ญาติวอนขอความเป็นธรรม หลังลูกสาวถูกกระบะชนแล้วหนี ตร.บอก 4 เดือนค่อยมาตามคดี ร้องศูนย์ดำรงธรรมก็ไม่มีคนรับเรื่อง

4 พ.ค. 2564 อ่าน 8 ครั้ง


วันที่ 4 พ.ค. 2564  ภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนมะลิวัลย์ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น สามารถบันทึกภาพวินาทีที่เด็กปั๊มได้ไล่สุนัขออกจากป๊ม หลังจากนั้นได้ถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนอย่างแรง ก่อนที่รถยนต์คันดังกล่าวจะขับหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 41 ม.6 บ.โนนสะอาด ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พบกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ)  อายุ 19 ปี พนักงานหน้าลาน สถานีบริการน้ำมันชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสภาพบาดแผลเต็มร่างกายและสมองได้รับการกระทบกระเทือนพูดจาวกวนไปมาไม่ค่อยรู่เรื่องโดยมี นางเพ็ญประภา  ดวงทองทิพย์ มารดา และ นายบุญช่วย  ดวงทองทิพย์ บิดา และคนในครอบครัวคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

 

 

 

 




น.ส.เอ (นามสมมุติ)  บอกว่า ในวันที่เกิดเหตุคือวันที่ 5 เม.ย.ขณะเลิกงานได้เดินมาไหว้ศาลพระภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับร้านสะดวกซื้อ ด้านหน้าของปั๊ม จากนั้นพบว่ามีสุนัขจำนวนมากเข้ามาในปั๊มและก่อกวนลูกค้า จึงได้เดินไล่สุนัขออกจากปั๊ม จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจนกระทั่งมาฟื้นได้สติ ที่ รพ.ขอนแก่น และก็พบว่ามีบาดแผลตามร่างกาย  ซึ่งแพทย์บอกว่าถูกรถชน สมองได้รับการกระทบกระเทือนมีเลือดคลั่งในสมอง เหตุการณ์ต่างๆนั้นหนูจำอะไรไม่ได้เลย วันนี้ต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน เพราะเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน หลังจบ ม.6 ก็มาทำงานที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้หาเลี้ยงครอบครัว พ่อและแม่ รับจ้างทั่วไปหาเช้า กินค่ำ เงินเดือนที่ได้จากปั๊มเดือนละ 9,600 บาท ก็ต้องส่งไปให้กับน้องอีก 2 คนที่กำลังเรียนอยู่ที่ จ.อุดรธานี”

 

 

ด้านนายบุญช่วย  ดวงทองทิพย์ บิดา น.ส.เอ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บ้านเป็ด โดยมีคลิปภาพ ของทางปั๊มที่บันทึกเหตุการณ์ดั้งหมด แต่จนถึงวันนี้คดีความก็ไม่คืบหน้า ถามตำรวจ ตำรวจก็บอกว่าค่อยมาตามคืบหน้าทางคดีอีก 4 เดือน และอ้างว่ากล้องวงจรปิดใกล้จุดทีเกิดเหตุเสียหาพยานหลักฐานไม่ได้ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น ก็ไม่มีใครรับเรื่องแจ้ง เจ้าหน้าที่ก็ได้รับคำตอบว่าทุกคนทำงานอยู่ไม่มีคนมารับเรื่องได้ ครอบครัวหาเช้ากินค่ำ ลูกสาวคนโต หลังจบ ม.6 ก็มาทำงานที่ปั๊มแห่งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัว และช่วยส่งเสียน้องอีก 2 คน โดยทำงานที่ปั๊มมาได้ 1 เดือน

 

 

 

 

 


ส่วนทางทางคดีความก็ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ทำงานไป เราคนบ้านนอกคงไม่รู้จะพึ่งใครก็ได้แต่แจ้งผู้นำชุมชน เพื่อบอกเรื่องที่เกิดขึ้นโชคดีวันนี้ที่สื่อมวลชนที่ทราบเรื่องได้ลงพื้นที่มารับรู้ข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หันมาดูแลคนบ้านนอกในแถบชานเมือง โดยเฉพาะคนที่ก่อเหตุได้มาแสดงความรับผิดชอบ หรือส่งความปรารถนาดีหรือการช่วยเหลือหรือเบิกค่าใช้จ่ายจากประกันรถคันที่ขับชนก็ยังดี  เพราะทุกวันนี้ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว ใครไม่เจอกับตัวเองแบบนี้จะไม่รู้ว่าลำบากแค่ไหน จึงขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายได้ช่วยเหลือครอบครัวของผมด้วย

 

 


ภาพ/ข่าว นิติกรณ์ ฝางมาลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ขอนแก่น 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน