แจ้ง4ข้อหาตำรวจยิงญาติตัวเอง

8 เม.ย. 2564 นรศักดิ์ สานุจิตต์ อ่าน 5 ครั้ง


วันที่ 8 เม.ย.2564 พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา แจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันตาย ที่บ้านเลขที่12/1 หมู่2 ต.พังลา อ.สะเดา เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนพบว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน คือ นายธีรยุทธ เกศสุริยงค์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่2 ต.พังลา ซึ่งอยู่ติดกับบ้านเกิดเหตุ นอนเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าข้างบ้าน โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เจ้าที่ใบหน้า 1 นัดและที่ลำตัวอีก 2 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.อิศรา เกศสุริยงค์ อายุ 39 ปี เป็นตำรวจสภ.สะเดา ตำแหน่ง ผบก.หมู่งานป้องกันปราบปราม ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย




ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 12/1ม.2ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา ตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งพบปลอกกระสุนปืน9 มม.ตกอยู่ที่เกิดเหตุจำนวน 3ปลอก ตกอยู้บ้านหางจากจุดที่ผู้ตายนอนเสียชีวิตประมาณ 1เมตรต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปที่ สภ.คลองแง อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ได้พบ พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก. สภ.คลองแงะ ได้มาสอบถาม  ด.ต จอมภพ   ภัคดีวชิระสกุล  (หรือชื่อเดิมคือ อิศรา เกศสุริยงค์ )    ว่าเหตุการณ์เป็นยังไงแต่ ด.ต จอมภพ   ภัคดีวชิระสกุล  (หรือชื่อเดิมคือ อิศรา เกศสุริยงค์ )พูดไม่รู้เรื่องให้การวกไปวนมาและยังพูดอีกว่าไม่ได้ฆ่าใครตาย เนื่องจาก ยังเมายาบ้าอยู่


พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก. สภ.คลองแงะเปิดเผย ว่า แจ้ง 4ข้อหา 1ฆ่าผู้อื่นโดยเจนา 2พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้าน 3 ยิงปืนไม่มีเหตุอันควร 4 มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย(ยาบ้า) หลังจากนี้ก็จะนำตัวมาสอบปากคำแต่ตอนนี้ ให้การวกไปวนมารอให้ด.ต จอมภพ   ภัคดีวชิระสกุล  (หรือชื่อเดิมคือ    .อิศรา เกศสุริยงค์ ) มีสติมากกว่านี้ก่อนและเรื่องที่จะไล่ออกจากราชการนั้นตอนนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วและได้สอบถามทาง สภ.คอหงส์ เคยทำงานที่ สภ.คอหงส์และถูกคดีและมีหนังสือไล่ ด.ต จอมภพ   ภัคดีวชิระสกุล  (หรือชื่อเดิมคือ    .อิศรา เกศสุริยงค์ )  ออกไปแล้วส่วนที่สภ.สะเดาก็น่าจะถูกไล่ออกจากราชการเนื่องจากผิดวินัยร้ายแรงตามโทษทัน ส่วนนาง วันพ็ญ เกตุสุริยงต์ อายุ 66ปี  แม่คนยิง เล่าว่า พอเรียนจบเค้าก็ไปทำงานพบกันแค่2-3วันเค้าก็ไปเป็นตำรวจ ตั้งแต่ พ.ศ.2547 และอยู่มาหลายโรงพักแล้ว และเคยย้ายมาทำงานที่สภ.คอหงส์ได้ปีกว่าและเค้าติดยาเลยพาไปรักษาและมีหนังสือให้ไปรับราชการก็เลยมาเป็นตำรวจต่อและทราบว่าลูกชายติดยาเสพติดได้พาไปรักษาหลายรอบแล้วสำหรับความเสียใจของแม่ผู้ก่อเหตุเสียใจตั้งแต่ที่ลูกติดยาเสพติดแล้วแต่ตอนนี้เสียใจมากว่าและ ก่อนหน้านี่เคยร้องไห้กับการที่ลูกชายตัวเองติยาเสพติและไม่น่าจะเกิดกับครอบครัวเรา

 

นภาลัย  ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สงขลา




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน