โควิดสายพันธุ์อังกฤษแพร่ระบาดลุกลามอย่างรุนแรง

16 เม.ย. 2564


วันนี้ 16 เม.ย.64 เวลา 08.30 น. ที่ ชุมชนคูหามุข เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา นายรักชาติ สุวรรณ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าวว่า สำหรับการแพร่ระบายของโรคไวรัสโควิดสายพันธุ์อังกฤษ หรือ โควิดระลอก 3 ที่กำลังลุกลามพุ่งไม่หยุดในขณะนี้ ตนเองมองว่าภาพรวมมองว่ารัฐบาลยังไม่ได้ดูแลอะไรมากเท่าที่ควร ทางรัฐบาลไปมุ่งในเรื่องของการฉีดวัคซีนเป็นหลัก

 




ในการดูแลพื้นที่แต่ละพื้นที่ในการมอบนโยบายให้แต่ละพื้นที่ยังไม่เห็น มีแต่เสียงบนว่าเดียวจะล็อกดาวน์บ้าง เท่าที่ตนเองติดตามข่าวสาร ก็มีเสียงของนายกรัฐมนตรีจะล็อกดาวน์ยังโน้นอย่างนี้แต่ว่ายังไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรม ถ้ามองในภาพของรัฐบาลอย่าง เช่น กรณี “คริสตัลคลับ” ทองหล่อ ต่อมาก็ “ศึกมหกรรมมวย รวมพลคนจะนะ”อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งกำลังกังวลกันอยู่ ตนเองทราบว่าทางโรงพยาบาลจะนะ พยายามทำสวอทของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ที่เข้าไปดูแลความเรียบร้อยในการจัดแข่งขันชกมวยแม้ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ให้มาทำสวอท ถ้าทำแล้วไม่มีเชื้อก็ดีไป แต่ถ้าทำแล้วมีเชื้อผู้ที่เข้ามาชมมวยในวันนั้นคงต้องดูแลกันไป เท่าที่ทราบมีผู้ที่เดินทางไปดูมวยก็เป็นผู้ติดเชื้อด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้จัดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มองชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน แม้ว่าจะเป็น  รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย


รวมทั้ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)และ ผอ.สำนักต่างๆทุกคนล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะฉะนั้น ตนเองคิดว่าวิจารณญาณในการจัด ถ้าจัดแล้วมีปัญหาสุ่มเสี่ยงการติดเชื้อจริงๆน่าจะเลื่อนได้ ตนเองฝากไปถึงทางรัฐบาลพิจารณาดูในแต่ละพื้นที่ด้วยว่าเป็นแบบไหน อย่างไร เพราะตอนนี้ในแผนที่ประเทศไทยเป็นสีแดงกันหมดแล้ว อาจจะลงเหลือนิดหน่อยเท่านั้น ชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในหลายๆพื้นที่ซึ่งเดือนนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอน(ถือศีลอด)และเป็นช่วงสงกรานต์อีกด้วย ในฐานะประชาชนเองก็ควรมีบทบาทในการรักษาระเบียบ การออกนอกพื้นที่ การเข้ากลับมาในพื้นที่ต้องรายงานตัวบ้าง สำหรับพี่น้องมุสลิมอยู่ในช่วงถือศีลอดมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการป้องกันตนเอง ถ้าป้องกันตนเองได้เท่ากับเราไม่ไปติด เชื้อหรือไม่ไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่นด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในการจับจ่ายซื้อของในช่วงนี้ต้องระมัดระวังด้วย  ถ้าเรารักษาระเบียบของตัวเองไม่จำเป็นต้องไม่ต้องออกไปนอกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เสี่ยง ถ้าจำเป็นจริงๆที่จะต้องไปกลับมาต้องมีระเบียบในการรายงานตัว ไปตรวจ อาจจะกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการแพร่เชื้อด้วย และที่สำคัญอีกอย่างในช่วงระยะเวลาแบบนี้ ทามไลน์ของตัวเองต้องเริ่มที่จะบันทึกด้วย ออกจากบ้านไปแวะพบปะคุยกับใคร ไปนั่งกินน้ำชาพบปะที่ไหน กินข้าวที่ไหน ต้องหัดจดบันทึกทามไลน์ของตัวเองเอาไว้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้

 

 

มาวันดี รามันห์สิริวงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.ยะลา




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน