ไฟไหม้บ้านเดี่ยว 2 ชั้น วอดทั้งหลัง ไร้คนเจ็บ ย่านทุ่งครุ

17 เม.ย. 2564


วันที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 11.30 น. พ.ต.ท. สุวิทย์ พละสาร สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งครุ พร้อมนาย ธนาชิต ชูติกาญจน์ ผอ.เขตทุ่งครุ  และนาย กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตทุ่งครุ  ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในซอยประชาอุทิศ 72 จึงรีบรุดจัดกำลังพร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และกู้ภัย ( สดพ.ทุ่งครุ ) เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบแสงเพลิงและกลุ่มควันเป็นจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบ้านเลขที่ 57 ซอย ประชาอุทิศ 72 แขวง ทุ่งครุ เขต ทุ่งครุ กทม. ทราบชื่อเจ้าของบ้านต่อมาชื่อ นาย อรุณ อายุ 62 ปี เป็นลักษณะบ้านเดี่ยว 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีรั้วรอบขอบชิด จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณ ชั้นที่ 2 ของตัวบ้านแล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการติดตั้งเครื่องดับเพลิงเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วนทันที ใช้เวลาในการระงับเหตุการณ์ครั้งนี้ประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่พบผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บแต่อย่างไร ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายทั้งหมด พื้นที่ความเสียหายประมาณ 250 ตารางวา




จากการสอบถาม นาย ภาคภูมิ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นหลานของเจ้าของบ้าน บอกเล่าว่าตอนเกิดเหตุนั้นทุกคนภายในบ้านอยู่ด้านล่างของบ้านหลังดังกล่าวกันหมด ปกติแล้วบ้านหลังนี้จะอยู่กันประมาณ 5-6 คน มีอาชีพค้าขาย และทำสวนมะนาว ตอนเกิดเหตุนั้นเห็นแสงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากหน้าต่างบ้านบริเวณชั้นที่ 2 และประมาณ 5 นาทีก็ลุกลามอย่างรวด ทุกคนภายในบ้านต่างก็วิ่งกันชุลมุนไปหมดเพื่อไปขนข้าวของออกมาแต่ก็ไม่ทันแล้ว ส่วน นาย ยศพัทธิ์  อายุ 41 ปี เป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และพักอาศัยอยู่หลังบ้านที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ บอกเล่าว่า ตนเองเห็นว่าไฟเริ่มไหม้มาจากเบรคเกอร์ภายในบ้านบริเวณชั้นที่ 2 แล้วสะเก็ดไฟก็ตกลงที่นอน ก็เลยเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง นาง กนกพร  อายุ 47 ปี พักอยู่หลังบ้านเกิดเหตุเหมือนกัน ก็บอกเล่าในลักษณะเดียวกันว่าตนเองก็เห็นแสงเพลิงเกิดขึ้นจากบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านเช่นกัน ส่วนผู้ที่โทรแจ้งตำรวจ และดับเพลิง นั้น รปภ. ของหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงเป็นคนโทรแจ้งส่วนตนเองก็รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก


ส่วนทางด้าน นาย ธนาชิต ชูติกาญจน์  ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ กล่าวว่า จากการประเมินด้วยสายตาแล้วมูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ส่วนทางด้านการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นของทางกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ฉบับที่ 4 พ.ศ.2562 ถึงกรณีความเสียหายทั้งหลัง จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น 33,300 บาท ส่วนในเรื่องของทรัพย์สินประกอบอาชีพ ได้รับความเสียหาย ก็จะมีเงินช่วยเหลือ อีกประมาณ 5,000 บาท และกรณีไม่มีที่อยู่อาศัย ทางกรุงเทพมหานครก็จะมีเงินช่วยเหลือ อีกเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน แล้วจะได้รับเงินช่วยเหลือจากทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งอีกรายละ2,000 บาท แล้วยังกล่าวอีกว่า ทางผู้ว่าจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยในเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางสำนักงานเขตทุ่งครุก็ได้ปฏิบัติตามนโยบายของทาง กรุงเทพมหานคร อย่างเคร่งครัด ได้ลงพื้นที่ตรวจตรามาตรฐานการป้องกันโรคโควิด19 ตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งตลาดและแหล่งที่สุ่มเสี่ยงทั่วทั้งพื้นที่ ส่วนทั้งนี้ทั้งนั้น และมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามสถานที่ต่างๆ การป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีที่สุดคือเริ่มจากตัวของประชาชนทุกคนเอง ก่อนออกจากบ้านสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หมั่นล้างมือทำความสะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ก็จะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ตรงนี้ด้วย  ส่วนนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ อายุ 39 ปี เป็นว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตทุ่งครุ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุด้วยกล่าวว่า เหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนอนจะมีที่นอนผ้าห่มซึ่งเป็นเชื้อไฟทำให้ไฟไหม้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องของการเยียวยาตอนนี้ได้ประสานผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลผู้ประสบภัยแล้ว

ส่วนเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะสรุปถึงเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดไปสอบถามเพิ่มเติมที่ สน. เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนทางคดีต่อไป

 

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าว คมชัดลึก. กทม.




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน