“นายกชา”แถลงนโยบายต่อสภา ทต.ปากนคร-มาแปลก ปธ.สภา ฯไล่ตะเพิดสื่อห้ามเข้าห้องประชุม

21 มิ.ย. 2564


(21 มิ.ย.) ที่ห้องประขุมสภาเทศบาลตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการประชุมสภาเทศบาลตำบลปากนคร สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี พ.ศ. 2564 เป็นญัตติที่สำคัญเสนอในที่ประชุมสภา ฯคือญัตติการแถลงนโยบายของนายปรีชา แก้วกระจ่าง นายกเทศมนตรี ซึ่งแถลงต่อสภาเทศบาลตำบลปากนคร โดยมีทีมบริหการ สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนเขาร่วมฟังการแถลงนโยบายอย่างพร้อมเพรียง

               อย่างไรก็ตามก่อนที่นายกเทศบาลตำบลปากนคร จะเริ่มทำแถลงนโยบายในที่ประชุมสภาปรากฏว่า ประธานสภาเทศบาลปากนคร พูดผ่านไมค์โครโฟน์ในห้องประชุมเชิญผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้งมวลสื่อมวลชนที่นายกเทศบาลตำบลปากนครเชิญทำข่าวการแถลงนโยบาย ให้ออกจากห้องประชุม โดยระบุว่าประธานสภาไม่ได้เชิญมาร่วมทำข่าว ขอให้ปลัดเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุมซึ่งสร้างความงวยงงสงสัยให้กับสื่อมวลชน รวมทั้งนายกเทศบาลฯ สมาชิกสภาฯ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลปากนครเป็นอย่างมาก เพราะแม้แต่การประชุมสภาผู้แทนราษฏรก็ต้องใช้งบประมาณนับพันล้านเพื่อช่องทวีรัฐสภาสื่อสารการประชุมไปสู่การรับรู้ของประชาชน ซึ่งทางสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารและฝ่ายกฎหมายเพื่อศึกษาช่องทางของกฎหมายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป    

          




ต่อมาหลังการแถลงนโยบายนายปรีชา แก้วกระจ่าง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าตนได้เชิญสื่อมวลชนมาทำข่าวในการแถลงนโยบายต่อสภา ฯเพื่อให้ประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จจริงได้รับทราบแนวนโยบายการทำงานของตนและทีมบริหารชุดใหม่  แต่ประธานสภา ฯกลับเชิญสื่อมวลชนออกนอกห้องประชุมระบุว่าตัวประธานสภา ฯไม่ได้เชิญสื่อมาจึงขอให้ออกนอกห้องประชุม  อย่างไรก็ตามในการแถลงนโยบายของตนนโยบายที่ครอบคลุมในทุก ๆ ด้านรวม  8 ด้าน นอกจากนี้มีนโยบายเร่งด่วนที่ตนและทีมบริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ตนได้คุยกับสมาชิกสภา และเจ้าหน้าทุกคนว่าเรื่องการเมืองถือว่าจบไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราไม่มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่เรามีฝ่ายเดียวกัน พวกเดียวกัน เพราะผู้บริหาร สมาชิกสภา แม้ตอนเลือกตั้งจะอยู่คนละฝ่ายกัน แต่ทุกคนเป็นลูกหลานชาวปากนคร มีความตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาปากนคร เมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถือว่าเป็นมติจากประชาชนชาวปากนครที่จะต้องช่วยกันทำงานในเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาที่คั่งค้าง หมักหมมมายาวนานหลายปี ประชาชนเลือกทุกคนมาเป็นตัวแทนเข้ามาร่วมทำงานตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หลังจากนี้ก็ให้ประชาชนได้จับตาและติดตามความเคลื่อนในการทำงานพัฒนาปากนครทั้งสองฝั่ง สิ่งสาธารณูปโภคที่เรายังขาดเราจะต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน

               “นโยบายสำคัญเร่งด่วนที่สุดคือปากน้ำปากนครตื้นเขินจนเรือประมงพาณิชย์ และเรือประมงพื้นบ้านขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่เคยว่างเข้าออกได้ไม่สามารถวิ่งเข่าออกได้ยกเว้นเรือประมงขนาดเล็กหรือเรือหางยาว ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงของชาวปากนครและใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เดิมลึก 4-5 เมตร กว้าง 50 เมตร แต่ทุกวันนี้ในช่วงน้ำลงปากอ่าวปากนครจะตื้นเขินจนเรือทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ต้องเปลี่ยนไปใช้ร่องน้ำนอกพื้นที่แทนคือร่องน้ำของ อ.ท่าศาลา ทั้ง ๆ ที่ทะเลอ่าวไทยในพื้นที่ตำบลปากนครมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารทะเลสด ๆ เมื่อเรือเข้ามาจอดเทียบท่าไม่ได้ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหลายหายไป ตนจึงได้ประวานกับกรมเจ้าท่าเพื่อขอให้ดำเนินการในนโยบายขุดลอกปากอ่าวปากนคร เพื่อให้เรือที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพประมงหรืทอเรือโดยสารสามารถวิ่งผป่านได้เหมือนในอดีตที่ปากนครเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก”              

 


นายปรีชา กล่าวว่า เมืองนครศรีธรรมราชรับน้ำมาจากเทือกเขาหลวงไหลผ่านตัวเมืองโดยคลอง 5 สายแต่ทุกสายจะไหลมารวมกันและออกสู่ทะเลที่อ่าวปากนคร นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการประพกอบลอาชีพประมงแล้วยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านบนจนถึงตัวใองนครศรีธรรมราชที่ประสบอุทกภัยภัยรุนแรงเพราะน้ำไหลออกสู่ทะเลได้ยากลำบาก หากขุดลอกร่องน้ำอ่าวปากนคร ปัญหาต่าง ๆ จะหมดไปทันที  ปากนครจะกลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่โดดเด่นอยู่ใกล้ตัวเมืองนครศรีธรรมราชแค่ 10 กม. เท่านั้น นอกจากนี้โครงการเร่งด่วนอีกโครงการหนึ่งคือการก่อสร้างสะพานข้ามคลองปากนครเพื่อเชื่อมต่อเขตเทศบาลทั้งสองฝั่งคือฝั่งหมู่ 1 หมู่ 6 ต.ปากนครกับฝั่งหมู่ 4 ต.ท่าไร่  ให้สามารถเดินทางไปมาได้สะดวกรวดเร็ว ในปัจจุบันต้องใช้เรือหางยาวโดยสารข้ามไปมา หากจะเดินทางในเสนทางรถยนต์ก็จะต้องขับรถอ้อมไปกว่า 10 กม. พวกเราทุกคนจะมุ่งมั่น รักสามัคคี ร่วมกันพัฒนาปากนครของพวกเราให้กับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเหมือนในอดีต

               หลังจากนั้นนายปรีชา ได้นำคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดร่องนย้ำที่ตื้นเขินรวมทั้งจุดที่จะมีการก่อสร้างสะพานข้ามคลองปากนครเชื่อมการสัญจร 2 ฝั่ง โดยพบว่ามีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก มองเห็นแหลมตะลบุมพุกฝั่ง ต.แหบมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช อย่างชัดเจนเหมาะในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประกอบอาชีพประมงพาณิชย์ ประมงชายฝั่งหรือประมทงพื้นยบ้าน การนั่งเรือหางยาวนำเที่ยวชมวิวทิศทัศน์ ร้านอาหารซีฟู้ดสดจากทะเล  ร้านขายของที่ระลึก โรงแรม ที่พัก เป็นต้น ส่งผลด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม.

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน