ชื่นชมหัวใจอาสากู้ภัยประชาร่วมใจเมืองคอนทุ่มเทปฏิบัติการ 18 ชม.ช่วย“น้องหมา”ติดในซอกหินภูเขากรุงชิง

5 ก.ค. 2564


กราบหัวใจ!! ชื่นชมและยกย่องหัวใจจอาสากู้ภัยเมืองคอน-หลังทุ่มเทสรรพกำลังปฏิบัติการ 20 ชม.ช่วย”น้องหมา”ติดในซอกหินภูเขากรุงชิงรอดตายราวปาฏิหาริย์หลังซุกซนคาดไล่ไล่ตามสัตว์เลื้อยคลานเข้าไปติดในซอกโพรงหินนาน 9 วัน-ชี้ปฏิบัติการยิ่งกว่าช่วยเหลือทีมหมูป่าติดถ้ำเขานางนอนสนองปณิธาร“ทุกชีวิตมีค่า เราปรารถนาให้ปลอดภัย” มูลนิธิประชาร่วมใจ

                ( 5 เม.ย.) เมื่อเวลา 20. 50 น.คืนที่ผ่านมา (4 ก.ค.) ทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ จ.นครศรีธรรมราช เขต อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา  จ.นครศรีธรรมราช และใกล้เคียงที่ร่วมปฏิบัติภารกิจขุดเจาะหินภูเขาช่วยเหลือสุนัขที่เข้าไปติดอยู่ในซอกหินมานาน 7 วัน ซึ่งเกิดเหตุบริเวณภูเขาย่อม ๆ บ้านห้วยพานใกล้เคียงวัดถ้ำลอด หมู่ 2 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช โดยปฏิบัติการเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น.ของวันที่ 3 ก.ค.2564ที่ผ่านมา ซึ่งการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเป็นไปอย่างอยากลำบาก ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวแห่มาชมปฏิบัติการกู้ภัย ฯช่วยน้องหมาอย่างต่อเนื่อง ต่างยกย่องชื่นชมน้ำใจของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจเป็นอย่างมาก  แม้จะเป็นแค่สุนัขหรือน้องหมาเพียงตัวเดียว แต่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต่างทุ่มเทสรรพกำลัง วัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือ แรงกาย แรงใจปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จภาระกิจสิ้นสุดเมื่อเวลาประมาณ 20.50 น.คืนที่ผ่านมา ( 4 ก.ค.) ท่ามกลางความดีใจของ น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 2 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช

               น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์ 114 หมู่ 2 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า น้องหมาตัวดังกล่าวเป็นหมาพันธุ์พื้นบ้านหรือ “หมาวัด”เพศเมียสีดำสลับขาว อายุประมาณ 5-6 เดือน โดยเมื่อราววันที่ 27 มิ.ย.2564 คาดว่าน้องหมาตัวดังกล่าวคงจะวางไล่สัตว์เลื้อยคลานชนิดใดชนิดหนึ่งที่วิ่งหนีเข้าไปในซอกหิน จนน้องหมาเข้าไปติดอยู่ไม่สามารถออกได้ จึงพยายามที่จะดันตัวเองไปข้างหนาหาทางออกไปเรื่อย ๆ พร้อมส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนาสงสาร ตนได้ยินเสียงน้องก็พยายามตามหาที่มาของเสียงจนพบว่าน้องหมาอยู่ในซอกหินลึกมาก โชคดีตรงหน้าผามีช่องหินที่อากาศสามารถเข้าไปได้ ตนจึงพยายามหาทางชวยเหลือมาโดยตลอด แต่ก็จนใจเพราะไม่รู้จะช่วยออกมาได้อย่างไร จึงคิดว่าคงจะปล่อยให้น้องหมาตายติดอยู่ในซอกหิน  ในที่สุดก็นึกถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจเขต อ.นบพิตำ จึงได้โทรไปแจ้งเพื่อปรึกษาว่าพอจะมีหนทางใดบ้างช่วยน้องหมาออกมาจากซิกหิน โดยไม่ได้คิดว่าทีมกู้ภัยเขาจะเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจระดมสรรพกำลังกันมาช่วยน้องหมาอย่างจริงจังถึงเพียงนี้

                       ทีมอาสากู้ภัยประชาร่วมใจที่ร่วมปฏิบัติการช่วยชีวิต "น้องหมาติดซอกหิน"

            




นายลักษณันท์ ศรีจันทร์  เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยประชาร่วมใจ เขต อ.นบพิตำ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือในเวลา 14.00 น.ของวันที่ 3 ก.ค. 2564 จึงพร้อมด้วยนายพงศธร ปรางทองและนัฐพงษ์ นวลฤกษ์ เพื่อนอาสากู้ภัยมูลนิธิประร่วมใจ เขต อ.นบพิตำ เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลือ โดยพบว่าจุดที่ใกล้ที่สุดที่จะสามารถนำน้องหมาออกมาได้อยู่ที่ซอกหินหน้าผาสูงจากพื้นที่ประมาณ 2 เมตร จึงแจ้งขอสนับสนุนกำลังจากเพื่อนอาสากู้ภัยประชาร่วมใจทั้งใน อ.นบพิตำ และ อ.ท่าศาลา มาช่วยกันสร้างขึ้นไปจนถึงจุดซ่องซอกหน้าผาที่ใกล้กับน้องหมามากที่สุด ก่อนจะเริ่มใส้สว่านเจาะหินแต่พบว่าเจาะยากเพราะหินแข็งมากเจาะได้ทีละนิด ๆ  ในขณะที่ได้ยินเสียงน้องหมาร้องครวญครางอย่างนาเวทนาสงสาร โดยทีมอาสาได้สลับสลับเปลี่ยนกันเจาะหินอย่างต่อเนื่อง จนเวลาผ่านไปเกือบ  5  ชม.ซอกหินเป็นรูกว้างแต่ 3-4 นิ้วไม่สามารถเอาน้องหมาออกมาได้ ในวันแรกจึงยุติการช่วยเหลือในวันแรก

               จนกระทั้งเช้าของวันที่ 4 ก.ค. 2564 ทีมงานเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยประชาร่วมใจก็เดินทางมาเริ่มปฏิบัติการเจาะหินช่วยน้องหมากันต่อ โดยได้รับการสนับสนุนจาก น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์ เจ้าของน้องหมา และชาวบ้านที่ทราบข่าวนำอาหาร เครื่องดื่มมาบริการจัดเลี้ยงทีมอาสาอย่างต่อเนื่อง จนเวลาผ่านไปครึ่งวันก็เจาะหินได้ช่องใหญ่พอสมควรแต่ก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะนำน้องหมาออกมาได้ ในขณะที่เกิดฝนตกจนทีมงานต้องหยุดพักชั่วคราว ก่อนจะใช้ผ้าเต้นท์มาขึงกันฝนด้านบนและช่วยกันเจาะหินต่อไป ต่อมาได้รับการสนับสนุนเครื่องสว่านเจาะแบบกระแทกและมีขนาดใหญ่กว่าเดิมจากหลาย ๆ ฝ่าย ทำให้สามารถเจาะกระแทกเปิดช่องหินได้กว้างมากยิ่งขึ้น  โดยการปฏิบัติการต่อเนื่องจนเริ่มมืดค่ำ  ทาง อบต.กรุงชิงจึงได้นำเครื่องปั้นไปมาสนับสนุน ในขณะที่นายวิทย์พงศ์ ศรีเพชร นักธุรกิจอดีตนายกสโมสรโรตารี่นครศรีธรรมราช ที่ปรึกษามูลนิธิประชาร่วมใจนำอุปกรณ์เซฟตี้ทั้งหน้ากากกันฝุ่น ถุงมือ หมวกกันหินหล่นใส่ศรีษะ และอื่น ๆ มาให้กับทีมงานทุกคนใช้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จนกระทั้งทีมกู้ภัย ฯสามารถเจาะเป็นช่องใหญ่เห็นตัวน้องมาที่อยู่ในสภาพอิดโรยเพราะอดอาหารมาหลายวัน ทางทีมงานจึงหยุดปฏิบัติการและหมูย่างที่ชาวบ้านซื้อมาให้อาสากู้ภัยรับประทานขึ้นไปป้อนให้น้องหมากินอย่างหิวกระหาย พร้อมป้อนน้ำให้กินอีกด้วย  โดยทีมงานทุกคนต่างมีความหวังและมีกำลังใจว่าจะสามารถช่วยน้องหมาเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวออกมาได้และรอดตายอย่างแน่นอน

               หลังจากจากนั้นทีมอาสา ฯก็เริ่มปฏิบัติภาระกิจต่อไปจนกระทั้งในเวลา 20.50 น.ทีมงานก็สามารถเจาะหินเป็นโพรงขนาดใหญ่จนสามารถดึงตัวน้องหมาออกมาจากซอกหินได้อย่างปลดอดภัย  แต่พบว่าน้องหมาได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลจากการโดนหินบาดที่หัว ขาและลำตัวหลายแห่ง จนเลือดไหลโซก ก่อนจะมอบน้องหมาให้กับ น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์ นำไปอาบน้ำ เช็ดตัว ก่อนที่ทีมอาสากู้ภัย ฯจะช่วยปฐมพยาบาล ทำบาดแผล ใส่ยาแก้ปวด แก้อักเสบให้ท่ามกลางความดีใจของ น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์ เจ้าของน้องหมาและทีมอาสากู้ภัย ฯทุกคนที่สามารถทุ่มเทแรงกาย แรงใจช่วยน้องหมารอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย

 

 นายวิทย์พงศ์ ศรีเพชร นักธุรกิจอดีตประธานสโมสรโรตารี่นครศรีธรรมราช ที่ปรึกษามูลนิธิประชาร่วมใจ

                                                  นำอุปกรณ์เซฟตี้มาสนับสนุน

 


น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์ กล่าวภายหลังได้น้องหมาคืนว่า ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยประชาร่วมใจเป็นอย่างมาก ขอขอบคุณด้วยใจจริง ไม่คาดคิดว่าทุกคนจะทุ่มเทสรรพกำลังช่วยน้องหมามากถึงขนาดนี้ ขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ตนจะจดจำทีมกู้ภัยชุดนี้ตลอดไป และดูแลเลี้ยงดูน้องหมาตัวนี้เป็นอย่างดี เพราะถือว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์ ซึ่งหากไม่ได้พี่ ๆ น้อง ๆ กู้ภัยประชาร่วมใจตนคงต้องปล่อยให้น้องหมาตัวนี้ตายอยู่ในซอกหินแน่นอน  โดยต่อไปตนจะวัสดุไปตามปิดช่องซอกหินภูเขาเล็ก ๆ ใกล้บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้น้องหมาไล่ตามสัตว์อะไรเข้าไปติดในซอกหินอีก

               นายลักษณันท์ ศรีจันทร์ เป็นตัวแทนกลุ่มอาสากู้ภัยประชาร่วมใจ เขต อ.นบพิตำ -ท่าศาลา กล่าวว่า พวกตนดีใจและมีความสุขที่สามารถช่วยชีวิตน้องหมาออกมาได้ แม้ว่าพวกเราจะเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหน แต่เมื่อภารกิจการช่วยเหลือน้องหมาสำเร็จ น้องหมาปลอดภัยและพวกเราทุกคนก็ปลอดภัย ทำให้พวกเรามีความสุขมาก ๆ โดยการที่มีกระแสชื่นชมทั้งในโลกโซเชี่ยลและทั่ว ๆ ไปทำให้พวกเรามีขวัญกำลังใจในการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณะภัยต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบตลอดไป สมดั่งปณิธานของมูลนิธิประชาร่วมใจที่ว่า “ทุกชีวิตมีค่า เราปรารถนาให้ปลอดภัย”

               ในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่า การปฏิบัติการช่วยเหลือน้องหมาในครั้งนี้เปรียบเทียบได้กับปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมู่ป่าติดถ้ำเขานางนอน ใน จ.เชียงรายเมื่อปี 2561 แม้จะใช้เวลาน้อยและงบประมาณน้อยกว่ามากแต่การช่วยเหลือในครั้งก่อนมีเดิมพันชีวิตคน 13 ชีวิต แต่ในครั้งนี้มีแต่ชีวิตน้องหมา 1 ชีวิตเป็นเดิมพัน โดยคนทั่วไปอาจจะมองว่าแค่ชีวิตหมา 1 ตัวจะต้องทุ่มเทอะไรมากมายถึงขนาดนั้น  ซึ่งทีมกู้ภัยประชาร่วมใจได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและเท่าเทียมกันของทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เดรัจฉาน และรู้สึกได้ถึงการมีจิตใจที่เป็นอาสาอย่างแท้จริง  โดยทีมอาสาทุกคนคงจะได้ใจของกลุ่มคนรักสัตว์ไปเต็ม ๆ แบบนี้ต้องกราบหัวใจ ต้องยอมรับและยกย่องชื่นชมหัวใจของทีมอาสากู้ภัยประชาร่วมใจทุกคนที่ร่วมปฏิบัติภาระกิจในครั้งนี้  ขอคารวะด้วยหัวใจจริง ๆ .

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

          

                  ยังเอาออกไม่ได้ ..ให้ "น้องหมา"กินหมูย่างประทั้งชีวิต หลังอดอาหารหลายวัน

   ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จนำ "น้องหมาออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่น้องหมาบาดเจ็บทั่วร่างเพราะโดนหินบาด

                        ทีมกู้ภัย ฯกับความภาคภูมิใจที่ได้ทุ่มเทเสียสละช่วย 1 ชีวิตเดรัจฉาน

                          น.ส.ณัฐนรี สัจจารักษ์    เจ้าของน้องหมา..สุดประทับใจ...ทีมอาสากู้ภัยร่วมใจ...

 

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช/รายงาน

           




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน