ผัวเมียซาไก แอบนำลูกน้อยผู้ป่วยขั้นวิกฤติ วัย 77 วัน หนีจากไอซียู

7 เม.ย. 2564 นรศักดิ์ สานุจิตต์ อ่าน 7 ครั้ง


เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย นายวิเชษฐ์ คงอินทร์ หรือกำนันเลาะห์ กำนัน ต.ปะเหลียน และกำลังฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กว่า 10 นาย รวมทั้งชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก อีกจำนวน 10 คน ได้ร่วมกันปฎิบัติการค้นหาติดตามตัว นายปู ศรีสันติราษฎร์ อายุ 31 ปี น.ส.บ๊วย ศรีสันติราษฎร์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 14 ต.ปะเหลียน .ปะเหลียน จ.ตรัง สองสามีภรรยา และลูกน้อย  เพศหญิง วัยประมาณ 77 วัน โดยทั้งสองสามีภรรยา เป็นชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก อาศัยอยู่ริมเทือกเขาบรรทัด เขตรอยต่อระหว่าง จ.ตรัง กับ พัทลุง บริเวณบ้านเขาหัวสุม หมู่ 14 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งทั้งสองสามีภรรยาได้แอบนำเอาลูกน้อย เพศหญิง วัยประมาณ 77 วัน ซึ่งผู้เป็นแม่ตั้งท้องได้เพียงแค่ 6 เดือน ทำให้คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิดอยู่ที่ 700 กรัม จนกระทั่งมีน้ำหนักขึ้นมาถึง 1,400 กรัม มีอาการผิดปกติทางร่างกาย ตัวซีด  ตาเหลือง และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำให้ต้องทำการรักษาอยู่ในตู้อบ ภายในห้อง เอ็นไอซียู (NICU) หอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นห้องไอซียูสำหรับเด็กเล็ก โดยต้องมีทีมแพทย์พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และเตรียมที่จะนำตัวส่งไปรักษาตัวต่อที่ รพ. สงขลานครินทร์ (มอ.)

 




แต่ผู้เป็นพ่อและแม่ ซึ่งเป็นชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก ได้แอบนำเอาตัวลูกน้อย ออกจากตู้อบเด็ก และนำออกจากห้องซีไอซียู ก่อนแอบหลบหนีออกจากรพ.ศูนย์ตรัง โดยการปีนรั้วกำแพงเหล็กข้างโรงพยาบาลหลบหนีออกมา และเดินหนีไปทางสถานที่รับฝากรถ ของเอกชน ซึ่งอยู่ติดโรงพยาบาล ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงย่ำรุ่ง เวลา 04.09 น.วันที่ 26 มี.ค.64 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 12 วัน โดยยังไม่ทราบชะตากรรมของ 3 ชีวิต ปฎิบัติการค้นหาในครั้งนี้ได้เริ่มต้นภายในป่าสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน ภายในพื้นที่ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง หลังจากคืนที่ผ่านมาวันที่ 5 เม.ย.64 เวลาประมาณ 22.30 น.มีพนักงานโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง ได้พบเห็นชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก เพศชาย-หญิง เดินอุ้มลูกน้อย และได้มอบเงินสดให้จำนวน 100 บาท ไว้ใช้จ่าย แต่ทางพนักงานได้พูดกับทั้งสองว่า จะโทรหาเจ้านายก่อน ก่อนที่ทั้งสองจะเดินจากไป และได้มีชาวบ้านพบเห็นอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งการค้นหาตั้งแต่ช่วงเช้า ใช้เวลาปูพรมค้นหากว่า 8 ชั่วโมงก็ยังไม่พบร่องรอยหรือเบาะแสแต่อย่างได 

ด้าน นายวิเชษฐ์ คงอินทร์ หรือกำนันเลาะห์ กำนัน ต.ปะเหลียน กล่าวว่า ตนเองได้รับทราบข่าวจาก นายสมโชค หนูวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน ว่ามีชนเผ่าซาไก หรือมันนิหลบหนีออกมาจาก รพ.ศูนย์ตรัง จึงได้ประสานไปยังกลุ่มชนเผ่า ทำให้กลุ่มชนเผ่าได้ร่วมกันออกหาตาม แนวริมเทือกเขาบรรทัด ไปจนถึงในเขตพื้นที่ จ.พัทลุง แต่ไม่พบตัว และยังไม่กลับมาที่กลุ่ม จึงได้แจ้งไปยัง นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอปะเหลียน รับทราบเรื่อง และประสานไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าคลองตง เพื่อให้ติดตามกลุ่มชนเผ่า แต่ก็ไม่พบตัว และได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ รพ.ศูนย์ตรัง ก็พบว่ามีการหลบหนีออกมาจริง และได้ค้นหาต่อ จนไปพบรองเท้าแตะจำนวน 2 คู่ และร่องรอยการขุดเผือก ขุดมัน ในบริเวณใกล้กับ รพ.ศูนย์ตรัง ก่อนยุติการค้นหา

นายวิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในวันรุ่งขึ้นได้ค้นหาต่อรอบ รพ.ศูนย์ตรัง จนไปถึงวัดโพธิ์ธาราม ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง แต่ก็ไม่พบตัว และได้ประสานไปยัง สภ.เมืองตรัง เพื่อติดตามขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จนมาถึงวันนี้มีคนพบเห็น และได้ออกค้นหา แต่ก็ยังไม่พบตัว ซึ่งจากการสอบถามพนักงานโรงพิมพ์ เห็นว่าทั้งสองมีสภาพอิดโรยมาก น่าจะไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน และสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือลูกน้อย ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรมว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยทางแพทย์ระบุว่า อาจจะเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากออกจากโรงพยาบาล  

 


ขณะที่นายบ่าวยง ศรีสันติราษฎร์ ซึ่งเป็นเครือญาติของทั้งสองสามีภรรยา และได้ร่วมในปฎิบัติการค้นหา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.บ๊วย ไม่ได้ทราบว่ากำลังตั้งท้อง แต่มีอาการคันที่บริเวณฝ่าเท้า ก่อนจะนำตัวไป รพ.สต.ก่อนจะพบว่า น.ส.บ๊วยตั้งท้อง และได้นำตัวไปส่งยัง รพ.ปะเหลียน และทาง รพ.ปะเหลียน ได้ทำการนำตัวส่งต่อมาที่ รพ.ศูนย์ตรัง จนกระทั่งคลอดออกมา และลูกที่เกิดออกมาต้องอยู่ใกล้หมอ นานแล้วกว่า 77 วัน ตนเองก็ได้มาเยี่ยม และนำเงินมาให้หลายครั้งแล้ว โดยที่ทาง น.ส.บ๊วย ได้บ่นว่าอยากกลับบ้านอยู่ตลอด แต่สามีได้ห้ามเอาไว้ เพราะเป็นห่วงลูก จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าทั้งสองได้แอบนำลูกออกจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งทั้งสองไม่เคยมาโรงพยาบาลและเข้ามาในเมืองเลย โดยตนคิดว่าทั้งสองไม่ทราบเส้นทางอย่างแน่นอน แต่จะเดินเข้าป่าอย่างเดียว เพราะทั้งสองหวาดกลัวคนแปลกหน้า เป็นห่วงไม่รู้จะกินจะนอนยังไง และที่สำคัญคือเป็นห่วงลูกน้อย ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้ชี้แจงอะไรให้ทราบ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สองสามีภรรยาแอบนำเอาลูกน้อยออกจากโรงพยาบาล ระยะเวลาผ่านมากว่า 5 วัน ทางโรงพยาบาล เพิ่งที่จะให้ทางฝ่ายปกครองตรวจสอบดูกล้องวงจรปิด และในขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงใดๆออกมาจากทาง รพ.ศูนย์ตรัง ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

 

 

ถนอมศักดิ์  หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตรัง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน