พญาเสือตรวจซากช้างป่าแก่งกระจาน ถูกพรานใจโหดยิง พบหัวกระสุนปืนสงครามอื้อ (คลิป)

19 เม.ย. 2564 อ่าน 4 ครั้ง


หน.พญาเสือพร้อม ผอ.ส่วนยุทธการด้านการป้องกันและปราบปราม หน.อช.แก่งกระจาน ตำรวจสภ.แก่งกระจาน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลุยป่าห้วยคมกฤต ตรวจซากช้างป่าแก่งกระจาน ที่ถูกกลุ่มพรานใจโหดรุมยิง เสียชีวิตแล้วตัดอวัยวะขาย จนท.ใช้อุปกรณ์สแกนตรวจจับโลหะในลำห้วยตะนะ บริเวณซากช้าง ตะลึงพบหัวกระสุนปืนสงครามเพียบ

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 19 เม.ย. 2564 นายมงคล ไชยภักดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือ เปิดเผยว่า ตามนโยบาย/ข้อสั่งการของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล  อธิบดี.อส. ให้ดำเนินการ ปราบปรามกลุ่มขบวนการล่าสัตว์ป่า ลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า ใน อช. แก่งกระจาน จ.เพชรบุรีอย่างเด็ดขาด




สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 13 เม.ย.64 เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน อุทยานฯแก่งกระจาน ได้ออกลาดตระเวน บริเวณป่าห้วยคมกฤต ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พบมีการลักลอบล่าสัตว์ป่า โดยสามารถจับกุมตัว พรานป่าชาวกะหร่างได้ 1 คน พร้อมอาวุธปืนยาวลูกกรด 1 กระบอก รวมทั้งซากงูเหลือมย่าง ส่วนพรานอีก 2 คน ได้ใช้อาวุธปืนอาร์ก้า ( AK 47) และอาวุธปืนลูกซอง โดยยิงใส่เจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางหลบหนี จำนวน 1 นัด หลังเหตุการณ์สงบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียง ที่เกิดเหตุ ในลำห้วยตะนะ พบซากโครงกระดูกช้างป่า ขนาดโตเต็มวัย ไม่ทราบเพศ 1 ซาก  จึงได้เก็บรวบรวมเพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ดำเนินคดี

ความคืบหน้า นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการด้านการป้องกันและปราบปราม นายอิทธิพล ไทยมงคล หน.อุทยานฯแก่งกระจาน นายมงคล ไชยภักดี หน.หน่วยพญาเสือ น.ส.เนตรนภา งามเนตร หน.วนอุทยานฯเขานางพันธุรัตน์/จนท.พญาเสือ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เดินทางบุกป่าไปยังลำห้วยตะนะ ป่าห้วยคมกฤต ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน โดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับโลหะยี่ห้อ EQUINOX 600  สแกนหาวัตถุพยานเพิ่มเติม บริเวณที่พรานกะหร่างใช้อาวุธปืนอาก้า ยิงใส่เจ้าหน้าที่ 1นัด เพื่อเปิดทางหลบหนี โดยทำการถ่ายภาพจำลองเหตุการณ์


จากนั้นเจ้าหน้าที่ ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ เดินสแกนตรวจสอบบริเวณที่เจอซากช้างป่า ในลำห้วยตะนะ พบหัวกระสุน จำนวน 55 ชิ้น กว่า 29 นัด โดยหัวกระสุนดังกล่าวคาดว่า เป็นหัวกระสุนปืนคาร์บิน 4 หัว หัวกระสุนปืนอาก้า 2 หัว หัวกระสุนปืนไรเฟิล ไม่ทราบชนิด 1 หัว หัวกระสุนปืนลูกซอง ชนิดลูกโดด 5 หัว หัวกระสุนปืน ลูกซองชนิดลูกปราย 42 เม็ด

 หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบซากช้างป่า ตัวดังกล่าวเรียบร้อย ได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่ทำการอุทยานฯแก่งกระจาน โดยตรวจพบรูกระสุนที่หัวกะโหลกจำนวน 2 รู ซึ่งจะต้องทำการแสกนโดยละเอียดต่อไป คาดว่าช้างตัวดังกล่าว ตายมาแล้วไม่เกิน 2 เดือน โดยวิธีการระดมยิง ด้วยความโหดเหี้ยม รูปแบบการล่าช้างดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มพรานในอดีต ที่ล่าช้างตัดเอางวง หาง และอวัยวะเพศไปขายให้พ่อค้า

นายอิทธิพล ไทยมงคล เผยว่า ในเรื่องที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พรานป่าชาวกะหร่าง ที่ผ่านมานั้น ในการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร ก็ได้ทำการบันทึกภาพและเสียงเป็นคลิปวีดีโอ และภาพนิ่ง ไว้เป็นหลักฐานอย่างถูกต้อง และเป็นธรรม ส่วนในเรื่องที่ผู้ต้องหา หลังได้รับการประกันตัวออกมา และได้ให้ข่าวไปว่า การที่เข้าไปในป่าอนุรักษ์ อ้างว่าไปหาน้ำผึ้ง ไม่ได้ไปล่าสัตว์ป่านั้น อยากถามว่าทำไมต้องเอาอาวุธปืนเข้าไปด้วย และเหตุใดไปตีผึ้ง ทำไมต้องเข้าไปในป่าลึกขนาดนั้น แค่เอาอาวุธปืนเข้าไปในป่าก็ผิดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ส่วนจะเกี่ยวโยงกับการยิงช้างป่าหรือไม่ อยู่ในการสืบสวนหาพยานหลักฐาน และไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเรื่องยิงช้างป่าแต่อย่างใด

ด้านพนักงานสอบสวน สภ. แก่งกระจาน และจนท.ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เผยว่า จากที่เข้าตรวจสอบร่วมกับ จนท. อุทยานฯแก่งกระจาน และพบหลักฐานบริเวณที่พบซากลูกช้าง เป็นหัวกระสุนปืน อาก้า( AK 47) กระสุนปืนคาบิน และ ลูกซอง(ลูกโดดเทิน) ใช้ยิงช้าง สันนิษฐานว่า น่าจะยิงลูกช้างล้ม แล้วยิงซ้ำจนเสียชีวิต จากนั้นได้ตัดชิ้นอวัยวะของช้าง ไปขาย แต่ทั้งนี้พนักงานสอบสวน ยังไม่ปักใจว่าผู้ต้องหาเป็นใคร จนกว่าจะมีพยานหลักฐาน ส่วนบุคคลที่หลบหนี อีก2คน ยังไม่ใช่เป็นผู้ต้องหา ล่าลูกช้างตัวนี้ เนื่องจากหลักฐานยังไม่มี แต่ก็ขอให้มามอบตัวตามหมายเรียก ถ้าไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีความผิด 

ต่อมาคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้วเห็นว่า การลักลอบล่าช้างป่า ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในเขต อุทยานฯแก่งกระจานดังกล่าว เป็นความผิดตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จึงจัดทำบันทึกการตรวจสอบ/ตรวจยึด ซากช้างป่า และหัวกระสุนปืน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อให้พนักงานสอบสวนส่งกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาชนิดกระสุนที่แท้จริง และจะได้ติดตามหากลุ่มผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีต่อไป

วุฒิเดช ก้อนทองคำ คมชัดลึกทั่วไทยภาคตะวันตก




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน