ธารน้ำใจช่วยหนุ่มยอดกตัญญูขายไก่เลี้ยงแม่พิการวัย 83 ปี-หลังโดนพิษโควิดจนถูกขับไล่ออกจากบ้านเช่า

22 มิ.ย. 2564


               ธารน้ำใจช่วยหนุ่มยอดกตัญญูขายไก่เลี้ยงแม่พิการวัย 83 ปี-หลังโดนพิษโควิดจนถูกขับไล่ออกจากบ้านเช่า-เจ้าอาวาสวัดดังแบ่งเงิน “บิณฑ์-เอกพันธ์”คู่แฝดนักบุญช่วยเหลือในขณะที่ “กมลทิพย์ กุลคง”เจ้าของสวนส้มโอทับทิมสยามมอบสมทับอีก 5,000 บาท-เผยยอดกตัญญูและซื่อสัตย์ไม่ยอมมีเมียเพราะ “แม่ข้าใครอย่าแตะ”

               (22 มิ.ย.)พระมหาอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช พร้อมทีมงานโรงทานพระเวสสันดรชาดกวัดเขาพระทอง  และคณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปเยี่ยมและช่วยเหลือนายระพีพงษ์ พันธุ์ทิพย์แพทย์ หรือ “หมึก” อายุ 47 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 201/4 หมู่ 1 ถนนกะโรม ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หนุ่มยอดกตัญญู ที่เช่าซอยทุ่งข่า  61/1 ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพขับรถ จยย.หาเลี้ยงดูนางละมัย ขุนรัตน์ หรือ “ยายนา”อายุ 83 ปี แม่บังเกิดเกล้าที่พิการเป็นโรคกระดูกเสื่อมทำให้เป็นอัมพาตขาขวาไม่มีเรี่ยวแรง กระดูกสันหลังคดงอ หูหนวก และความจำเริ่มเสื่อม หลังจากที่นายระพีพงษ์ โดนพิษโควิดทำให้ขาดรายได้จึงจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,300 บาทล่าช้า จนถูกยื่นคำขาดให้ออกจากบ้านเช่า ตนจึงตัดสินใจประกาศลูกไก่พันธุ์ไก่ชน 5 ตัวที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย และออกหาบ้านเช่าหลังใหม่

               โดยเมื่อไปถึงพบนายระพีพงษ์ และนางละมัยหรือยายนา นั่งอยู่หน้าบ้าน พร้อมน้องหมาคู่ชีพ 2 ตัวคือไอ้ขาวและไอ้หรั่ง ที่ทำหน้าที่คอยปกป้องดูแลนางละมัย หรือยายนา ในช่วงที่นายระพีพงษ์ หรือหมึก ไม่อยู่ออกไปขับรถ จยย.รับจ้าง  น้องหมา ทั้งสองตัวจึงเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของนางละมัย และนายระพีพงษ์ ไปโดยปริยาย  ในเบื้องต้นพระมหาอารยนันต์ ได้แบ่งเงินที่บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ คู่แฝดดารานักบุญมอบสนับสนุนโรงทานพระเวสสันดรชาดก เพื่อผลิตอาหารกล่อง และน้ำดื่มมาแจกจ่ายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ประสบภัยโควิด โดยได้แบ่งมาช่วยเหลือเหลือนายระพีพงษ์ และนางละมัย  3,000 บาท ในขณะที่นางกมลทิพย์ กุลคง เจ้าของสวนส้มโอทับทิมสยามใน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง มอบเงินสดช่วยเหลือ 5,000 บาทให้ นายไพฑูรย์ อินทศิลา นำมามอบให้นายระพีพงศ์ นางละมัย ในโอกาสเดียวกันด้วย

 

 

             




นางละมัยหรือยายนา กล่าวว่า เมื่อ 20 ปีก่อนตนเช่าตึกเปิดร้านข้าวแกง  และขายน้ำชา-กาแฟใน บขส.นครศรีธรรมราช มีรายได้วันละกว่า 5,000 บาทโดยคนที่ไม่มีเงินก็ไม่ต้องจ่าย กินฟรีก็ได้ ลูกค้ากินและค่อยจ่ายภายหลังก็มีจำนวนมากและเก็บไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่หลังจากที่ตนป่วยเป็นโรคกระดูกเสื่อมขาขวาไม่มีเรี่ยว กระดูกสันหลังคดงอ หมอห้ามทำงานหนัก ตนก็ไม่ได้ประกอบอาชีพค้าขายอีกเลย ทรัพย์สมบัติอื่น ๆ  ไม่มี นายระพีพงษ์ หรือหมึก ลูกชายคนเดียวคอยเลี้ยงดูมาตลอด เงินก็ร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ จนต้องหาบ้านเช่าราคาถูกและเปลี่ยนบ้านเช่ามาเรื่อย ๆ จนกระทั้งมาอยูบ้านเช่าในสวนมังคุดเมื่อกว่า 1 ปีก่อน จนมาทราบว่าเจ้าของบ้านเขาไม่ให้อยู่อีกต่อไป ตนเสียใจมากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร รอนายระพีพงษ์หรือหมึก ลูกชายหาบ้านเช่าใหม่ได้ก็คงออกจากบ้านเช่าหลังนี้

               “ตนดีใจมากที่มีพระและนักข่าวยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งชีวิตของตนไม่รู้จะอยู่ได้อีกสักกี่ปี ก็เป็นห่วงนายระพีพงษ์ หรือหมึก ลูกชายเหมือนกัน แต่หากตนตายไปเชื่อว่าเขาคงหาเลี้ยงตัวเองได้  ตนขอให้ทุกคนที่ช่วยเหลือตนและลูกพบแต่ความสุขเจริญรุ่งเรืองตลอดไป ขอให้มีโชคลาภถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1  นางละมัย หรือนางละมัยหรือยายนา กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า

 


ในขณะที่นายระพีพงษ์ หรือหมึก กล่าวว่า นอกจากตนจะประกอบอาชีพขับรถ จยย.รับจ้างใน บขส.นครศรีธรรมราช แล้วยังรับจ้างต่อทะเบียนหรือเสียภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย แต่ในช่วงนี้หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดลูกค้าแทบจะไม่มีเลย จากที่ตนเคยมีรายได้วันละ 300 บาทขึ้น ตอนนี้ไปบางวันเหลือไม่ถึง 100 บาท โดยตนขอเพียงให้มีรายได้เพียงพอกับการซื้ออาหารให้แม่เท่านั้น โดยหลังจากตนซื้ออาหารมาให้แม่ และน้องหมาทั้งสองตัวในช่วงเช้าและเที่ยงแล้วตนจะออกตระเวนขับรถ จยย.รับแจ้งจนถึงเวลา 22.00 น.จึงกลับเข้าล้านนอพักผ่อน ตนยอมรับว่าในระยะหลัง ๆ ตนจ่ายค่าเชาบานล่าช้ากว่ากำหนด 5-10 วันแต่ก็ไม่เคยค้างค่าเช่าบ้านเลย  เดิมเจ้าของบ้านเช่ายื่นคำขาดให้ตนออกจากบ้านภายในวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมาแต่มีเพื่อนช่วยเคลียร์ยืดระยะเวลาออกไปจนถึงวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย. นี้

               “ อย่างน้อยตนพอมีเวลาที่การหาบ้านเช่าหลังใหม่ที่เหมาะสมและต้องการห้องเช่าค่าเช่าถูกที่สุด ปัญหาคือต้องการห้องเช่าที่แยกออกจากเพื่อนบ้านเพราะจำเป็นต้องพาน้องหมาทั้ง 2 ตัวไปด้วยหากอยู่บ้านเช่าที่เป็นห้องแถวติดกันน้องหมาทั้งสองจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับเพื่อนบ้านได้ แม่ไม่ยอมทิ้งน้องหมาเพราะทั้งสองเป็นคู่ทุกข์คู่ยากมาหลายปีแล้วคอยปกป้องคุ้มครองแม่ในช่วงที่ตนไม่อยู่ออกไปทำงานได้เป็นอย่างดี  สำหรับไก่ 5 ตัวเพื่อไม่ให้เป็นภาระจะนำไปฝากพรรคพวกเลี้ยงไว้ต่อไป”

               นายระพีพงษ์ หรือหมึก กล่าวอีกว่า ตนเคยมีเมียแต่ต้องเลิกรากันไปเพราะบางครั้งตนรับไม่ได้หากเมียรับสภาพของแม่ตนไม่ได้  และหากตนทราบว่าเมียดุด่าหรือทำร้ายแม่ตนคงยอมไม่ได้และทนไม่ได้เด็ดขาดอาจจะเกดกอารมณ์โกรธอพลั้งมือฆ่าเขาตายก็เป็นได้ ทุกวันนี้ตนจึงตัดสินใจขออยู่กับแม่บังเกิดเกล้าสองต่อสองดีกว่า โดยจะตั้งใจดูแลปรนนิบัติแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกคนนี้จะทำได้ แม้จะไม่ทำให้แม่อยู่อย่างสุขสบาย แต่จะไม่ให้แม่อดอยากเด็ดขาด สำหรับเงินที่ได้รับการช่วยเหลือจากพระมหาอารยนันต์ และคุณกมลทิพย์ กุลคง รวม 8,000 บาทตนจะนำไปฝากธนาคารและเบิกมาใช้จ่ายให้เป็นประโยชน์มากที่สุด            

นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า ตนรู้จักนายระพีพงษ์ หรือหมึก และคุณยายนา มาหลายเกือบ 20 ปีแล้ว โดยนายระพีพงษ์ หรือหมึก เป็น อส.ตร.ช่วยเหลืองานตำรวจและมีจิตสาธารณะชอบช่วยเหลือส่วนรวม ที่สำคัญเขามีคุณสมบัติในเรื่องความกตัญญูกตเวทีและความซื่อสัตย์ที่ชัดเจนไม่ยอมทิ้งแม่แม้จะลำบากยากไร้เขาก็ไม่เลือกเดินทางที่ผิดไม่หันไปแก้ปัญหาด้วยยาเสพติดหรือก่อเหตุอาชญากรรมอื่น ๆ ซึ่งตนกำลังหาเช่าสถานที่ดินของวัดหรือของทางราชการแค่ 10 ตารางวาก็พอ และทางศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช จะร่วมกับผู้ใจบุญสร้างบ้านให้สองแม่ลูกอยู่อาศัยอย่างถาวร ไม่ต้องวางตะร่อน ๆ หาบ้านเช่าและโดนไล่ออกจากบ้านเช่าอีกต่อไป  หากใครต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวของนายระพีพงษ์ -คุณยายละมัย”โอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาหัวอิฐ ชื่อบัญชีนายระพีพงษ์ พันธุ์ทิพย์แพทย์ เพื่อนางละมัย ขุนรัตน์ เลขบัญชี  816-021324-7 .

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช              

ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช                      




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน