เจ้าอาวาสผวาอิทธิพลฮุบวัดคืนชีพหลังพ้นโทษคดีฆ่าโปกปูฝังดิน “สามเณรปลื้ม”ฟ้องวัดเรียกสิทธิการเช่า 30 ปีคืน

14 มิ.ย. 2564


 (14 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูพรหมเขตคณารักษ์ (ดร.) เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเรียง ต.ท่าวัง อ.เมือง จงนครศรีธรรมราช และเจ้าคณะอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ได้ทำหนังสือร้องถึง มหาเถระสมาคมและ คณะสงฆ์ทั่วสังฆณฑล  นายกรัฐฒนตรี สำนักงานพำระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI  แม่ทัพภาคที่ 4 ตำรวจภูธรภาค 8 ผู้ว่าราการจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช  นักข่าว สื่อสารมวลชนทุกแขนง และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ให้ตรวจสอบดำเนินการและได้โปรดรับทราบและพิจารณา

ในเอกสารหนังสือระบุข้อความว่าความเดิมเมื่อตอนที่แล้ว เป็นเรื่องราวอัน โศกเศร้า ได้เกิดขึ้น ณ วัดวังตะวันตก อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชแห่งนี้ เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560  มีคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คือ คดีฆ่า “เณรปลื้ม” (สามเณรศุภโชค เอกเกียรติกุล) อายุ 1 7 ปี ถูกฆ่าโบกปูนฝังใต้ฐานพระพุทธรูปภายในวัดวังตะวันตกเป็นบทเรียนอันล้ำค่า แก่พุทธศาสนิกชนอย่างนำสลดใจอย่างยิ่ง ส่วนผู้บงการและผู้ร่วมกระทำความผิดถูกดำเนินคดีและถูกศาลตัดสิน จำคุก 6 ปี 10  เดือน ตลอดระยะเวลาประมาณ 3  ปีที่ผ่านมา อาตมาในฐานะเจ้าอาวาส ซึ่งได้รับความเมตตาจาก ทางคณะสงฆ์ โดยพระเดชพระคุณ พระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ พร้อมด้วยกณะพุทธบริษัททุกท่าน ได้ทำหน้าที่ดูแล ปกป้อง รักษาผลประโยชน์ ของวัค อันเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาเสมอมา และมั่นใจว่า การบริหารจัดการของวัดได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ คังที่ได้ทราบกันแล้วนั้น วัดแห่งนี้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา เป็นสมบัติของชาติอาตมาไม่เคยอนุญาตให้กลุ่มใด บุคคลใด เข้ามายืดถือครอบครองจัดการประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องแต่ประการใด          

   




  บัดนี้คนกลุ่มดังกล่าว ได้พ้นโทษและได้ออกมาจากเรือนจำเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2563 และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับทางวัดวังตะวันตกอีกครั้งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14  เมษายน 2564  นางสาวปียฉัตร อรุณสกุลและนายประดิษฐ์ ธรรมเวช ได้ไปยื่นหนังสือถึงเจ้าอาวาสและไวยาวัจกร เพื่อเจ้งขอให้สิทธิตามสัญญาเช่า อาคารและขอเข้ามาดูแล จัดการ ซึ่งได้ทำไว้กับวัดโดยมีระยะกำหนดเช่า 30 ปี โดยจะเริ่มใช้สิทธิ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

               ต่อมาเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 5  พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลาประมาณ 15.14  น. อาตมาพระครูพรหมเขตคณารักษ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนทางวาจา,โทรศัพท์ และภาพถ่าย จากผู้เช่าแผงพระภายในวัด ว่ามีกลุ่มคน ได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณแผงพระ ซึ่งเป็นวัตถุพยานในระหว่างกดี โดยแอบอ้างว่าได้รับคำสั่งจากเจ้าอาวาส อ้างสิทธิการสร้างแล้วเช่าต่อมาจากทางวัด และทราบว่า ผู้บุกรุก ได้เข้ามาก่อความไม่สงบ ข่มขู่คุกคาม ผู้เช่าแผงพระ ทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดภัยขึ้นแก่ตน จนรู้สึกหวาดระแวง มีผลต่อการดำเนินชีวิตและจิตใจ และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า กลุ่มคนดังกล่าว คือนางสาวปียฉัตร อรุณสกุล และคณะ ดังนั้นอาตมาพระครูพรหมเขตกณารักษ์ จึงใคร่ขอความเมตตามายังท่านเหล่ากัลยาณมิตร คนดีทั้งหลาย ทุกฝ่ายดังนี้

               1.ขอความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในขณะนี้ ตามแนวทางที่ทุกฝ่ายจะเมตตาพิจารณาทั้งตามหลักกฎหมายเละศีลธรรมอันดีงาม หรือเพื่อเรียนรู้หลักธราม ในพระพุทธศาสนาผ่านกระบวนการคิด ตามหลักพุทธธรรม คือ หลักอริยสัจ 4 (หรือ) ดังนี้ 1.1.ทุกข์ (ประเด็นปัญหา) 1.2  สมุทัย (สาเหตุของปัญหา) 1.3  นิโรธ (สภาพหมดสิ้นจากปัญหา) 1.4  มรรค (วิธีการ/แนวทางการแก้ปัญหา) 2.เพื่อเป็นกรณีศึกษา เป็นแบบอย่างแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับวัดอื่น ๆ สืบไปทั้งนี้ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนายิ่ง ๆ ขึ้นไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จักได้รับความเมตตานุเคราะห์จากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี “ จงถึงความเจริญ งอกงาม ไพบูลย์ในพระพุทธศาสนาเทอญ

               ดร.พระครูพรหมเขตคณารักษ์ กล่าวว่า กรณีคดีฆ่าโปกปูนฝังศพสามเณรปลื้ม กลางวัดวังตะวันตกเมื่อปี 2560 นางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว ควรที่จะสำนึกในทุกสิ่งที่กระทำขึ้น แต่เมื่อพ้นโทษกลับมาฟ้องวัด ฟ้องเจ้าอาวาส และผู้เช่าแผงพระในวัด โดย นางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว นายแพทย์ประดิษฐ์ ธรรมเวช อดีต ผอ.รพ.แห่งหนึ่งเดินทางมายื่นหนังสือเรียกนร้องสิทธิการเช่าเดิมเมื่อปี 2558 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับวัด เจ้าอาวาส และผู้เช่าแผงพระจากวัด คดีหมายเลขดำที่ 427/2564 โดยศาลมีได้นัดให้อาตมาจัดส่งเอกสารหลักฐานก่อนวันที่ 7 ส.ค.2564 ในขณะอาตมาได้กราบเรีนนให้พระราชปริยัติเวที เจ้าคุณเจือ” เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม และเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชทราบแล้ว และได้มีการจัดทีมนิติกรของคณะสงฆ์พร้อมทีมทนายเพื่อต่อสู้คดีนี้ต่อไป              

 


ทางด้านนายสมเดช แสงสุริวงศ์ อายุ 47 ปี เจ้าของแผงพระในวัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนศูนย์ข่าวนครศรีฯ 24 ชั่วโมง สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช พร้อมกับเผยว่า นางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล หรือ บิว อดีตผู้ต้องขัง ในคดีฆ่าโปกปูนฝังดินสามเณรปลื้มพร้อมกับนายแพทย์ประดิษฐ์ ธรรมเวช อดีต ผอ.รพ.แห่งหนึ่งได้ยื่นหนังสือแจ้งสิทธิตามสัญญาเช่าอาคารและขอเข้ามาดูแลจัดการทรัพย์สินในวัดวังตะวันตก รวมทั้งแผงพระภายในวัดด้วย โดยมีการแนบหนังสือสัญญาเดิม ระบุวันที่ 25 ธ.ค.2558 ซึ่งทำไว้กับวัดรวม 30 ปี โดยจะแสดงเจตนาเริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 พ.ค.2564  ต่อมาช่วงบ่ายขอวงวันที่ 9 พ.ค.2564  นางสาวปิยฉัตร พร้อมพวก  เดินทางมาภายในวัด บริเวณแผงพระ พร้อมพูดจาข่มขู่ อ้างสิทธิดูแลทรัพย์สิน แผงพระภายในวัด สร้างความหวาดกลัวกับพระสงฆ์รวมทั้งผู้เช่าแผงพระภายในวัด จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอเรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ น.ส.ปิยฉัตร สามารถดำเนินการฟ้องวัดได้หรือไม่นายสมเดช กล่าวในที่สุด.

ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช           




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน