จำชื่อเอาไว้ “นายทัศนัย ปานปลอด”สุดยอดจิตอาสาเสียสละช่วยภารกิจปิดหมู่บ้านกรุงชิง-ไม่ใช่ปีนแผงกั้นหนีโควิด

21 มิ.ย. 2564


โอละพ่อ..ผู้ชายปีนแผงกั้นเหล็กปิดหมู่บ้านกรุงชิงที่แท้เป็นสามี ผช.ผญบ.ที่มีจิตอาสามาช่วยงานส่วนรวม-ผู้ใหญ่บ้านสาวชี้แจงข้อเท็จจริงยืนยันสามีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มีจิตอาสา เสียสละช่วยเหลืองานส่วนรวมมาโดยตลอด

               จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ปิดพื้นที่เพื่อควบคุมฟ้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ระหว่างหมู่บ้าน หมู่ 1 กับหมู่ 11 กรุงชิง โดยมีภาพหนึ่งที่มีผู้ชายสวมเสื้อยืดสีเขียว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงินกำลังปีนแผงเหล็กที่กั้นถนนด้านข้างเสาไฟฟ้า ในขณะที่มีชาวบ้านขับรถ จยย.มาจอด 2 คันไม่สามารถผ่านไปมาได้ ทำให้มีแชร์ภาพดังกล่าวออกไปพร้อมแสดงความคิดเห็นว่าบุคคลดังกล่าวปีนแผงกั้นหลบหนีออกจากหมู่บ้านใช่หรือไม่ และเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาขี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมเพิ่มความเข็มงวดกวดขันในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น




(22 มิ.ย.)นางมาลินทิพย์ เมืองสุวรรณ์  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และครอบครัวได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังแรงใจ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันอย่างเต็มที่ เพราะตั้งแต่มีการแพร่ระบาดระลอกใหม่เดือนเมษายน 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช 23 อำเภอเหลือเพียง 2 อำเภอคือ อ.นบพิตำ และ อ.ถ้ำพรรณรา ที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด  จนถึงวันที่ 20 มิ.ย. 2564 มาทราบว่ามีคนในพื้นที่หมู่ 11  ต.กรุงชิง ติดเชื้อโควิด 4 คนรวด ทุกคนถึงกับนิ่งอึ้งพูดไม่ออก เสียขวัญกำลังใจไม่น้อย แต่ทุกคนก็เร่งกุลีกุจอออกมาร่วมด้วยช่วยกันดำเนินการตามมาตรการที่ทางราชการกำหนดอย่างทันทีและจริงจัง เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เชื้อโรคร้ายแพร่กระจายออกไปมากกว่านี้

“โดยในภาพที่ปรากฏคือการนำแผงกั้นเหล็กมาวางปิดถนนเขตรอยต่อหมู่ 1 กับหมู่ 11 ต.กรุงชิง พร้อมกับช่วยกันปิดป้ายประกาศให้ประชาชนทราบว่าปิดถนนทางเข้าออกหมู่ 1 กับหมู่ 11 ชั่วคราวเพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด  ซึ่งภาพผู้ชายเสื้อเขียวที่ดูเหมือนกำลังปีนแผงกั้นดังกล่าวไม่ใช่ภาพการปีนแผงกันหลบหนีออกนอกพื้นที่แต่เป็นภาพของนายทัศนัย ปานปลอด  เป็นสามีของนางปัทมาภรณ์ ปานปลอด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีจิตอาสามาช่วยเหลือในการวางแผงเหล็กกั้นถนนและปิดป้ายประกาศ เขากำลังปีนเพื่อข้ามไปอีกฝั่งเพื่อผูกเชือกป้ายประกาศกับเสาไฟฟ้า เป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่มีการถ่ายรูปพอดี และมีการส่งภาพถ่ายรายงานให้ทางอำเภอทราบ ทางเจ้าหน้าที่ของทางอำเภอก็ส่งภาพดังกล่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าทางอำเภอนบพิตำ ได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกันไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัดทันที  ยอมรับว่ามีผู้คนสนใจติดตามในเคสกรณีคนติดเชื้อโควิดในพื้นที่ ต.กรุงชิง และมีการแชร์ภาพออกไปทางเพซบุ๊คกลุ่มไลน์อย่างกว้างขวาง จนมีบางคนส่งภาพดังกล่าวไปพร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการปีนแผงเหล็กหลบหนีออกจาหมู่บ้านใช่หรือไม่”


นางมาลินทิพย์ เมืองสุวรรณ์  กล่าวอีกว่า ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านเจ้าของพื้นที่และร่วมอยู่ในเหตุการณ์จึงขอชี้แจงเรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้สื่อมวลชนและสาธารณะชนทราบ และยืนยันว่านายทัศนัย ปานปลอด เป็นสามีของนางปัทมาภรณ์ ปานปลอด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือตนและนางปัทมาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เขามีนิสัยชอบช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นประจำ และพวกจะร่วมแรงร่วมใจกันในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอย่างเข้มงวดกวดขันเพื่อผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้

ทางด้านไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้อำนวยการสำนักข่าวคมชัดลึกภาคใต้  กล่าวว่า การนำเสนอข่าวจากภาพเหตุการณ์ที่คนกำลังปีนแผงกั้นปิดหมู่บ้านชั่วคราวดังกล่าว มีคนจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชี่ยลอย่างกว้างขวาง เนื่องจกทุกคนหวาดกลัวการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด และสงสัยว่าที่บอกว่าปิดกหมู่บ้านปิดจริงหรือไม่ หรือยังปล่อยให้แอบลักลอบเข้าออกหมู่บ้านได้ และภาพดังกล่าวเป็นการปีนหลบหนีออกจากหมู่บ้านหรือไม่พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อนางมาลินทิพย์ เมืองสุวรรณ์  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.กรุงชิง ออกมาชี้แจงทำให้ทราบว่าไม่ใช่การปีนแผงกั้นเหล็กเพื่อหลบหนีตามที่โลกโซเชี่ยลเข้าใจ โดยผู้ชายคนดังกล่าวเป็นสามีของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่มาช่วยผู้ใหญ่บ้าน ช่วยภรรยาดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกันโควิด โดยเขาเป็นคนที่มีจิตอาสา เสียสละ ช่วยเหลือส่วนรวมมาโดยตลอด ตนในฐานะผู้อนุมัติการนำเสนอข่าวดังกล่าวต้องกราบขออภัยและขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนทุกฝ่ายที่ร่วมด้วยช่วยกันควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดอย่างเหนื่อยอยาก แต่ในที่สุดเราจะชนะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันให้ได้.

ไพฑูรย์ อินทศิลาผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช            




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน