จ.นครพนม ผ่อนคลายมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเฝ้าระวังเข้มผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง

21 มิ.ย. 2564


วันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ครั้งที่ 65/2564 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายแพทย์มานพ ฉลาดธัญญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม แถลงสถานการณ์เกี่ยวกับไวรัสโควิด – 19 ในพื้นที่ โดยในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมมีมติผ่อนคลายมาตรการในหลาย ๆ เรื่องเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

โดยมีการปรับลดพื้นที่เสี่ยงเหลือ 15 จังหวัด แบ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 4 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และพื้นที่ควบคุมสูงสุด 11 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปัตตานี  สระบุรี ชลบุรี  เพชรบุรี  ยะลา  ตรัง สงขลา  นราธิวาส  นครปฐม  สมุทรสาคร  ในส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน สามารถเปิดได้ตามปกติจากเดิมที่เคยมีช่วงเวลากำหนด ทั้งนี้ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มฯ สถานที่จำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้เปิดบริการได้ตามเวลาปกติ โดยสามารถนั่งทานในร้านได้แต่ต้องงดการดื่มสุราและแอลกอฮอล์ในร้าน ส่วนการจัดกิจกรรมทางสังคม ศาสนา งานประเพณี การจัดประชุม อบรม-สัมมนา ปรับจากเดิมที่รวมกลุ่มได้ไม่เกิน 50 คน เป็นไม่เกิน 100 คน และยังคงห้ามจัดงานเลี้ยง งานสังสรรค์ รื่นเริงฯ โดยเฉพาะส่วนราชการห้ามไม่ให้ดำเนินการ ในส่วนเอกชนหรือหน่วยงานอื่นต้องเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่อพิจารณาอนุมัติ

 

 

 


 




สำหรับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดนั้น วันนี้จังหวัดนครพนมพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 4 ราย เป็นบุคคลที่มาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด ซึ่งได้เข้าสู่กระบวนการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ ณ ปัจจุบันจังหวัดนครพนมมียอดผู้ติดเชื้อสะสมรวม 149 ราย รักษาหายแล้ว 140 ราย กำลังรักษาอยู่ 7 ราย เสียชีวิต 2 ราย ในส่วนของเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในโรงเรียนคณะกรรมการโรคติดต่อได้ให้สถานศึกษามีการทบทวนมาตรการปฏิบัติใหม่ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการประกาศให้จังหวัดสกลนครและนครพนมเป็นพื้นที่สีแดง

รวมทั้งให้มีการจัดตั้งคณะทำงานศูนย์ประสานงานเฝ้าระวังโควิด-19 ในสถานศึกษา เพื่อติดตาม ตรวจสอบกลุ่มผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและเด็กนักเรียน เพื่อปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการปฏิบัติเชิงรุกตามแผน รู้เร็ว ตรวจจับเร็ว ควบคุมได้เร็ว ผ่านระบบ “ครู-นักเรียนโควิด” รวมถึงให้มีการรายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์แก่คณะกรรมการโรคติดต่อด้วย

ส่วนการฉีดวัคซีนนั้นจังหวัดนครพนมได้รับการจัดสรรมาแล้ว 39,160 โดส เป็น Sinovac 27,760 โดส และ AstraZeneca 11,400 โดส โดยมีการฉีดให้ประชาชนไปแล้ว 37,758 โดส ส่วนที่เหลือคือผู้ที่ต้องมารับวัคซีนเข็มที่ 2 และในโอกาสนี้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เทศบาลเมืองนครพนม และกองทุนชาวนครพนมร่วมใจต้านภัยโควิดได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 15 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อวัคซีนชิโนฟาร์มจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้กับประชาชนชาวจังหวัดนครพนมรวมกับวัคซีนที่จะได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลในครั้งต่อๆไป

 

 

 


ทั้งนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมได้มีการเน้นย้ำถึงผู้ที่จะเดินทางเข้าจังหวัดนครพนมต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงต้องได้รับการตรวจ Rapid Test และกักตัว 14 วัน ยกเว้นได้รับวัคซีน และหากอยู่ระหว่างรอผลตรวจไม่ควรเดินทาง พร้อมทั้งได้ให้ข้อแนะนำว่าระหว่างเดินทางต้องป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากตัวเองหรือผู้อื่นอย่างเคร่งครัด เมื่อมาถึงนครพนมไม่ควรเข้าบ้านก่อนขอให้ประสานเข้ารับการตรวจคัดกรองจากโรงพยาบาลทันที กรณีบ้านไม่เหมาะสมที่จะกักตัวให้ประสานทางอำเภอหรือท้องถิ่น เพื่อจัดสถานที่กักตัวให้

 

 

 

ข่าว-ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน