ร่างทรงพระนางเลือดขาวโผล่เปิดกรุมหาสมบัติถ้ำวัดเขาพระทอง-ย้ำสร้างโบสถ์แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

20 เม.ย. 2564 อ่าน 5 ครั้ง


(20 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้มีผู้หญิง 3 คนอายุประมาณ 40-50ปี สวมชุดสีแดง โดย 1 ใน 3 สวมชุดไทยโบราณมีผ้าสไบพาดเฉียง ลักษณะเป็นผู้ดีสูงศักดิ์ในสมัยโบราณส่วนอีก 2 คนคล้ายกับเป็นผู้ติดตามรับใช้ทั้งเดินทางมาจาก จ.พัทลุง ก่อนจะมาหยุดยืนพนมมือไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนพระประธานบนพุทธสถานเชิงผา และพระพุทธรูปทั้ง 29 องค์บนพุทธสถานเชิงผา วัดเขาพระทอง  หญิงสาวที่เป็นเจ้านายได้นั่งลงหยิบก้อนดินตรงหนย่าก่อด้วยใบไม้ชนิดหนึ่งเก็บใส่กระเป๋าสะพาย โดยมีพระมหาอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสคอยติดตามสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ

                จากนั้นได้เดินขึ้นบันไดตรงไปยังลานพุทธสถานเชิงผา จุดที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่ ก้มกราบนมัสการและกล่าวบนบานเป็นภาษาโบราณอยู่เป็นเวลาเกือบ 5 นาทีก่อนที่ผู้หญิงสูงศักดิ์จะมีอาการตัวสั่นเล็กน้อย สีหน้า กิริยาท่าทางและคำพูดเปลี่ยนไปจากเดิม และกล่าวว่า “กูอาศัยอยู่ตรงนี้มานานแลวนะลูก  วันไหนที่มึงลงเสาเอกอุโบสถหลังใหญ่นะลูก มึงจะพบแผ่นดินเงินแผ่นดินทอง พบมหาสมบัติโบราณที่กูพามาเองนิ กูพามานานจังหูแล้วและอีกไม่กี่วันกูจะให้สมบัติผุดขึ้นมานะลูกนะ พอวันเพ็ญกูจะให้มันผุดขึ้นมาเลย ทองคำหนึ่งก้อน มึงเดินลงไปแลเองลูกบ่าวเห้อที่ทางเข้าถ้ำ มึงลงไปช่วงหวันมุ้งมิ้ง (ใกล้ค่ำ) แล้วมึงอธิฐานจิตนะลูกนะมันจะขึ้นมาเลย ต่อไปที่นี้จะเจริญ จะเจริญกว่าวัดได้ไข่นะลูกนะ กูจะให้เจริญ  ใครไปใครมาตรงนี้จะเป็นศูนย์กลางของภาคใต้นะลูกนะ กูคือ “พระนางเลือดขาว” กูอยู่ตรงนี้ อยู่วัดนี้ สร้างวัดนี้มานาน  กูนั้นชอบพระพุทธ กูไปแล้วนะลูกนะ สิ่งที่มึงต้องการภายใน 1 ปีกูให้สำเร็จนะลูกนะ  เดี่ยวกูจะไปตรวจสอบดูว่าใน 1 ปีสภาพที่ภายมามันเปลี่ยนแปลงอะไรไปแล้วมั้ง”

 




ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นร่างทรง “พระนางเลือดขาว” ได้เดินลงบันไดและตรงไปตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินขึ้นไปบริเวณลานหน้า “น้ำตกถึงธรรม” ที่ประดิษฐานเรือพายโบราณขนาดเรือพายแม่ย่านางตะเคียนทอง “สุวรรณะวิสุทธิ์ลักษณ์” ซึ่งเป็นเรือตะเคียนโบราณอายุกว่า 100 ปี ที่นายทิวา กุฏอินทร์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148/6 หมู่ 1 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฏร์ธานี ที่ชาวบ้านขุดพบเมื่อปี 2559 ต่อมานายทิวา ฝันเห็นหญิงสาวแต่งชุดไทย มีสไบพาดเฉียงจึงเดินทางไปดูเรือพายโบราณที่ขุดพบซึ่งยังมีสภาพสมบูรณ์ ก่อนจะมีสิ่งดลใจให้ขอซื้อเรือลำดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่บ้าน แต่ชาวบ้านไม่ยอมขายเป็นเงิน แต่ขอให้นายทิวา เรือเรือพายลำใหม่มาให้เพื่อชาวบ้านจะได้ใช้ประโยชน์ หลังจากนำเรือมารักษาไว้ที่บ้านหญิงสาวแต่งชุดไทยคนเดิมได้มาเข้าฝันระบุว่า เป็นแม่ย่านางตะเคียนทอง “สุวรรณะวิสุทธิ์ลักษณ์” แปลว่าผู้หญิงที่มีความสวยงามดั่งทองคำ ตั้งแต่นั้นมาครอบครัวของนายทิวา ก็เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยจากการประกอบอาชีพและมีโชคบลาภถูกลอตเตอรี่ หวยใต้ดินบ่อยครั้ง แต่เมื่อเดือน มิ.ย. 2564 แม่ย่านางตะเคียนทอง “สุวรรณะวิสุทธิ์ลักษณ์” เข้าฝันบอกว่าให้นำเรือไปถวายวัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จึงใช้กระบะบรรทุกเรือพายโบราณลำดังกล่าวมาถวายวัดเขาพระทอง โดยนายทิว ไม่เคยรู้จักวัดเขาพระทองมาก่อน แต่มีสิ่งเร้นลีบบางอย่างคอยชี้แนะบอกเส้นทางมาถึงวัดเขาพระทองได้อย่างน่าอัศจรรย์ในช่วงเย็นใกล้ค่ำของวันที่ 14 มิ.ย. 2562  ทางวัดเขาพระทองได้นำเรือพายมาวางไว้บริเวณลานหน้า “น้ำตกถึงธรรม” โดยคนที่มากราบไหว้บนบานจนถูกหวยอย่างกว้างขวางถึง 3 งวดซ้อน โดยเฉพาะงวดวันที่ 16 มิ.ย. 2562 ที่ออก 174055 และเลข 3 ตัวหน้า 625,884 เลข 3 ตัวหลัง 800,127 เลขท้าย 2 ตัว 29 มีผู้โชคดี   ถูกลอตเตอรี่และหวยใต้ดินภถ้วนหน้ากว้างขวาง

               หญิงสาวที่อ้างเป็นร่างทรงพระนางเลือดขาวได้สั่งให้สาวผู้ติดตามอีก 2 คนจุดธูปเทียนปักบนขอบลำเรือ ก่อนที่ตัวเองจะนั่งลงกราบบนพื้นอย่างเสื่อมใสศรัทธาและผูกพันธ์ ก่อนจะขอตัวเดินทางกลับไปได้กลาวย้ำกับพระมหาอารยนันต์ ว่าโบสถ์จะสร้างเสร็จภายใน 1 ปี  ซึ่งจากการสอบถามทราบชื่อนางอริสา คงอินทร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/2 ถนนคณาศัย ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง  


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าในช่วงที่หญิงสาวที่อ้างเป็นร่างทรงพระนางเลือดขาวและผู้ติดตามกราบไหง้บูชาเรือพายแม่ย่านางตะเคียนทอง“สุวรรณะวิสุทธิ์ลักษณ์” อยู่บริเวณลานน้ำตกถึงธรรมได้มี “น้องนะโม” อายุ 2 ขวบ  ลูกชายของ “ช่างปืน”ที่เป็นลูกศิษย์วัดเขาพระทองในการร่วมเดินธุดงค์ธรรมยาตรา กรุงเทพมาหานคร 810.4 กม. ได้นำครอบครัวมาช่วยทำความสะอาดบริเวณวัด โดย “น้องนะโม”ซึ่งในวันนี้แต่งกายด้วยชุดพรางแบบของทหาร ได้ช่วยพ่อแม่ทำความสะอาดวัดเท่าที่ตัวเองจะทำได้และชอบวิ่งเล่นบริเวณลานหน้ารูปปั้นไอ้ไข่ วัดเขาพระทองและตามจุดต่าง ๆ ภายในตามประสาเด็กไร้เดียงสา เมื่อเห็นคณะของหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นร่างทรงพระนางเลือดขาวแต่งชุดสีแดง และสาวผู้ติดตาม 2 คนยังสวมหน้ากากผ้าป้องกันโควิด-19 สีแดง จึงแอบไปเอาลิปสติกของแม่ในกระเป๋าสะพายมาวาดบนปากและใบหน้าของตัวเองจนลิปสติกหมดทั้งแท่ง เป็นที่ตลกขบขันของผู้ที่พบเห็น

               สำหรับประวัติของ“พระนางเลือดขาว” เป็นคนพัทลุงที่มีศรัทธาแรงกล้าในพุทธศาสนา มีความสามารถสูง นางมีผิวพรรณ เลือด ที่ออกจากร่าง “ขาว” จึงเรียก “นางเลือดขาว” หลักฐานว่านางเลือดขาวเป็นบุตรลับๆ พ่อแม่ไม่กล้าเลี้ยงเพราะเลือดไม่เหมือนคนทั่วไป จึงมอบให้เป็นบุตรลับบุญธรรมแก่ตายายเลี้ยง ตาสามโม ยายเพชร เป็นตายายที่ใจบุญ รับเด็กหญิงมาเลี้ยงขณะที่ขณะนั้นได้มีบุตรบุญธรรมเลี้ยงอยู่แล้วหนึ่งคนชื่อกุมาร เมื่อทั้งสองเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มสาว ตายายก็ให้หนุ่มสาวแต่งงานกัน กุมารกับนางเลือดขาวย้ายจากบ้านเกิดไปที่ใหม่ ณ บางแก้ว (ระยะทางปัจจุบันประมาณ 15 กม.) เมื่อตายายถึงแก่กรรม กุมารกับนางทำฌาปนกิจศพแล้วนำอัฐิไปฝังไว้ในถ้ำคูหาสวรรค์ กุมารกับนางได้รับมรดกเป็นนายกองช้าง ต่อมามีกำลังมากขึ้นทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ทั้งสองมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อไปอยู่ที่บางแก้วได้สร้างวัดบางแก้ว วัดสทัง วัดสทิงพระ พร้อม ๆ กันสามวัด เพื่อสร้างอุทิศส่วนให้สองตายาย พระนางเลือดขาวได้สร้างวัดทั้งในจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครศรีธรรมราช หลายวัดรวมทั้งการสร้างพระธาตุเจดีย์ในปักษ์ได้ ซึ่งถือว่าได้มาจากลังกานั้น พระบรมธาตุที่เก่าแก่ และมีฐานะเสมอเหมือนกัน 3 แห่ง คือพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช พระบรมธาตุ บางแก้ว พัทลุงและพระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี เชื่อว่าพระนางเลือดขาวได้สร้างพระพุทธรูปและวัดเขาพระทองรวมอยู่ด้วย อ่านรายละเอียดข้อมูลที่ได้ที่ ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง https://sites.google.com/site/phatthalungbourdelun/hmuban-beycrngkh/prawati-nang-leuxd-khaw-laea-tanan-meuxng-phathlung-rxy-kaew.

 

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

                




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน