"เจ้าคุณเจือ"ใช้หลักเมตตาธรรมร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาชาวบ้านทุบกำแพงวัดจบลงด้วยดี

4 พ.ค. 2564 อ่าน 8 ครั้ง


จากกรณีที่ พระราชปริยัติเวที หรือ “เจ้าคุณเจือ” เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) ร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยเหลือพระพุทธศาสนากรณีกลุ่มคนในพื้นที่ ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช บุกรุกที่วัดอินทาราม หมู่ 3 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง  จ.นครศรีธรรมราช  ตัดต้นไม้ ทุบทำลายกำแพงวัด และนำเสาปูนไปปักกั้นพื้นที่ภายในวัดโดยพละการไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง  พร้อมมอบภาพถ่ายเหตุการณ์เป็นหลักฐาน จนสื่อมวลชนนำเสนอข่าวกว้างขวาง ต่อมานายอำเภอทุ่งสง ผกก.กะปาง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบพบการกระทำตามที่ร้องเรียนจริง แต่พระราชปริยัติเวทียืนยันจะไม่แจ้งความหรือฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ใด ปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักพระพุทธศาสนาเรื่องหลักความมาตาธรรม โดยทางตำรวจและฝ่ายปกครองได้นัดประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาในวันที่ 4 พ.ค. 2564 ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น    

        




(4 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ว่าที่ ร.ต.กิตติภพ รอดดอนนายอำเภอทุ่งสง พระราชปริยัติเวที หรือ “เจ้าคุณเจือ” เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) รักษาการเจ้าอาวาสวัดอินทาราม พระสมุห์ชินวงศ์ ชินวํโส เจ้าคณะตำบลกะปาง อ.ทุ่งสง  นายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช  พ.ต.อ.สมเกียรติ ร่สมโพธิ์ขวัญ ผกก.กะปาง  ผู้แทนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทน กอ.รมน. จังหวัดนครศรีธรรมราช  ปลัดเทศบาลตำบลกะปาง  กำนันตำบลกะปางผู้แทนกองพลทหารราบที่ 5 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต อ.ทุ่งสง แล ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ตำบลกะปางที่ร่วมก่อเหตุ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายสมคิด ไชยคชเดช  นายกมล เป็ดทอง และสมโภช บุญทองเสน ร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว โดยมี ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอทุ่งสง เป็นประธาน ในการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ขัดแย้งดังกล่าว

               โดยพระราชปริยัติเวที “เจ้าคุณเจือ”  ในฐานะผู้ร้องยืนยันว่าในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการวัดอินทาราม ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ทุบกำแพงวัด ตัดต้นไม้ในวัด และปักเสาปูนปกั้นแนวเขตในวัดโดยพละการเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่  และอาตมาจะไม่ขอแจ้งความหรือป้องร้องดำเนินคดีใด ๆ กับกลุ่มขาวสบ้านที่ร่วมก่อเหตุทุบกำแพงวัด ตัดโค่นต้นไม้ในวัดและปักเสาปูนกั้นแนวเขตภายในวัด ขอให้ใช้หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาในการแก้ไขปัญหา คือหลักเมตตาธรรม โดยขอให้ทุกคนทุกฝ่ายยึดมั่นในระเบียบกฎหมาย อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัว หากทุกคนทุกฝ่ายยอมรับในอำนาจหน้าที่ตามกำหนดกฎหมายการแก้ไขปัญหาก็จะสำเร็จ และทุกคนทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  

            


ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสรุปตรงกันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายอย่างชัดเจน และนายสมคิด ไชยคชเดช ตัวแทนชาวบ้านที่ร่วมก่อเหตุก็ยอมรับว่ากระทำความผิดจริง แต่เป็นความปรารถนาดีที่ต้องการจะพัฒนาวัด แก้ปัญหาการเข้าออกรบกวนการประกอบศาสนกิจของสงฆ์ โดยทุกคนทุ่มเท เสียสละในการพัฒนาวัด ร่วมดูแลสร้างเสนาสนะในวัดมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าจะไม่กระทำการใด ๆ ในวัดโดยพละการอีกต่อไป  หากจำเป็นจะต้องดำเนินการในส่วนหนึ่งส่วนใดจะแจ้งขออนุญาติจากรักษาการเจ้าอาวาสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกครั้ง

               ในที่สุดผลการเจรจาไกล่เกลี่ยสามารถสรุปได้ดังนี้  1. กรณีที่มีการทุบทำลายกำแพงวัดห้ามไปดำเนินการใด ๆ อีก 2. ในส่วนของเสาที่ปีกไว้ในวัดให้ดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จในสภาพเดิม พระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) รักษาการเจ้าอาวาสวัดอินทาราม จะยุติเรื่องไม่ดำเนินคดีใด ๆ ในกรณีดังกล่าว 3. ทุกฝ่ายตกลงยุติเรื่องตามที่เจ้าคณะจังหวัด ฯ เสนอ และหลังจากนั้นท่านเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช และรักษาการเจ้าอาวาสวัดอินทาทรามจะดำเนินแก้ไขปัญหาและพัฒนาในส่วนของวัดอินทารามต่อไป โดยมีการทำเอกสารยบันทึกข้อตกลงและลงลายมือชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐาน 3 ชุด มอบให้พระปริยัติเวที 1 ชุด ชาวบ้าน 1 ชุดและทางอำเภอ 1 ชุด

               พระราชปริยัติเวที “เจ้าคุณเจือ”   กล่าวหลังการเจรจาไกล่เกลี่ย กล่าวว่า เมื่อทุกคนทุกฝ่ายยอมรับในระเบียบข้อกฎหมาย และต่างวก็มีความปรารถนาดีต่อกัน ทำให้การหารือไกล่เกลี่ยก็ยุติลงได้โดยหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา คือหลักเมตตาธรรมค้ำจุนโลก หรือ “โลโกปัตถัมภิกา เมตตา”หมายถึงโลก(สังคม)สงบสุขได้ด้วยเมตตาคือปรารถนาดีต่อกัน และต่อไปวัด และชาวบ้านจะหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆภายในวัด และร่วมกันพัฒนาวัดอินทารามให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธตลอดไป.

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช                




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน