โควิดใช่จะร้าย ทำ 2 หนุ่มแต่งงานกันได้

21 มี.ค. 2564


วันที่ 20 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 62 ซอย 3 ถนนบ่อแขก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มีการจัดงานแต่งงาน โดยนายวิเชียร บัวผัน หรืโบ้ อายุ 23 ปี จัดขบวนขันหมากนำโดยพ่อแม่และญาติ มาสู่ขอแต่งงานกับนายดำรัส ทองสุข หรือการ์ตูน อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภท 2 โดยมีแขกญาติพี่น้องและเพื่อนๆทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมพิธี ซึ่งฝ่ายเจ้าบ่าวใส่ชุดสูทสีครีม เสื้อเชิร์ตสีเทาไม่ผูกเนคไทด์ ฝ่ายเจ้าสาวใส่ชุดไทยประยุกต์เป็นผ้าแถบสีชมพูอ่อน มีผ้าสไบสีทองพาดบ่า ทั้ง 2 คนหน้าตาสดชื่นสายตาเปี่ยมไปด้วยความสุข ท่ามกลางเสียงดนตรีจากรถแห่สายพิณซึ่งน้องการ์ตูนไปเป็นนักร้องอยู่ด้วย

โดยขบวนขันหมากในนั่งร้านก่อสร้างแบบมีล้อเลื่อนได้ ผูกผ้าสีชมพูรอบนั่งร้านที่ด้านหน้ามีหัวกะโหลกควายทาสีขาวติดประดับไว้ จากนั้นให้เจ้าบ่าวขึ้นไปยืนในห้างร้านแล้วเคลื่อนขบวนไปบ้านเจ้าสาว โดยเจ้าบ่าวยืนรำไปด้วยอย่างสนุกสนาน และเมื่อถึงบ้านเจ้าสาวแล้วเจ้าบ่าวก็ยังลงรำอย่างสนุกก่อนที่จะผ่านประตูเงินประตูทองเข้าบ้าน และก่อนเข้าประตูเจ้าบ่าวยังโชว์พลังวิดพื้นอีกนับ 10 ครั้ง




น้องการ์ตูนเปิดเผยถึงเรื่องราวซึ่งเป็นที่มาของการแต่งงานครั้งนี้ว่า เดิมตนเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านอาหารสุชาญา ต.นครชุม เมืองกำแพงเพชร ซึ่งตนจะแต่งตัวร้องเพลงเป็นผู้หญิง วันแรกที่พบกันนายวิเชียร มากินอาหารที่ร้านโดยมากับเพื่อนหลายคน และมีเด็กสาวในร้านมานั่งคุยด้วย ต่อมาตนก็มาดูแลนั่งคุยเป็นเพื่อน แต่สังเกตเห็นนายวิเชียรไม่คุยกับใครก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ ตนจึงไปนั่งคุยด้วย หลังจากที่คุยกันถูกคอพอร้านเลิกก็ไปนั่งกินข้าวต้มกันต่อ จากนั้นก็ชวนกันไปกินเหล้าต่อที่ห้องเช่าของตนจนเกือบเช้าจึงแยกย้ายกันกลับ จากนั้นเป็นต้นมานายวิเชียร ก็มาหาตนที่ร้านแทบทุกวัน ซึ่งตนก็รู้ว่านายวิเชียรคงชอบตน

ต่อมาเกิดการระบาดของโควิค 19 ร้านที่ตนร้องเพลงต้องปิด ช่วงนั้นตนไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินใช้ และไม่มีเงินเป็นค่าเช่าห้อง แต่นายวิเชียรเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้ตนเกิดความรักนายวิเชียรเพราะเป็นคนดูไม่เคยทิ้งขว้าง ต่อมาพี่ชายของตนมีอาชีพรับเหมาสร้างบ้าน เมื่อเห็นว่านายวิเชียรมาอยู่กับตนที่ห้องเช่า จึงให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านและช่วยพี่ชายออกไปทำงานก่อสร้างด้วย


น้องการ์ตูนยังบอกอีกว่า นายวิเชียร เป็นคนคุยไม่เก่ง แต่ขยันทำงาน รูปร่างหน้าตาไม่หล่อแต่หัวใจหล่อมาก เป็นเหมือนดวงตาของตนเพราะตนมีสายตาเสื่อมฝ้าฟางมองไม่ชัด ส่วนสินสอดไม่ใช่ปัญหา ความรักต่างหากที่ทำให้รู้ใจของกันและกัน โดยฝ่ายชายจัดสินสอดมาเป็นเงิน 999 บาท ทองคำหนัก 2 สลึง แค่นี้ก็เกินพอสำหรับความรักแล้ว ส่วนเรื่องของลูกตนไม่เคยคิดว่าจะเอาเด็กที่ไหนมาเลี้ยงหรือไม่ เพราะตนยังต้องทำงานเป็นนักร้องกับวงรถแห่ตามงานต่างๆ รวมทั้งมีวงอีเลคโทนเป็นของตัวเอง มีนักร้องในวง 8 คนและแดนเซอร์อีก 8 คน แสดงตามงานที่มีคนมาหาทั่วไป ส่วนที่ตนเป็นสาวประเภท 2 นั้นตั้งแต่จำความได้ก็มีจิตรใจเป็นหญิงแบบนี้แล้ว ตอนเด็กๆชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง ชอบเอาชุดนักร้องของป้ามาใส่ และโตขึ้นรู้ตัวก็เป็นสาวประเภท 2 จนถึงปัจจุบัน

ทางด้านนายวิเชียร เปิดเผยว่า วันแรกที่ไปนั่งกินอาหารที่ร้านซึ่งน้องการ์ตูนร้องเพลงอยู่ เห็นครั้งก็รู้ว่าเป็นสาวประเภท 2 แต่ก็รู้สึกหลงรักขึ้นมาทันที จากนั้นก็ไปที่ร้านแทบทุกคืนเพื่อไปนั่งจีบจนทั้ง 2 คนมีใจให้กัน ตนรู้สึกหวงน้องการ์ตูนที่ไปเป็นนักร้องแบบนั้น เพราะต้องเจอคนมาก จึงขอให้หยุดร้องเพลงที่ร้านโดยตนเป็นฝ่ายเลี้ยงดูเอง สาเหตุที่รักเพราะการ์ตูนเป็นคนคุยเก่ง คุยสนุก ดูแลเอาใจเก่งจนมาอยู่ด้วยกันที่บ้านของฝ่ายหญิงและจัดพิธีแต่งงานกันในที่สุด และสัญญาว่าจะรักน้องการ์ตูนไปจนตาย

ศุทธิกาญจน์  ธนบวรเวศม์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.กำแพงเพชร




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน