เปิดโปงขบวนการสอดไส้ผ้าขี้ริ้วในชุดไตรจีวร พระสงฆ์เมืองคอนสุดเศร้าใจ

18 เม.ย. 2564 อ่าน 8 ครั้ง


เรื่องราวของขบวนการหากิน หาผลประโยชน์ด้วยการย่ำยีและถือเป็นสิ่งของสูงสุดครั้งนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2564 นายสมศักดิ์ เปรมผล อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนกับนายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยตรวจสอบชุดไตรจีจรที่พระสงฆ์วัดบนถนน หมู่ 2 ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับมาจากงานบำเพ็ญกุศลศพและฌาปนกิจศพต่าง ๆ ที่มีการสอดไส้เอาผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้าและวัสดุที่ไร้ประโยชน์อื่น ๆ มาในชุดไตรจีวรด้วย

               หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนและเรือโทยงยุทธ ศรีนวล อายุ 65 ปี ข้าราชการเกษียณทามาช่วยงานในวัดบนถนน เข้าทำการตรวจสอบที่กุฏิพระภิกษุภายในวัดบนถนน 3 จุด ๆ แรกเป็นกุฏิของพระจำนงค์ ฐิตะวรรโณ หรือ “หลวงตานงค์”อายุ 74 ปี พระลูกวัดบนถนนพบชุดไตรจีจรที่ห่อด้วยพลาสติกระบุชื่อบริษัทผู้จัดจำหน่าย 1 ชุด และห่อพลาสติกใสไม่มีตราสัญลักษณ์หรือชื่อบริษัทจัดจำหน่ายอีก 2 ชุด เมื่อแกะออกดูพบว่าด้านนอกห่อหุ้มด้วยเศษจีจรขนาดเล็กด้านในสอดไส้ด้วยหนังสือเก่า ๆ หนังสือพิมพ์ เสื้อเก่า ผ้าเก่า ๆ ของฆราวาส ผ้าขี้ริ้ว ๆ และเศษผ้าพรมขนาดต่าง ๆ ซึ่งถูกทิ้งใช้ประโยชน์ใด ๆ ไม่ได้

               พระจำนงค์ ฐิตะวรรโณ หรือ “หลวงตานงค์” กล่าวว่า อาตมาไม่คิดกว่าในสมัยนี้ชาวพุทธจะจิตใจเสื่อมทรามต่ำช้าได้ถึงขนาดนี้ ชุดผ้าไตรจีจรถือเป็นสัญลักษณ์หรืออัตลักษณ์อย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนา พระชาชนชนจะนำมาถวายพระสงฆ์ในงานบุญต่าง ๆ โดยเฉพาะงานบำเพ็ญกุศลศพ ฌาปนกิจศพ เพื่อให้พระสงฆ์ได้นำมาใช้นุ่งห่ม  ในส่วนของอาตมาเมื่อได้มาก็นำมาวางไว้บนที่สูงเหนือศรีษะ บางครั้งนำมาหนุนแทนหมอน เมื่อมาทราบว่าภายในชุดไตรจีจรสอดไส้ด้วยผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้าหรือที่ชาวปักษ์ใต้เรียกว่า “ผ้าเช็ดตีน” รวมทั้งเศษสิ่งวัสดุเหลือใช้ที่ทิ้งไปแล้วแบบนี้อาตมารู้สึกเสียใจ เศร้าใจเป็นอย่างมาก




จุดที่ 2 กุฏิพระครูพิจิตโพธยาคม หรือ “พระอาจารย์โพด” อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดบนถนนและเจ้าคณะตำบลหัวตะพาน อ.ท่าศาลา  จ.นครศรีธรรมราชพบชุดไตรจีจรจำนวน 3 ชุด ที่มีการสอดไส้ในชุดไตรจีวรแบบเดียวกัน แต่มีเสื้อผ้าเก่า ๆ ของฆราวาสสอดไส้มาด้วยโดยเฉพาะมีเสื้อเก่า ๆ ที่สกปรกเปรอะเปื้อนน่าจะใช้เป็นผ้าเช็ดเท้าหรือทิ้งไปแล้วของหน่วยกู้ภัยนครสอดใส่มาด้วย  โดยพระครูพิจิตโพธยาคม หรือ “พระอาจารย์โพด” กล่าวว่าอาตมาบวชมานาน 39 พรรษาจะ 40 พรรษาในปีนี้ไม่เคยพบการนำเอาผ้าขี้ริ้ว เสื้อผ้าฆราวาสเก่า ๆ เศษสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว ทิ้งแล้วมาสอดไส้ในชุดไตรจีจรแบบนี้มาก่อน ขัดกับหลักพระธรรมวินัย อาตมาเพิ่งมาพบเมื่อไม่นานมานี้เองในปี 2564 นี่แหละและได้จากพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ฌาปนกิจศพต่าง ๆใน อ.ท่าศาลา คนพวกที่ทำแบบนี้ได้เป็นพวกทำลายศาสนา พวกมารศาสนาอย่างแน่นอน เจอแบบนี้มันเศร้าใจ หมดใจไปเลย

               ส่วนจุดที่ 3 ที่กุฏิของพระจรูญ เตชะธัมโม อายุ 74 ปีพระลูกวัดบนถนน พบชุดไตรจีจรสอดไส้สิ่งของที่ไม่เหมาะสมแบบเดียวกันอีก 2 ชุด โดยมีผ้าปูโต๊ะเก่าๆ เปรอะเปื้อนผืนใหญ่ ผ้าขี้ริ้วสอดไส้อยู่ด้วย ทั้งหมดได้มาจากงานบำเพ็ญกุศลศพและฌาปนกิจศพในพื้นที่ อ.ท่าศาลา เช่นเดียวกัน รวมชุดไตรจีจรที่สอดไส้ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็คเท้า และวัสดุสิ่งของไม่เหมาะสมที่วัดบนถนนรวม 8 ชุด

 

 


ทางด้านเรือโทยงยุทธ ศรีนวล อายุ 64 ปี กล่าวว่า ตนรับราชกการมาจนเกษียณอายุราชการมา 4-5 ปีและมาช่วยงานวัดบนถนนไม่เคยพบเคยเห็นการกระทำแบบนี้มาก่อน ชุดไตรจีจรเป็นของสูงที่เป็นเครืองห่มกายของพระสงฆ์เปรียบเสมือนตัวแทนของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า “สมมุติสงฆ์” ชาวพุทธเคารพบูชาและซื้อไปใช้ในการบรรพชา อุปสมบทลูกหลาน และถวายพระสงฆ์ในงานมงคลต่าง ๆ โดยเฉพาะงานบำเพ็ญกุศลศพ ฌาปนกิจศพ จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยติดตามเปิดโปงขบวนการนี้และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ มันสุดเศร้าและสะเทือนใจชาวพุทธทั่วไป น่าจะทำกันเป็นขบวนการระดับประเทศ หรืออาจจะทำกันในจังหวัดนครศรีธรรมราช อาจจะกระจายเกลื่อนไปทั่วจังหวัดแล้วก็ได้ แต่พระสงฆ์ท่านไม่กล้าพูด ไม่โวยวายในเรื่องแบบนี้ แค่วัดบนถนนวัดเดียว 8 ชุด หากตรวจสอบกันจริง ๆ เชื่อว่าพระสงฆ์ทุกวัดจะรับชุดไตรจีจรสอดไส้ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้าแบบเดียวกันอีกจำนวนมาก

               ในขณะที่นายสมศักดิ์ เปรมผล กล่าวว่า ชุดไตรจีจรตามปกติ แบ่งประเภทของผ้าไตรออกเป็น 2 แบบใหญ่  ๆ 1. ผ้าไตรอาศัย (ชุดเล็ก) หรืออาจเรียกว่า “ไตรแบ่ง” คือไตรที่ใช้สำหรับเปลี่ยนสวมครองสำหรับพระ จะเป็นชุดไตรที่มีส่เพียง 3 ชิ้น คือ จีวร สบง และอังสะ และ 2. ชุดผ้าไตรครอง (ชุดใหญ่) จะประกอบด้วย 7 อย่างหรือ 7 ชิ้น ประกอบด้วย  จีจร สบง อังสะ สังสังฆาฏิ ผ้ารัดอก สายรัดประคต และผ้าประเคน จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าพลาสติกทีห่อห่มมี 2 แบบ ๆ แรกมีตราสัญลักษณ์และชื่อร้านหรือบริษัทจัดจำหน่าย ตนเชื่อว่าร้านหรือบริษัทคงไม่รู้เรื่องหรือเกี่ยวข้องกับการสอดไส้ชุดไตรจีจร แต่ขบวนการชั่วช้านี้จะนำพลาสติกที่มีชื่อร้าน ชื่อบริษัทมาห่อหุ้มเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและเพิ่มราคา และแบบที่ 2 ห่อด้วยพลาสติกใสไม่มีชื่อร้านหรือบริษัทจัดจำหน่าย  

               “ขบวนการนี้นำเอาพลาสติกที่ใช้แล้วของร้านค้า หรือบริษัทจำหน่าย ที่ไปทิ้งแล้วนำมาห่อใหม่ให้ดูดีมีค่ามีราคา  น่าเชื่อถือ สำหรับการดำเนินการของขบวนการนี้อาจจะทำในระดับประเทศ ระดับจังหวัด หรือระดับอำเภอเฉพาะอำเภอท่าศาลา หรืออำเภอใดอำเภอหนึ่งเป็นการเฉพาะ   จึงอยากให้คณะสงฆ์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังกับการสอบสวนสืบสวนดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับการกระทำการที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของชาวพุทธทั่วโลก.ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

 

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

              

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน