สอบสวนนักข่าว DVB เข้าเมืองผิดกฎหมาย หลบหนีการถูกกวาดล้างในเมียนมา

13 พ.ค. 2564


พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค5 สอบปากคำ นางสาว ZUNSI THU อายุ 38 ปี นางสาว AYA AYA THU อายุ 41 ปี นายมิน อายุ 39 ปี นายจ่อเซ่ อายุ 36 ปีและนายอ่อง อายุ 42 ปี ทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา หลังถูกจับในข้อหา เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต การสอบปากคำครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากล่ามแปลภาษาอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานกงสุลเมียนมาประจำจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีและสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

นส.ปสุตา ชื้นขจร เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ระบุว่า หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น ทางตำรวจ สภ.สันทราย จะส่งตัวทั้ง 5 คน ไปยังสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป โดยทางมูลนิธิจะให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมและตามหลักมนุษยชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทั้งหมดได้รับความปลอดภัย

ขณะที่ นายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เรื่องคดีความก็ว่ากันตามกระบวนกฎหมาย แต่ต้องการเวลาในการดำเนินเรื่องขอลี้ภัย โดยประสานไปยังองค์กรระหว่างประเทศเพื่อขอลี้ภัยไปยังประเทศที่ 3 เนื่องจากทั้งหมดเป็นสื่อมวลชนที่หนีการถูกกวาดล้างในประเทศเมียนมา ที่หนีมาอาศัยและปฏิบัติหน้าที่สื่อมวชชนในเชียงใหม่ สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ จะให้การช่วยเหลือตามหลักการสากลที่ยึดถือสำหรับผู้ลี้ภัยที่หนีภัยความตายและเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศหรือสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยในประเทศ ในการดำเนินการช่วยเหลือ และต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชนเนื่องจากเหตุการณ์ในเมียนมามีความรุนแรงและสื่อมวลชนเป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวที่ประชาชนได้รับผลกระทบและเป็นกระบอกเสียงรายงานความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนทั่วโลกยึดถือร่วมกัน ในแง่ของการปกป้องสิทธิเสรีภาพของสื่อและเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่สื่อต้องได้รับการปกป้อง




การจับกุม ผู้ต้องหาชาวเมียนมา เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยฝ่ายปกครอง / เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอสันทราย และ ตำรวจ สภ.สันทราย ร่วมกันทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ในบ้านเลขที่ 414/89 หมู่ 3 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.ชียงใหม่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน  จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่าหลบหนีเข้าประเทศไทย เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ทางช่องทางธรรมชาติ ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเดินทางมาอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าว ได้ประมาณ 1 เดือน ส่วนกรณีที่เป็นคนที่ทางการพม่าต้องการตัวนั้น กลุ่มผู้ต้องหาไม่ขอให้การใดๆ จึงดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาไปฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 พฤษภาคม แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นศาล พนักงานสอบสวนจึงต้องรับตัวผู้ต้องหากลับมาเพื่อทำการผัดฟ้องต่อศาล และจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ตามขั้นตอนของการสอบสวน
   
จากนั้นสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า กรณีตำรวจไทยจับกุมนักข่าวชาวพม่าที่ลี้ภัยจากประเทศเมียนมา คณะกรรมการวิชาชีพแห่งสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) มีความกังวลใจอย่างยิ่งต่อกรณีการจับกุมผู้สื่อข่าว 3 คนจากสำนักข่าว Democratic Voice of Burma (DVB) พร้อมด้วยผู้ติดตามอีก 2 คน โดย สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 ราย ได้รับการปล่อยตัว และได้รับสิทธิ์ในการพักพิงชั่วคราวในประเทศไทยโดยปลอดภัย และทางการไทยต้องไม่ผลักดันผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 รายกลับประเทศเมียนมาโดยเด็ดขาด เพราะบุคคลทั้ง 5 จะถูกทางการเมียนมาจับกุมตัวและดำเนินคดีอย่างแน่นอน


และแถลงการณ์ยังระบุอีกว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 มีประชาชนถูกทางการเมียนมาจับกุมตัวแล้วประมาณ 5,000 คนในจำนวนนี้เป็นผู้สื่อข่าวอย่างน้อย 70 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานที่บ่งชี้ถึงการทรมานและสังหารผู้ถูกจับกุมจำนวนมาก และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ซึ่งเป็นคณะรัฐบาลทหารของเมียนมา ได้ออกคำสั่งริบใบอนุญาตของสำนักข่าว DVB พร้อมด้วยสื่ออื่นๆอีก 4 แห่ง ทำให้การรายงานข่าวของสื่อมวลชนเหล่านี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศเมียนมาโดยทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวหลายคนยังยืนหยัดในการทำหน้าที่ต่อ แม้จะตกเป็นเป้าจากสภาบริหารแห่งรัฐก็ตาม และต่อมาในวันที่ 4 พฤษภาคม รัฐบาลเมียนมาออกคำสั่งห้ามรับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียมทั่วประเทศ แสดงถึงความไม่พอใจของรัฐบาลต่อการรายงานข่าวของ DVB อย่างชัดเจน เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายสกัดกั้นข้อมูลข่าวสารผ่านสัญญาณจานดาวเทียมจากสำนักข่าว DVB และสำนักข่าว Mizzima ซึ่งได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดเช่นกัน และขณะนี้ ประชาคมโลกกำลังจับตาดูว่าทางการไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อประเด็นเสรีภาพสื่อมวลชนในเมียนมาและการปกป้องบุคคลที่ลี้ภัยจากการปราบปรามอันโหดร้ายของรัฐบาลทหารเมียนมา

กรรณิกา วชิรโสภาพรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน