ผว.กาญจน์สั่งบุกทลายเครือข่ายค้ายาบ้าซื้อขายกันบนแพพักพบยาบ้ากว่า1100เม็ดพร้อมของกลางอื่นอีกหลายรายการ(ชมคลิป)

9 มิ.ย. 2564


           เมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา วันที่ 8 มิถุนายน 2564 นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เดินทางเข้าตรวจสอบแพพักริมน้ำหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณท่าจอดแพแห่งใหม่ ริมแม่น้ำแควใหญ่ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่า แพแห่งนี้เป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มผู้เสพและผู้ค้ายาบ้าในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ซึ่งจากการเข้าตรวจค้น พบชายสองคนอยู่บนแพ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้น แต่จู่ๆชายหนึ่งในสองคน ได้ตัดสินใจกระโดดหนีลงไปในแม่น้ำแควใหญ่ เจ้าหน้าที่พยายามกระโดดน้ำลงไปติดตามแต่ก็ไม่พบตัว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชายอีกหนึ่งคนมาทำการสอบสวน ทราบชื่อ คือ สุริยา แดงหิรันย์ อายุ 44 ปี เป็นพี่ชายของนายสายัณห์ แดงหิรันย์ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของแพหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พยายามขอให้นายสุริยา ทำการเปิดห้องพักบนแพให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น แต่นายสุริยา ไม่ให้ความร่วมมือ โดยอ้างว่าไม่มีกุญแจห้อง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่า ห้องพักบนแพหลังนี้ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ใช้ระบบกุญแจแบบแสกนลายนิ้วมือและใส่รหัสผ่าน ไม่เหมือนกับห้องพักบนแพทั่วไป เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีงัดหน้าต่างห้องพักเพื่อเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเข้าตรวจสอบภายในห้อง พบว่าในห้องพักดังกล่าว มีการดัดแปลงพื้นห้องทำเป็นช่องลับที่สามารถเปิดออก เพื่อลงไปใต้แพได้ โดยที่บริเวณใต้แพ ยังมีการทำช่องลับซ่อนกล่องกระดาษใบใหญ่ ที่ภายในซุกซ่อนยาบ้าที่บรรจุในถุงพลาสติกใส รวม 11 ห่อ หรือประมาณ 1,100 เม็ด นอกจากนี้ ในห้องยังพบสมุดบัญชีในชื่อของนายสายัณห์ ซึ่งเป็นเจ้าของแพอีกหลายธนาคาร เงินสดเป็นธนบัตรทั้งของไทยและของเมียนมาร์จำนวนมาก พระเครื่องและนาฬิการาคาแพงอีกหลายเรือน เจ้าหน้าที่จึงยึดเอาไว้เพื่อตรวจสอบ พร้อมจะได้ขอออกหมายจับ นายสายัณห์ ซึ่งเป็นเจ้าของแพและยังคงหลบหนีการจับกุมต่อไป




ทั้งนี้ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นอยู่บนแพ ได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณด้านบนฝ้าเพดาน เจ้าหน้าที่จึงรีบกระจายกำลังกันออกปิดล้อม พร้อมใช้ไม้กระทุ้งฝ้าเพดาน เนื่องจากเชื่อว่า ผู้ต้องหาอีกรายที่ฉวยโอกาสกระโดดน้ำหลบหนีไป น่าจะซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดาน โดยใช้เวลาอยู่ประมาณ 5 นาที ก่อนที่สุดท้าย เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาอีกคน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่กระโดดน้ำหนีเจ้าหน้าที่ ลงมาจากฝ้าเพดานได้สำเร็จ ในสภาพที่ตัวยังคงเปียกชุ่ม สอบสวน ผู้ต้องหาคนดังกล่าวทราบชื่อ คือนายภูวนัย พังคานนท์ อายุ 38 ปี โดยนายภูวนัย ยังคงให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับยาเสพติดที่พบบนแพ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า นายภูวนัย น่าจะเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพยาบ้า ที่ใช้แพพักหลังนี้เป็นแห่งมั่วสุมและกบดาน โดยเชื่อว่า เมื่อนายภูวนัย กระโดดน้ำหนีเจ้าหน้าที่ไปนั้น นายภูวนัย ได้อาศัยความชำนาญ ดำน้ำมาใต้แพและนำยาบ้ามาซุกซ่อนในช่องลับ ก่อนจะอาศัยช่องลับที่อยู่ใต้แพ ปีนเข้ามาอยู่ภายในห้องที่ปิดล็อก และจะปีนขึ้นไปซ่อนตัวบนฝ้าเพดาน ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ในท้ายที่สุด


นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า จากนโยบายการปรับปรุงจัดระเบียบแพ บริเวณท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ของผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อปรับภูมิทัศน์ริมน้ำให้สวยงามและเป็นระเบียบนั้น พบว่า ผู้ประกอบการแพ รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนแพริมน้ำส่วนใหญ่ ยินยอมให้ความร่วมมือย้ายออกจากพื้นที่และไปอาศัยอยู่ในบ้านที่ทางจังหวัดจัดหาให้ เหลือเพียง13ราย ที่ยังคงไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ จนทำให้ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องขับไล่ตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ คดีก็ใกล้จะสิ้นสุด แต่เจ้าของแพกลุ่มนี้ ก็ยังคงไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ กระทั่ง ทางจังหวัดได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่า แพหลังนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ เป็นแพที่กลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยาบ้าใช้เป็นแหล่งมั่วสุม ซื้อขายและเสพยาบ้า จนนำมาสู่การนำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว กอบชัย ยิ้มเชิง /กีรติ ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.กาญจนบุรี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน