เหยื่อนักเรียนหญิงโดนครูพละแชทคุกคามทางเพศ เปิดใจร้องมูลนิธิปวีณา ต้นสังกัดครูพละแจ้งจะเยียวยาอ้างจะลาออกแต่ไม่เห็นคำสั่ง

11 พ.ค. 2564


เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องมีเด็กนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี ใน อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ได้แคป การสนทนาหน้าเฟสบุ๊คของครูสอนพละชาย ซึ่งสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู มีข้อความว่าจะบังคับให้เด็กมาหาที่บ้านพักโดยไม่ให้บอกใครและให้มาแก้ 0 ซึ่งเป็นการกลั่นแกล้ง ทั้งที่เด็กนักเรียนหญิงคนนี้ได้ตอบไปว่า ทำงานส่งหมดแล้วทำไมถึงจะให้ติด 0 และมีการเสนอเงินเพื่อซื้อบริการทางเพศจากเด็กนักเรียนหญิง แต่ครูพละคนนี้ยังใช้ถ้อยคำเชิงข่มขู่ ขณะเกิดเหตุเด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตั้งแต่ปี 2561 จนเดี๋ยวนี้อายุ 17 ยังไม่หยุดคุกคาม ตอนเกิดเหตุได้เล่าให้ผู้ปกครองฟังผู้ปกครองได้โทรคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและได้พูดคาดโทษครูพละคนนี้ไว้ว่าอย่าทำแบบนี้อีกแต่ก็ยังไม่หยุด ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ทางผู้ปกครองได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.โนนสัง เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 




และวันนี้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์น้องนางสาวเอ ( นามสมมุติ) ได้กล่าวว่ายังไงตนเองก็จะไม่ยอมความเพราะตนเองเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำยังไงจะเดินหน้าร้องมูลนิธิปวีณาให้ช่วยเหลือทางคดีเพราะตอนนี้คู่กรณีให้ผู้บริหารระดับสูง มาที่บ้านเพื่อเจรจาให้ถอนแจ้งความ โดยจะจ่ายเงินเป็นค่าเยียวยาตนเองยังยืนยันเหมือนเดิมว่า จะไม่ขอรับเงินใดๆทั้งสิ้นและจะดำเนินการให้ถึงที่สุดเพราะไม่อยากให้ครูคนนี้รับราชการต่อไป เพราะว่าอาจจะไปทำพฤติกรรมแบบนี้กับเด็กนักเรียนหญิง กับรุ่นน้องๆรุ่นต่อๆไปอีก

 

ส่วนทางด้านคุณย่าของเด็กหญิงเอ  ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ได้มีผู้บริหารของโรงเรียนต้นสังกัดของครูพละ มาพร้อมกับครูผู้หญิง 2 คนทั้งหมด 3 คน เดินทางมาที่บ้านของตนเองแต่ครูพละคู่กรณีไม่ยอมมาด้วย มีแต่ผู้บริหารบอกว่าครูพละยังเก็บตัวเก็บอยู่ที่บ้านในจังหวัดชัยภูมิ โดยผู้บริหารแจ้งว่าทางผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงให้ตนเองมาเจรจาเพื่อจะเยียวยาให้พูดคุยให้จบภายในวันนี้ และครูพละต้นเหตุได้แจ้งว่าจะรับผิดชอบด้วยการลาออกแต่ก็ไม่มีหนังสือคำสั่งมาให้ดูแต่อย่างใดมีแต่พูดลอยๆ

 

 

 

 

 


โดยนางทรัพย์ คุณทรัพย์ ได้แจ้งไปว่า ตนเองขอคุยกับหลานก่อน ว่าหลานสาวตัวเองจะเอายังไง ทางผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนแห่งนี้ได้พยายามคะยั้นคะยอ ให้เดินทางไปที่ สภ.โนนสัง เพื่อจะให้ตนเองถอนแจ้งความอย่างเดียว ซึ่งตนเองก็บอกว่าให้รอก่อนโดยผู้บริหารได้แจ้งว่าจะให้เยียวยาเป็นเงินเท่าไหร่ให้แจ้งมาเลย  ตนเองก็ตอบกลับไปว่าตนเองไม่ต้องการเงินสิ่งที่ตนเองต้องการคือ ความปลอดภัยของหลานสาวถ้ากลับจากฝึกงานที่กรุงเทพฯ มาอยู่ที่จังหวัดหนองบัวลำภู การเดินทางไปมาใครจะรับผิดชอบในความปลอดภัย และที่ทราบมาครูพระคนนี้ชอบดื่มสุราอยู่เป็นประจำ และชอบเอะอะโวยวายมีพฤติกรรมแปลกๆเวลาเมา  ถ้าเกิดมาคุกคามทำร้ายหลานสาวตนเองจะทำยังไง และตอนนี้ได้พูดคุยกับหลานสาวแล้วหลานสาวก็ไม่ยอม และจะเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณาที่กรุงเทพฯต่อไป

 

 

ภาพ/ข่าว วรรธนะ ทองดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.หนองบัวลำภู

 

 


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน