ปปช. จ่อฟันจนท.เมืองกาญจน์ 56 คน ร่วมออกส.ป.ก.4-01 ทับอุทยานฯไทรโยค ตัดไม้427ท่อน (คลิป)

14 พ.ค. 2564


จากกรณีเมื่อวันที่11 เม.ย 2564เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานฯ ตำรวจ ปกครองอ.ไทรโยค เข้ายึดไม้ท่อนหวงห้าม ที่ถูกลักลอบตัดในพื้นที่สปก.4-01ข.บ้านพุองกะ ม.4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นจำนวนมากถึง427 ท่อน มูลค่ากว่าล้านบาท ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ดูด้วยตนเอง โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา และถ้าหากพบการกระทำผิด ก็ให้ดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา09.00น.วันที่ 14 พ.ค.2564 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)เปิดเผยว่า  ตามนโยบาย ทส.ยกกำลัง2+4  ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ปราบปรามการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า หรือครอบครองที่ดินของนายทุน ที่ไม่ชอบโดยกฎหมาย อย่างเด็ดขาด 

ทั้งนี้ นายหิรัญเศรษฐ์ เหยี่ยวประยูร ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดี ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ( ป.ป.ช.)นางสาวสุนันทา จำปาเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาญจนบุรี นายธนเกียรติ วัฒนศิลป์ นักสืบสวนทุจริต ชำนาญการ ป.ป.ช. ภาค 7 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นายไพโรจน์ เขียวแก้ว หัวหน้าหน่อยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ กจ.1 อ.ไทรโยค ได้ลงพื้นที่บ้านพุองกะ ม.4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ในพื้นที่ที่จนท.ได้ทำการตรวจยึดไม้ป่าหวงห้าม ที่ถูกลักลอบตัด จำนวน 427 ท่อน ซึ่งแต่ละต้นมีขนาดใหญ่และมีอายุราว40 ปี ในแปลง ส.ป.ก.4-01ข. ของผู้ครอบครองรายหนึ่ง เนื้อที่ 45ไร่ 2 งาน17 ตาราวา ที่ออกให้ในวันที่ 3 ม.ค.2561 และพื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานไทรโยค จำนวน 5ไร่ 2 งาน 62 ตารางวา




นายนิพนธ์เผยต่อว่า คณะเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบถึงที่มาการออก ส.ป.ก.ดังกล่าว โดยตรวจดูจากเอกสารบันทึก การนำทำการรังวัดที่ดิน ลว.14 มิ.ย2559 ตรวจดูเอกสารข้อมูล ตามคำขอเข้าทำประโยชน์ ในเขตปฎิรูปที่ดินลว.20 มิ.ย.2559 ที่ผู้ครอบครองได้มาแจ้งข้อมูลว่า ตนเองเป็นผู้ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมเป็นหลัก และได้มีการทำไร่มันสำปะหลังเต็มแปลง โดยมี จนท.สปก.เป็นผู้รังวัดปักหลักเขตที่ดิน และเป็นผู้สอบสวนสิทธิคุณสมบัติ ความเป็นเกษตรกร รวมทั้งมีผู้ใหญ่บ้าน  เป็นผู้รับรองการรังวัด ปักหลักเขตที่ดินในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว แต่เมื่อจนท.มาตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม ย้อนหลัง ปีพ.ศ. 2559 ในแปลงส.ป.ก.ดังกล่าว อ่านแปลตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ พบว่ามีสภาพเป็นป่าผลัดใบเกือบทั้งหมด มีการทำพืชไร่เพียงเล็กน้อย เท่านั้น

จากการสืบสวนของคณะเจ้าหน้าที่พบว่า  ผู้ครอบครอง มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่เขตบางซื่อ กทม. ได้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตอ.ไทรโยค ในเดือนเม.ย.2559 เพียงประมาณ 3 เดือน ในช่วงเดือนก.ค. 2559 ก็ได้ย้ายกลับมาอยู่เขตบางซื่อ กทม.อีกครั้ง ที่ผ่านมาผู้ครอบครอง ทำงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำเสีย  ปัจจุบันอาศัยอยู่ เขตบางซื่อ กทม. และยังพบว่า เป็นที่อยู่เดียวกันกับ บริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีการดำเนินงาน เกี่ยวกับบริการด้านระบบน้ำบำบัดน้ำเสีย 

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจดู รายงานการประชุม ของคณะอนุกรรมการ ปฎิรูปที่ดินอำเภอไทรโยค ที่ได้มีประชุมครั้งที่ 2/2560 ในวันที่ 7 ก.ย. 2560 โดยมี นายอำเภอไทรโยคเป็นประธาน นิติกรชำนาญการพิเศษส.ป.ก.กาญจนบุรี เป็นเลขานุการ พร้อมด้วยอนุคณะกรรมการอีก 23 คน ได้มีมติอนุคณะกรรมการเห็นชอบ ให้ผู้ครอบครองรายนี้ เข้าทำประโยชน์ในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว  และตรวจสอบรายงานการประชุม คณะกรรมการปฎิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี  ที่ได้มีการประชุมครั้งที่ 3/2560 ในวันที่ 25 ก.ย.2560 โดยมี รองผวจ.กาญจนบุรี เป็นประธาน นิติกรชำนาญการพิเศษ เป็นเลขานุการ พร้อมคณะกรรมการอีก28 คนได้มีมติคณะกรรมการอนุมัติให้ผู้ครอบครอง เข้าทำประโยชน์ในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว  แต่เมื่อมาตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังในปี พ.ศ. 2560 อ่าน แปล ตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญแผนที่ พบว่าบริเวณแปลง.ส.ป.ก. ดังกล่าว มีสภาพเป็นป่าธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีการทำประโยชน์ในพื้นที่แต่อย่างใด


เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังปี พ.ศ.2561 ในแปลง ส.ป.ก. ดังกล่าว ปฎิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีในขณะนั้น ออกหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ ในเขตปฎิรูปที่ดินส.ป.ก.4-01ข เลขที่4878  วันที่ 3 ม.ค.2561 ให้กับผู้ครอบครอง ตามมติของคณะกรรมการปฎิรูปที่ดิน จังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ 3/2560 อ่าน แปล ตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญแผนที่ พบว่า มีสภาพป่าธรรมชาติเต็มแปลง ไม่มีการทำประโยชน์ในพื้นที่แต่อย่างใด

คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่า การรังวัดปักแนวเขต การสอบสวนสิทธิ การรับรองของผู้ปกครองท้องที่ มติของอนุคณะกรรมการฯมติของคณะกรรมการฯ รวมถึงการออกหนังสือส.ป.ก. 4-01ข.ดังกล่าว ขัดกับหนังสือ ด่วนที่สุด กษ1205/323 ลว.11 ม.ค. 2536 ข้อ3ในทางปฎิบัติ หากมีสภาพป่าหลงเหลือ ส.ป.ก.ก็จะไม่จัดที่ดินให้กับราษฎร ขัดกับมติครม.30 มี.ค.2536 ที่มีมติว่า บริเวณป่าสงวนฯใดมีสภาพป่าสมบูรณ์ ก็ควรจะได้ดำเนินการกันพื้นที่ ออกจากเขตปฎิรูปที่ดิน และให้รวมถึงพื้นที่อื่นด้วยเช่น กระทรวงกลาโหม กรมธนารักษ์ ฯลฯ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการ รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ขัดกับมติครม. 1 มี.ค.2537 ที่มีมติว่า ในการสำรวจรังวัดออก ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่ป่าสงวนฯ ให้ดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ ที่มีราษฎรถือครองทำกินแล้วเท่านั้น และให้รวมถึงพื้นที่อื่นด้วย เช่นกระทรวงกลาโหม กรมธนารักษ์ฯลฯ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการ รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นอกจากนี้แปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว ยังล้ำเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นการขัดกับมติครม.30 มิ.ย.2541 ข้อ2.1 ที่ไม่ให้ดำเนินการปฎิรูปที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์

คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่า ในเรื่องการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบนั้น ศาลฎีกาได้เคยมีคำพิพากษาที่ 12909/2557 ตัดสินเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า จำเลย ลงลายมือชื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก)ให้แก่นายด้าเอ็ม ซึ่งเป็นการกระทำที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลย โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องว่า นายด้าเอ็ม ยื่นขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริงหรือไม่ และทำให้นายด้าเอ็ม ได้ไปซึ่งหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3ก.)โดยไม่มีสิทธิได้รับ ถือได้ว่าเป็นการกระทำ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับผู้อื่น การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิดฐาน เจ้าพนักงานละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ต่อมานายนิพนธ์ฯพร้อมด้วยนายสมเจตน์ฯ ได้มอบเอกสารบันทึกร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว ให้กับนายหิรัญเศรษฐ์ฯ ที่บริเวณกองไม้ท่อนของกลาง427ท่อน ที่ยึดจากพื้นที่สปก.ดังกล่าว เพื่อให้ดำเนินตามพรบ.ประกอบรัฐธรรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2561 กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง  ด้านนายหิรัญเศรษฐ์ บอกว่าเรื่องนี้จะรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด เชื่อใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน6เดือน คงเสร็จสิ้น และไม่หนักใจหรืออึดอัดใจ ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบข้าราชการจำนวนมากถึง56คน เพราะมีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ยังมีแปลง ส.ป.ก.  ที่ออกทับซ้อนพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งยังมีสภาพป่าสมบูรณ์ อีกเป็นจำนวนถึง 2,896 ไร่  ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะรวบรวมส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วุฒิเดช ก้อนทองคำ จ. กาญจนบุรี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน