ผู้ว่าฯนครพนม เอาจริง สั่ง ผกก.สภ.บ้านแพง สืบสวนเอาผิด ชาวบ้านปล่อยคลิปเย้ยกฎหมาย เปิดเพลงจัดรถแห่ รื่นเริงเล่นสงกรานต์

18 เม.ย. 2564


เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพน ความคืบหน้าล่าสุด กรณีมีกลุ่มชาวบ้าน นำภาพบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ เปิดรถแห่จัดงานรื่นเริงเล่นน้ำสงกรานต์ ออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล และช่องทางยูทูป เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับ มาตรการควบคุมโรคติดต่อช่วงโควิดระบาด รวมถึง พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และเป็นการเย้ยกฎหมาย ภายหลังทางด้าน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.นครพนม ได้ สั่งการให้ ทาง อำเภอบ้านแพง จ.นครพนม ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง พบว่า เป็นการจัดงานขึ้นในพื้นที่ บ้านพืชผล หมู่ 5 ต.นางัว อ.บ้านแพง จ.นครพนม และมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอชัดเจน มีการรวมตัวเปิดเครื่องเสียงรถแห่ จัดงานสงกรานต์รื่นเริง สนุกสนาน มากกกว่า 10 คน จึงได้มอบหมายให้ทางตำรวจ ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง และ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ สอบสวนเอาผิด ตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

 

 

 




เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่า ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านพืชผล ต.นางัว อ.บ้านแพง จ.นครพนม และยังมีตำแหน่งรักษาการกำนันตำบลนางัว ร่วมวงในการจัดกิจกรรมรื่นเริงด้วย จึงได้สั่งให้ดำเนินคดี รวมถึงสอบสวนเอาผิดทางวินัย รวมถึงชาวบ้านที่เกี่ยวข้อง และนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบสวนควบคุมโรค สำหรับยอดผู้ป่วยโควิด สะสมของ จ.นครพนม ล่าสุดอยู่ที่ 26 ราย


ล่าสุดทางด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.บ้านแพง เปิดเผยว่า หลังจากได้รับคำสั่งจากทางจังหวัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบหลักฐานความผิดชัดเจนจากคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่ ซึ่งเป็นการกระทำผิดเย้ยกฎหมายขัดคำสั่งจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับการควบคุมโรคระบาด เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบ เรียกผู้กระทำผิดมาแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 2 ราย คือ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านพืชผล ต.นางัว อ.บ้านแพง จ.นครพนม และยังมีตำแหน่งรักษาการกำนันตำบลนางัว รวมถึงชาวบ้านคนขับรถแห่ ส่วนที่เหลือได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน ตรวจสอบขยายผลจากคลิปวีดีโอ และเรียกตัวมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

 

 

 

 


ส่วนความผิดได้แจ้งข้อหา ฐานความผิดฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนมเกี่ยวกับมาตรการควบคุมโรคโควิดระบาด ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา เป็นที่เรียบร้อย สำหรับบุคคลที่เหลือยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อรวบรวมหลักฐานสอบสวน สรุปสำนวนส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนม ตามขั้นตอนตามกฎหมาย มีอัตราโทษสูงสุด ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 



ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล นครพนม

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน