ปลาทูเค็มระนองแลกข้าวหอมมะลิบุรีรัมย์

9 มิ.ย. 2564


 เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 9 มิถุนายน 2564 ที่ท่าอากาศยานระนอง นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วย นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกันต้อนรับ  พลอากาศโท ตรีพล  อ่องไพฑูรย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้แทนกองทัพอากาศ และหัวหน้าคณะโครงการ “เชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร” ระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกองทัพอากาศให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยจัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 C-130  ในการช่วยลำเลียงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์

 

ก่อนจะมีการนำข้าวหอมมะลิ ธรรมชาติ   ตรา สกต.บุรีรัมย์  ข้าวที่ชาวนาไทยปลูกจากดินภูเขาไฟ บุรีรัมย์  อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ   ในการสนับสนุนชาวนาผู้ปลูกข้าว    ซึ่งข้าวหอมมะลิบุรีรัมย์ ที่นำลงจากเครื่องบิน  C-130 มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น     9.35 ตัน มูลค่า 310,050.00 บาท   และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ระนอง   ได้รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์เด่นของดีเมืองระนอง ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป เช่นปลาทูมัน,ปลาทูหอม, ปลาจวดเค็ม, ปลากระเบนวงขาว,เม็ดมะม่วงหิมพานต์, กาแฟสดระนอง,กาแฟ Drip และน้ำมันพืชตรารินทิพย์รวม 8 รายการ  น้ำหนัก 1.055 ตัน  มูลค่า 155,430.00 บาท มาทำพิธีแลกเปลี่ยนสินค้ากัน  ณ ท่าอากาศยานระนอง  เชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

  




   พลอากาศโท ตรีพล  อ่องไพฑูรย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ   กล่าวว่า    พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีนโยบายให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อจะให้ความช่วยเหลือประชาชน ในภาวะวิกฤติ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ต่อชีวิตความเป็นอยู่ การทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการปฏิบัติภารกิจบินนำส่งแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและอาหารทะเลแปรรูป ระหว่างจังหวัด จะช่วยให้มีการหมุนเวียนของสินค้าและกระแสเงินสด ช่วยให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น   ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล อากาศยาน และทรัพยากรต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในภาวะวิกฤต COVID-19 รวมถึงภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้โดยปกติสุขโดยเร็ว

 


      นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า  ด้วยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในภาคการเกษตรโดยความร่วมมือของสามฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ,ภาคเอกชน และเกษตรกร โดยวางเป้าหมายให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก ด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ภายใต้ยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิต ซึ่งหน่วยงานขับเคลื่อนหลักในการผลิต ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทย เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่ขยายลุกลามไปทั่ว ส่งผลกระทบและความความเดือดร้อนอย่างหลากหลายทั่วประเทศ ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  ให้มีแหล่งจำหน่าย ซื้อ-ขาย สามารถเชื่อมโยงสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ฯ ระหว่างกันได้ และมีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ ในระยะยาว สหกรณ์ทั้งสองแห่ง จะเป็นหัวขบวนในการเชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรชนิดอื่น ๆ ระหว่างสองจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนตามมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระนองอีกทางหนึ่ง

 

 

กฤษดา  เอกวานิช  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ระนอง   




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน