แห่ให้กำลังใจ 5 ชีวิตชาวประมงเมืองคอน-หลังศาลตัดสินยึดเรือประมงพื้นบ้านปรับ 1.2 แสนบาท-หลั่งน้ำตาเผยหมดหนทางหากิน

8 ก.ค. 2564


(8 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้เดนทางบ้านเลขที่ 164 หมู่ 6 บ้านคลองขุด ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของนายสุวิทย์ เกตุแก้ว อายุ 51 ปี และนางละม่อม เกตุแก้ว อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านสองผัวเมียประกอบอาชีพชาวประมงพื้นบ้านเพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังและหาทางช่วยเหลือหลังจากที่เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2564 ศาลจังหวัดปากพนังได้มีคำพิพากษาปรับนายสุวิทย์ และนางละม่อม คนละ 120,000 บาท รวมค่าเป็นเงิน 240,000 บาท สองผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้คร่างหนึ่งเหลือปรับ 120,000 บาท ริบเรือประมงขนาดกว้าง 1.40 เมตร ยาว 9.70 เมตร  ลึก 60 ซ.ม.พร้อมเครื่องยนต์คูโบต้า 3 สูบเป็นของหลวง  หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ประมงจับกุมในขณะที่ออกทำประมงจับปลาโดยวิธีใช้อวนลากข้าง ซึ่งเป็นการทำประมงด้วยเครื่องมือผิดกฎหมาย เมื่อเวลาประมารณ 09.30 น.วันที่ 25 พ.ค.2564 บริเวณเขตทะเลชายฝั่ง พื้นที่ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

               โดยพบว่านายสุวิทย์ นางละม่อน พร้อมนายสุวัฒน์ เกตุแก้ว อายุ 32 ปี ลูกชายอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจและเครียดอย่างหนัก ถึงกับร้องห่มร้องให้เป็นระยะอย่างน่าเวทนาสงสาร โดยในบ้านยังมีนายผล เกตุแก้ว อายุ 84 ปี ป่วยอัมพาต และนางหนูรุ่น เกตุแก้ว พิการหูหนวก อายุ 83 ปี คุณพ่อและคุณแม่ของนายสุวิทย์ อายุ 83 ปี ซึ่งทราบเรื่องราวก็อยู่ในอาหารโศกเศร้าร้องให้ตลอดเวลาเช่นกัน ในขณะที่มีเพื่อนบ้านที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านเหมือนกันจากหลายตำบลจำนวนนับสิบคนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาให้กำลังใจและร่วมปรึกษาหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือสองผัวเมีย  โดยนายมาโนช และบรรดาชาวประมงต่างมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าเจ้าเจ้าหน้าที่ประมงขชุดจับกุมดำเนินคดีใน 3 ข้อหาหนักเกินไป โดยเป็น 3 ข้อหาที่มีความผิดร้ายแรงมาก ๆ และไม่เคยมีชาวประมงพื้นบ้านรายใดที่ถูกจับกุมถูกตั้งข้อหาในลักษณะนี้และถูกคำพิพากษาศาลรุนแรงขนาดนี้มาก่อน  โดยเฉพาะข้อหาทำประมงพาณิชย์ในเขตหวงห้าม 3,000 เมตร เพราะเป็นประมงพื้นบ้านเขตพื้นที่ทำประมงจึงไม่ได้อยู่ในเขตหวงห้าม 3,000 เมตรแต่อย่างใด  

  

           




นายสุวิทย์ เกตุแก้ว ตนประกอบอาชีพประมงตามแนวชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชแบบเดียวกันนี้มาตลอดชีวิตไม่เคยถูกจับกุม เมื่อถูกจับกุมและมีการตั้งข้อหามากมายหลายข้อหาแต่ตนไม่รู้ข้อกฎหมายและบทลงโทษจึงไม่ได้ต่อสู้คดีแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาพบว่าประมงพื้นบ้านที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายถูกจับกุมจะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำประมงโดยใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ศาลพิพากษาปรับไม่กี่พันบาท  โดยหลังจากตนและเมียรักถูกจับกุมในเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 25 พ.ค. 2564  ต่อมาประมงจังหวัดได้เรียกตนไปพบแจ้งว่าให้นำเงินค่าปรับจำนวน 200,000 บาทมาจ่ายค่าปรับหากไม่จ่ายจะส่งเรื่องฟ้องศาล แต่ตนไม่มีเงินเพราะยอดเงินสูงเกินไปจึงปฏิเสธการจ่าย ต่อมาได้มีหนังสือลงวันที่ 6 มิ.ย. 2564 มาถึงตนและนางละม่อม ภรรยาแจ้งว่าคณะกรรมการเปรียบเทียบมีมติปรับตน 110,000 บาท และนางละม่อน 10,000 บาท ให้ตนนำเงินไปจ่ายค่าปรับภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2564 หากไม่ไปจ่ายจะส่งเรื่องฟ้องต่อศาลต่อไป ตนไม่มีเงินจึงไม่ได้จ่ายค่าปรับตามมติคณะกรรมการเปรียบ จึงถูกส่งฟ้องศาลจังหวัดปากพนัง

               “ต่อมาในวันที่ 5 ก.ค. 2564 ศาลนัดไปฟังคำพากษาโดยไม่มีการไต่สวนข้อมูลใด ๆ ศาลพิจารณาความผิดไปตามข้อหากล่าวหาที่ชุดจับกุมและพนักงานสอบสวนกล่าวหาตน โดยสั่งปรับตนและนางละม่อมคนละ 120,000 บาท สองคนเป็นเงิน 240,000 บาท ตนตกใจแทบช็อคในคำพิพากษาศาล ตนทำอะไรไม่ถูกและคงไม่มีเงินจ่ายค่าปรับแน่นอน จึงแจ้งศาลต่อว่าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ 240,000 บาท จนได้รับการแนะนำว่าหากรับสารภาพจะได้ลดโทษครึ่งหนึ่ง ตนจึงตัดสินใจรับสารภาพศาลเมตตาลดโทษให้เหลือปรับคนละ 60,000 บาท รวมสองคน 120,000 บาทและให้ตนประสานกับฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อตกลงผ่อนจ่ายค่าปรับ  จนกระทั้งเวลา 15.00 น.วันเดียวกันตนตนโทรศัพท์หลับไปหาญาติ ที่ ต.ปากนคร หลังญาติ ๆ ทราบข่าวได้หยิบยืมเงินเพื่อนบ้านได้จำนวนหนึ่ง ก่อนเดินทางมาที่ศาลปากพนังและเจ้าหน้าที่ได้ทำเอกสารผ่อนจ่ายเดือนละ 40,0000 บาท โดยจะต้องจ่ายทันทีคนละ 20,000 บาท รวม 40,000 บาท งวดที่ 2 วันที่ 5 ส.ค.2564 อีกคนละ 20,000 บาท รวม 40,000 บาทเช่นกันเมื่อจ่ายงวดที่ 2 วันที่ 5 ส.ค. 2564 เสร็จแล้วศาลจะนัดจ่ายงวดที่ 3 รวมสองคนอีก 40,000 บาท ตนไม่รู้จะหาเงินมาจ่ายค่าปรับงวดต่อไปได้อย่างไร เพราะไม่สามารถประกอบอาชีพประมงได้อีก เนื่องจากศาลสั่งริบเรือและเครื่องยนต์พร้อมเครื่องมือประมง จะไปกู้เงินธนาคารก็ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะกู้นอกระบบก็ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเช่นกัน ที่สำคัญเมื่อตนไม่ได้ประกอบอาชีพประมงตนคงหาเงินมาผ่อนจ่ายหนี้ไม่ได้แน่ หากมีเรือประมง พร้อมเครื่องยนต์ตนยังพอออกทำประมงหาเงินมาผ่อนจ่ายหนี้หรือค่าปรับศาลได้ ตอนนี้ตนจนใจจริง ๆ ไม่รู้หาหาทางออกในเรื่องนี้อย่างไร”นายสุวิทย์ กล่าวด้วยน้ำตานองใบหน้า              

 


ในขณะที่นายสุวัฒน์ เกตุแก้ว ลูกชายนายสุวิทย์ กล่าวว่า ข้อหาที่เจ้าหน้าที่ประมงดำเนินคดีกับพ่อแม่ของตนมันรุนแรงมากเป็นเหมือนอาชญากรแผ่นดิน โดยในพื้นที่มีการทำประมงพื้นบ้านแบบเดียวกับพ่อแม่ตนจำนวนมาก ตนมองว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่เสมอภาคเท่าเทียมกันเลือกที่รักมักที่ชังจะมุ่งจับกุมเฉพาะคนที่ไม่ใช่พวกของตน  แต่คนที่ทำประมงแบบเดียวกันและประมงผิดกฎหมายอื่น ๆ เต็มทะเลไปหมดกลับไม่จับกุม ตอนนี้ครอบครัวตนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ตนเคยทำงานท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช แต่ช่วงโควิดระบาดหนักถูกเลิกจ้างตกงานมากว่า 6 เดือนแล้ว หากไม่ให้ประกอบอาชีพประมงจะให้พ่อแม่ตนไปประกอบอาชีพอะไร เขาคงทำไม่ได้เพราะทำประมงพื้นบ้านมาตลอดชีวิตในระยะนี้เดือดร้อนมากอยู่ได้เพราะเงินช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาล “ลุงตู่” เท่านั้นทั้งเบี้ยยังชีพคนชรา ผู้พิการของปู่กับย่าเท่านั้น และทั้งบ้านมีเงินเหลือในบัญชีธนาคาร 251 บาท นายสุวัฒน์ พร้อมทุกคนในครอบครัว กล่าวด้วยน้ำตานองใบหน้าอย่างน่าสงสาร

               นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง กล่าวว่า การตั้งข้อหาดำเนินคดีกับนายสุวิทย์ และนางละม่อม ซึ่งเป็นแค่ชาวประมงพื้นบ้านหาเช้ากินค่ำมันโหดร้ายรุนแรงมาก โดยเฉพาะการตั้งข้อหาทำประมงพาณิชย์ในเขตหวงห้าม 3,000 เมตร และใช้เครื่องผิดกฎหมาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นแค่ประมงพื้นบ้าน ซึ่งในอ่าวปากพนังในปัจจุบันเรือประมงพาณิชย์ไม่สามารถเข้ามาได้เพราะน้ำตื้นมาก ๆ เรือลำที่ถูกจับกุมกว้างแค่ 1.40 เมตร ยาว 9.70 เมตร ลึก 60 ซ.ม.เท่านั้น ในขณะที่เรือประมงพาณิชย์จะต้องมีขนาดยาวความ 14 เมตรขึ้นไป หรือตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป แต่ลำนี้ไม่เกิน 1.5-2  ตันกรอส ตนเชื่อว่าการจับกุมมีเบื้องหน้าเบื้องหลังบางอย่าง เพราะหากเจ้าหน้าที่จะเข้มงวดจับกุมการทำประมงผิดกฎหมายกันจริง ๆ แค่ขับเรือออกไปในอ่าวปากพนังก็จะเห็นการทำผิดกฎหมายมากมาย คอกหอยเถื่อนหลายพันไร่ การใช้เรือคลาดหอย ยอยักษ์หรือบาม โพงพง หรือขนาดยึดครองแบ่งปันทะเลและลำคลองสาขาหลายสิบสาย เป็นความผิดที่เห็นกันอย่างชัด ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีการจับกุมดำเนินคดีใด ตนร้องเรียนถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เรื่องก็เงียบหายไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาใด ๆ .

ไพฑูรย์  อินทศิลา/ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช              




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน