักเก็บในถังใหญ่ก่อน พอได้ปริมาณมากพอเราก็เปิดวาล์ว จากถังกักเก็บฉีดพ่นเข้าไปในเตาเผาอุณหภูมิสูง 1 พันองศา โดยใช้ไนโตเจนเป็นตัวดันส่งให้สารเคมีฉีดพ่นเข้าเตาเผา เพราะสารสไตรีน โมโนเมอร์นี้ ถ้ามีอุณหภูมิ 36 องศาจะเริ่มมีปฏิกิริยา ที่เกิดจากการรวมตัวทำให้เกิดความร้อน ถ้ามีออกซิเจนเข้าไปผสมก็จะทำให้เกิดจุดวาบไฟได้ จึงจำเป็นต้องปัจจัยที่จะทำให้เกิดจุดวาบไฟออกคือออกซิเจน แต่ก็ต้องควบคุมคือเผาได้ในปริมาณ 1 ตันต่อ 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นถ้าเราต่อจากรถโอโซน แทงค์เข้าเตาเผาเลย รถก็จะกลับไปรับสารเคมีที่เหลือไม่ทัน เราจึงจำเป็นต้องเก็บไว้ก่อน พอจังหวะที่เหมาะสมรถพอที่จะหมุนเวียนได้ไม่สะดุดติดขัดกับแผ่นการเคลื่อนย้ายของทางราชการเราก็จะเริ่มทยอยทำเผาทำลายตามขั้นตอน


ด้านนายวัยชัย  คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยและดูขั้นตอนการขนย้ายเคมีดังกล่าวยังที่เกิดเหตุ และได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ในสถานที่เกิดเหตุทุกอย่างสามารถควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้ได้หมดแล้วทั้งสารเคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศขณะเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงในดินและในน้ำเท่านั้นที่ยังพบว่ามีสารเคมีเจือปนอยู่ จึงได้ทำการยกเลิกคำสั่งอพยพสถานการณ์ฉุกเฉินอนุญาตให้ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรสามารถกลับเข้าบ้านพักอาศัยได้ตามปกติ ส่วนในเรื่องการขนย้ายสารเคมีออกจากที่เกิดเหตุคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการดำเนินประมาณ 5 วัน น่าจะแล้วเสร็จ

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ - ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน