พ่อเฒ่าวัย 75 เล่าเหตุการณ์ชวนขนลุก ถูก 2 ชายอุ้มเข้าป่าเที่ยวเมืองลับแล ก่อนร้องขอให้ช่วยส่งกลับ

4 พ.ค. 2564 อ่าน 60 ครั้ง


เมื่อวันที่ 3พ.ค.2564เวลา08.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน โพธิ์ศรี ม.7 ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่ามีเรื่องราวของป่าอาถรรพ์ที่ชวนขนหัวลุกเกิดขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์บุคคลสูญหายในพื้นที่ป่าโคกทำเล ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ทราบชื่อผู้สูญหายคือคุณตาวิเชียร(ตาเชียร) สายกระสุน อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 2 ม. 7 บ. โพธิ์ศรี ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยญาติๆและชาวบ้านได้ระดมกำลังกว่า 100 คนออกตามหาจนทั่วบริเวณป่าและลงงมหาในสระน้ำข้างกระท่อมของของคุณตาก็หาไม่เจอ จึงได้ประสานทีมประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด อ.ปราสาท มาช่วยค้นหาในสระน้ำอีกครั้ง แต่สุดท้ายก่อนที่ทีมประดาจะลงสระน้ำงมหาปรากฏว่าคุณตาได้เดินออกมาจากป่าเอง พร้อมเล่าเรื่องราวเมืองลับแลที่ชวนขนหัวลุกให้ฟัง

 

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 2 ม.7 บ.โพธิ์ศรี เพื่อพบกับ คุณตาวิเชียร(ตาเชียร) สายกระสุน อายุ 75 ปี ตาเชียรเล่าให้ฟังว่าตนขี่รถ จยย.ออกไปนาจะไปเลี้ยงวัวตามปกติขณะที่กำลังจะขี่รถ จยย.ข้ามคลองไปตนก็พบกับคน 7 คน โดยเป็นผู้หญิง 2 คน ชาย 2 คน อีก 3 คน เป็นเด็ก ก็เลยจอดรถแล้วถามว่า พวกเอ็งพากันมาทำไม เขาก็บอกว่าจะมาพาตนไปเล่นสงกรานต์ที่บ้านเขา แล้วเด็กๆ 3 คนก็เข้ามาดึงรถ จยย.ของตนจนเกือบล้ม จนผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ สุนีย์ บอกพวกเด็กๆว่าอย่าไปทำแกให้แกขี่รถไปเถอะ จากนั้นตนก็ขี่รถ จยย.มาจนถึงกระท่อมและมานั่งเล่นอยู่ที่เปล สักพักคน 7 คนพวกนั้นก็ตามมาที่กระท่อมอีก และก็ชวนให้ตนไปเที่ยวงานสงกรานต์ที่บ้านเขาอีก ตนก็บอกว่าไม่ไปหรอก ไม่มีคนเลี้ยงวัว จากนั้นผู้หญิงสองคนก็ขึ้นมานั่งที่เปล ตนจึงลงไปนั่งข้างล่าง แล้วก็พูดคุยกันตามปกติ โดยพวกเขาทั้ง 7 คนก็ยังคงรบเร้าให้ตนไปกับเขา ตนก็ไม่ยอมไป จนในที่สุด ผู้ชายสองคนนั้นจึงเข้ามาอุ้มตนไป ตนจึงจำยอมต้องไปกับเขา พอไปถึงบ้านเขาก็พบว่าเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีคนเยอะมากเนื่องจากเป็นงานวันสงกรานต์ แล้วเขาก็เอาสื่อมาปูให้ตนนั่ง เอาข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงดูตนอย่างดี คนในหมู่บ้านก็ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ ตนจึงบอกว่าพาตนกลับบ้านเถอะตนอยากกลับบ้าน คนพวกนั้นก็ไม่ยอมให้กลับ แถมยังนำเหล้ามาให้ตนดื่มอีกแต่ตนก็ไม่ดื่ม พร้อมกับบอกให้พวกเขาส่งตนกลับบ้าน จนในที่สุดเขายอมส่งตนกลับบ้านโดย มีผู้หญิงที่ชื่อ สุนีย์ เป็นคนพามา โดยในระหว่างที่ตนเดินทางกลับ ตนเห็นทุกคนที่กำลังออกตามหา เห็นกู้ภัย เห็นเพื่อนบ้านที่กำลังส่องไฟตามหา แต่ตนไม่รู้ว่าเขาหาอะไรกัน จะร้องเรียกถามผู้หญิงที่ชื่อ สุนีย์ ที่พามาก็ไม่ยอมให้เรียก จนเขาเดินมาส่งถึงกระท่อม ตนก็มองเห็นหลานของตนแล้วหลานตนก็รีบเข้ามากอด จากนั้นตนก็ไม่รู้สึกตัวเลย มารู้ตัวอีกทีก็พบว่ามีญาติพี่น้องรุมล้อมเต็มไปหมด ต่างคนต่างดีใจนำด้ายมาผูกแขนเรียกขวัญเป็นการใหญ่ เรื่องราวทั้งหมดไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่สำหรับผู้หญิงชื่อ สุนีย์ กับพวกตนพบเห็นบ่อยที่ป่าแห่งนี้ แต่ตนไม่กล้าบอกคนอื่น กลัวเขาไม่เชื่อ และกลัวชาวบ้านคนอื่นเขาจะกลัวไม่กล้าเข้าป่าอีก แต่สำหรับตนรู้สึกเฉยๆไม่กลัวอะไร เพราะเจอกันบ่อย

 

 

 




ยายเพียร สายกระสุน อายุ 72 ปี ภรรยาของคุณตาวิเชียรได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนกับตาเชียรอยู่กันในบ้านหลังนี้รวมกับหลานชายอีก 2 คน โดยครอบครัวเรามีที่นาอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 2 กม.ซึ่งอยู่ติดกับโคกป่าทำเล ซึ่งเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านในละแวกนี้มักจะออกไปหาของป่ากันเป็นประจำ ทุกเช้าตาเชียรก็จะออกไปนาทุกวันเพราะแกมีคอกวัวอยู่ที่นาด้วยเลี้ยงวัวไว้สามสี่ตัว และมีหมาอีกสองตัว กินข้าวเช้าเสร็จแกก็จะออกไปเลี้ยงวัวทุกวัน และประมาณห้าหกโมงเย็นก็จะกลับบ้าน แต่เมื่อวานเย็นมากแล้วก็ไม่เห็นแกกลับบ้านลูกหลานรวมทั้งเพื่อนบ้านกว่า 100 คนก็พากันออกตามหา โดยหาทั้งในป่าและในสระน้ำข้างกระท่อมก็ไม่เจอ จึงได้ประสานไปทางนักประดาน้ำให้มาช่วยงมหา แต่เวลาประมาณ สองทุ่มกว่าก่อนที่นักประดาน้ำจะลงงมหาในสระน้ำ ตาเชียร ก็เดินออกจากป่าโคกทำเลมาเองและก็ล้มหมดแรงลงต่อหน้าหลานที่ออกไปค้นหา ทีมกู้ภัยจึงได้ปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้น ตาเชียรจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่ามีคนมาอุ้มไป สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนที่ร่วมกันค้นหาเป็นอย่างมาก

นางวันนี ยิ่งได้ชม อายุ 56 ปี หลานอีกคนของตาเชียร เล่าว่าตนมารู้ข่าวว่าตาเชียรหายไปก็ตอนประมาณห้าหกโมงเย็นแล้ว โดยตนได้ยิน ตาโท๊ะ น้ำเย็น ซึ่งเป็นน้องเขยของตาเชียรเล่าว่า แกผ่านไปที่กระท่อมของตาเชียรตอนประมาณบ่ายสองโมงเห็นตาเชียรนอนอยู่บนเปลในกระท่อม แต่ดูอาการสะลึมสะลือคล้ายคนเมาจึงไม่ได้สนใจ แต่พอประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆกลับมาหาตาเชียรที่กระท่อมที่เดิมอีกก็พบว่าตาเชียรไม่อยู่ พบเพียงรถมอเตอร์ไซค์ รองเท้า กระเป๋าคาดเอวและโทรศัพท์วางอยู่ จึงออกเดินตามหารอบๆบริเวณใกล้เคียงแต่ก็ไม่พบ จนผ่านไปประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆจึงได้เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อมาบอกหลานๆให้ช่วยออกตามหา แล้วหลานของตาโท๊ะ ก็ได้โทรมาบอกตนให้ช่วยออกตามหาอีกแรง ตนจึงช่วยกันออกตามหา ก็ไม่พบ จึงได้ไปให้หมอดู ดูให้ หมอดูก็ทักว่าแกไม่ได้ไปไหนแกอยู่ในป่าใกล้นั่นแหละเจ้าป่าเจ้าเขาเขาจับไว้ให้เอาเครื่องเซ่นไปเซ่นขอขมาเขาเดี๋ยวเขาก็ปล่อยมา ตนจึงโทรกลับมาบอกแม่ให้เอาเครื่องเซ่นไปเซ่นที่ป่าตามที่หมอดูทัก หลังจากที่แม่และเพื่อนบ้านเอาเครื่องเซ่นออกไปเซ่นไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาแล้ว ลูกหลานและเพื่อนบ้านต่างก็ช่วยกันเดินหาในป่าอีกแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอตาเชียร จนเวลาผ่านไปจนเกือบสามทุ่ม ตาเชียรก็เดินออกมาจากป่าเอง ซึ่งก็สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก ยิ่งได้ฟังเรื่องราวที่ตาเชียรเล่าให้ฟังยิ่งขนลุกไปตามๆกัน

 

 

 


นายวิบูลย์ คงเก่ง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 ม.7 หลานของตาเชียร อีกคน ซึ่งเป็นคนเจอตาเชียรเป็นคนแรกเล่าว่า วินาที่นั้นตนเห็นแกเดินออกจากป่ามาเองแล้วก็เดินมาชนน้องกู้ภัยคนหนึ่ง แต่ลักษณะการเดินจะเดินแบบตัวแข็งๆแล้วก็ไม่พูดไม่จา ตนเห็นว่าเป็นตาเชียรจึงรีบเดินเข้าไปกอดตาเชียรไว้พร้อมกับตะโกนบอกทุกคนว่า นี่ไงพ่อ เจอพ่อแล้ว แล้วตาเชียรก็ค่อยๆล้มลงเหมือนกับหมดแรง จนกู้ภัยต้องรีบเข้ามาปฐมพยาบาลเป็นการด่วน ในตอนที่ออกตามหาทีแรกตนคิดว่าแกน่าจะจมน้ำมากกว่า ไม่คิดว่าแกจะหลงป่าเพราะแกเป็นคนพื้นที่ และรองเท้า กระเป๋าคาดเอว และโทรศัพท์ของแกก็ยังอยู่ ซึ่งทุกคนแปลกใจมาก เพราะคนนับร้อยเดินจนทั่วป่าก็ไม่เจอแต่จู่ๆแกก็เดินออกมาเอง

 

นาย อภิศักดิ์ นักสุข อายุ 20 ปี หลานตาเชียรที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับตาเชียร เล่าว่าตนรู้ข่าวและออกตามหาตั้งแต่ประมาณห้าโมงเย็น โดยส่วนตัวแล้วมั่นใจว่าตาเชียรน่าจะจมน้ำมากกว่า เพราะรองเท้าและกระเป๋าคาดเอวของตาเชียรยังอยู่ครบ ปกติตาเชียรจะไม่เคยทิ้งกระเป๋า ตนและเพื่อนบ้านจึงช่วยกันลงงมหาในสระน้ำ โดยเดินเรียงหน้ากระดานลงน้ำควานหาจนทั่วสระกลับไปกลับมาสี่ห้ารอบแต่ก็ไม่เจอ จากนั้นก็ช่วยกันตามหาในป่าอีก หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนทุกคนถอดใจ ไม่คิดว่าในที่คุตาเชียรจะเดินออกมาเอง และยิ่งได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากตาเชียรยิ่งทำให้ขนหัวลุกจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ชัยยา พาละพล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน