ชายบุกเดี่ยวโรงแรมกักตัวกลุ่มเสี่ยง ยิงปืนพาตัวเมีย-ลูกหนีกลับบ้าน

29 มิ.ย. 2564


เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.64 ร.ต.ท.ฐิติกร ปานทับทิมทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีเหตุชายคลั่งบุกใช้ปืนยิงภายในโรงแรม หมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ซึ่งเป็นโรงแรมสำหรับใช้กักตัวผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กระบี่ พร้อมกับพาตัวภรรยาและลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ถูกกักตัว ออกไปจากโรงแรม หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วยชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ




ที่โรงแรมดังกล่าว จนท.ของโรงแรมพาตำรวจไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ที่คนก่อเหตุยิงปืนใส่จนกระจกของโรงแรมแตกเป็นรู 1 รู บริเวณล็อบบี้ชั้น 1 ใกล้กับลิฟท์ โดยตำรวจกันพื้นที่ไว้ รอประสานให้ชุดพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กระบี่ เข้าตรวจสอบอีกครั้ง เบื้องต้นสอบถามจากนายสมชาย คนเรียน อายุ 48 ปี รปภ.ของโรงแรม ซึ่งเป็นผู้ประสบเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. วันเดียวกันนี้ มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 45 ปี ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กธ 8358 กระบี่ เข้ามาจอดภายในโรงแรม ก่อนจะถือทุเรียนเข้ามา บอกจะเอามาเยี่ยมภรรยาที่ถูกกักตัวอยู่กับลูกชาย แต่พนักงานของโรงแรม ไม่อนุญาตให้เข้าไปได้ เพราะเป็นพื้นที่กักตัว และระเบียบโรงแรมห้ามนำทุเรียน เข้าไปภายใน ชายคนดังกล่าวก็เดินกระวนกระวายอยู่นานประมาณ 10-15 นาที ก่อนจะไปที่รถแล้วเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง ตรงไปที่ลิฟท์เพื่อจะขึ้นไปห้องพักของโรงแรม นายสมชาย เล่าต่อว่า จากนั้นตนก็เข้าไปห้าม ไม่ให้ชายคนดังกล่าวขึ้นไปบนโรงแรม เพราะเป็นระเบียบของ สสจ.ห้ามคนนอกเข้าไป ชายคนดังกล่าวก็ไม่พูดอะไร แต่ชักปืนพกสั้นออกมาจากกางเกงก่อนจะยิง 1 นัด ตนเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ต้องปล่อยให้ขึ้นลิฟท์ไป ก่อนจะพาตัวภรรยาสาว พร้อมกับลูกชายลงมา และพาไปขึ้นรถก่อนขับออกไป


ทั้งนี้โรงแรมเกิดเหตุ เป็นสถานที่สำหรับกักตัวผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อใน จ.กระบี่ โดยกลุ่มภรรยาของผู้ก่อเหตุ เป็นกลุ่มที่เพิ่งถูกส่งมากักตัวพร้อมลูกชาย เมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์งานศพใน ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยชายผู้ก่อเหตุเป็นชาว อ.ลำทับ จ.กระบี่ ล่าสุดตำรวจประสานให้ทุกโรงพัก ช่วยกันสกัด และติดตามรถคันดังกล่าวแล้ว ส่วนสาเหตุที่ชายคนนี้ก่อเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด.

ทีมข่าวเฉพาะกิจ คมชัดลึกภาคใต้




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน