อบต.ชุ่ยทุ่มงบ 8 แสน ปล่อยน้ำดิบให้ชาวบ้านใช้ทุกข์ระทมแรมปี

5 ก.ค. 2564


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กว่า 300 ครัวเรือน ร้องสื่อมวลชน หวังเป็นที่พึ่ง เดือนร้อนหนัก อบต.ชุ่ยโครงการน้ำประปาหมู่บ้านงบ 8 แสน แต่กลับปล่อยน้ำดิบ ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อกลั่นกรองให้ชาวบ้านใช้ ปล่อยชาวบ้านทุกข์ระทมใช้น้ำสีชาเย็น มีตะกอน มานานแรมปี แถมเกิดผดผื่นท่วมตัว ร้องเรียนหลายครั้งแต่กลับไม่มีการแก้ไข และยังคงเก็บค่าน้ำเต็มจำนวนทุกเดือน ชาวบ้านลุยตรวจสอบโรงสูบน้ำพบอุปกรณ์ชำรุดเสียหายใกล้หมด   

วันนี้ 5 ก.ค.64 ชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านหนองปรือ ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้เดินทางเข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว ประจำ จ.ตรัง พร้อมนำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ หลังได้รับความเดือดร้อน จากน้ำประปาหมู่บ้าน หรือบ่อบาดาลโครงการของ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านา (อบต.) ใช้งบประมาณ จำนวน 717,000 บาท สร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่  25 พ.ย.2557 ที่ผ่านมา และต่อมาปี พ.ศ.2558 ได้มีการตั้งงบประมาณ จำนวน 118,000 บาท รวม 2 โครงการจำนวน 835,000 บาทเพื่อดำเนินการต่อท่อน้ำประปาเพิ่มเติมระยะทาง 1,252 เมตร เพื่อไปเชื่อมต่อกับโครงการประปาระบบสระน้ำ เดิมที่มีอยู่ ซึ่งสร้างเมื่อประมาณ 13 ปีที่ผ่านมา โดยไม่มีป้ายโครงการแสดงให้เห็นถึงงบประมาณดังกล่าว     




จนทำให้ปัจจุบันนี้ชาวบ้านประมาณ 300 ครัวเรือน ต่างได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เนื่องจากน้ำมีความขุ่น ข้น ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง เมื่อใช้แล้วเกิดอาการผดผื่นคันขึ้นตามร่างกาย หากจำเป็นจะต้องใช้น้ำเพื่ออาบ หรือทำการอุปโภค จำเป็นจะต้องนำน้ำเก็บไว้ในถังกว่า 3 วัน เพื่อให้ตกตะกอน ถึงจะนำมาใช้ได้ โดยที่ชาวบ้านหลังได้รับความเดือดร้อนได้มีการแจ้งเรื่องกับทาง อบต.บ้านนา มาแล้วจำนวนหลายครั้ง แต่ปรากฏว่า  เวลาผ่านมากว่า 1-2 ปี ยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อบรรเทาทุกข์ หรือตอบสนองความต้องการของประชาชนตามปัจจัยขั้นพื้นฐานที่สมควรได้รับ และทาง อบต.ยังคงมีการเก็บค่าน้ำประปาในทุกเดือน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโรงสูบน้ำ พบว่ามีการชำรุดทรุดโทรม ไม่มีการกลั่นกรอง หรือการฆ่าเชื้อ มีเพียงการสูบน้ำขึ้นมาจากอ่าง ก่อนจะปล่อยขึ้นเข้ามายังถัง แล้วปล่อยให้ประชาชนใช้ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิต ที่มีคุณภาพ และยังพบว่า โรงน้ำและบริเวณสระน้ำ ถูกปกคลุมด้วยหญ้ารกจนมองไม่เห็นสระน้ำ ส่วนในโรงเรือน อุปกรณ์ต่างๆ เช่นมอเตอร์สูบน้ำ ระบบบำบัด ระบบกรองฆ่าเชื้อ ชำรุดทรุดโทรมจนใช้งานไม่ได้ แต่ยังคงมีการสูบน้ำดิบ จากสระขึ้นถังแล้วส่งให้ประชาชนใช้ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตแต่อย่างได


ด้าน นายทวี ฤทธิ์หมุน กำนัน ต.บ้านนา (อดีต ส.อบต.4 สมัย) ได้เปิดเผยถึงที่มาของโครงการแห่งนี้  เป็นการดำเนินการในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากน้ำบ่อของชาวบ้านแห้งขอด ทางอบต.จึงได้ตั้งงบประมาณ เพี่อสร้างประปาหมู่บ้านขึ้น เป็นโครงการแรกเมื่อกว่า 13 ปีที่ผ่านมา มีการขุดสระน้ำ กว้างประมาณ 30 เมตร คูณ 60 เมตร ลึก 7 เมตร สร้างแท็งก์น้ำ สูบผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแล้วส่งไปให้ชาวบ้านได้ใช้ แต่ต่อมาชาวบ้านมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้น จึงตั้งงบประมาณ แบบเจาะบาดาล พร้อมถังขนาด ขนาด 12 ลูกบาศก์เมตรใช้งบประมาณไป จำนวน 717,000 บาท สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2557 ต่อมาเมื่อปี 2558 ได้ตั้งงบประมาณ จำนวน 118,000 บาท ต่อท่อน้ำเพิ่มเติมระยะทาง 1,252  เมตร รวมระยะทางโดยรวม ประมาณ 4,000 เมตร

นายทวี กำนัน ต.บ้านนา เปิดเผยอีกว่า ส่วนเรื่องของการดูแลบำรุงรักษาเป็นหน้าที่ของ อบต. ส่วนปัญหาของระบบที่ใช้งานไม่ได้ มอเตอร์มีการหายไป และระบบชำรุดจนใช้งานไม่ได้ เรื่องนั้นตนไม่ทราบ เพราะเป็นหน้าที่ของ อบต.ก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนมาก่อสร้าง เพราะผ่านมาหลายปี ส่วนป้ายโครงการก็หายไปหมดแล้ว จากที่ผ่านมาในช่วงฤดูแล้งจะขาดน้ำทุกปี และมีปัญหาเรื่องน้ำขุ่น น้ำไม่พอใช้นั้น เห็นควรจะมีการแก้ไข อาจเพิ่มอีกบ่อบาดานขึ้นอีกหนึ่งจุด พร้อมกันนั้นตอนนี้ต้องปรับปรุงระบบน้ำที่ชำรุดให้ใช้ได้ก่อน เนื่องจากประชาชนใช้น้ำที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการเลย อยากฝากถึง อบต.เข้าไปตรวจสอบแก้ไขโดยด่วน

ขณะที่ นายทรงชัย ชายภักดิ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/2 ม.9 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เล่าว่า ปัญหามีมานานแล้ว แต่บางคนไม่กล้าพูด บางคนก็พูดผ่านไปทาง ส.อบต.หมู่ 9 แต่ก็ไม่มีผล ไม่มีการปรับปรุงแก้ไขแต่อย่างได มาวันนี้จึงเปิดใจกับสื่อว่าที่บ้านใช้น้ำประปาเป็นหลัก น้ำมีปัญหามาโดยตลอด ในช่วงนี้ตอนแรกๆ น้ำออกมาดี แต่ผ่านไปซักประมาณ 5 นาที น้ำเริ่มขุ่น และมีตะกอน จนจัดหาที่เก็บน้ำไว้ในห้องน้ำและหลังบ้าน เพื่อเปิดน้ำเก็บไว้ก่อน เพื่อให้ตกตะกอน แล้วจึงตักมาอาบ และใช้ล้างของใช้ต่างๆ เวลา 2-3 วันต้องไปทำความสะอาดกับภาชนะที่เก็บน้ำหนึ่งครั้ง เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด เพราะน้ำสกปรกมาก ที่สำคัญหลังจากอาบน้ำไปแล้ว จะมีผื่นคันไปทั่วตัว เรื่องดังกล่าวได้รายงานไปยัง ส.อบต. หมู่ 9 ในพื้นที่ทราบ แต่ก็ไม่มีการแก้ไขแต่อย่างได เป็นอย่างนี้ทุกบ้าน แต่ไม่มีใครกล้าพูด เพราะพูดพูดไปก็ไปเกิดประโยชน์ จึงเข้าร้องเรียนกับสื่อให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน

ขณะเดียวกันในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ทำข่าวของผู้สื่อข่าวอยู่นั้น พบว่า ส.อบต.หมู่ 9 อยู่ในพื้นที่ที่ชาวบ้านร้องเรียน ก่อนจะเดินทางหายไป พร้อมไม่เปิดเผยหรือให้ข้อมูลใดๆกับผู้สื่อข่าว ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป. 

 

 

 ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน