ชาวบ้านโวยประธานชุมชนร่วมนิมิตข่มขู่ถ้าไม่เลือกเบอร์1จะไม่มีที่อยู่

6 มี.ค. 2564


วันที่ 6 มีนาคม 2564 ชาวบ้านชุมชนร่วมนิมิตรคลองหนึ่งได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวหลังได้รับสำเนาเอกสารทางราชการประกาศขายทอดตลาดที่ดิน โดยผู้ที่นำเอกสารมาแจกอ้างว่า จะถูกขับไล่ที่อาศัยให้เตรียมหาที่อยู่ใหม่  ถ้าไม่เลือกทีมเบอร์  1  ของผู้สมัครนายกนครรังสิต  โดยตัวแทนชาวบ้านจึงได้เดินทางไปพร้อมกับทนายความเพื่อแจ้งความลงประจำวันกับ ร.ต.อ.นิพล บุตรสง่า ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ก่อนที่จะนำเอกสารแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดปทุมธานี  ว่าการกระทำดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในระยะเวลาของการหาเสียงเลือกตั้ง เทศบาลนครรังสิต โดยผู้ที่เอาเอกสารมาแจกก็มีความเกี่ยวของกับผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครรังสิต ทีมของนายเดชา กลิ่นกุสุม




ซึ่งสำเนาเอกสารทางราชการที่ชาวบ้านนำมาเป็นหลักฐาน เป็นประกาศจากเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี สาขาธัญบุรี คดีแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 13635/2543 โดยพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในคดีนี้รวม 4 นัด นัดที่ 1 ในวันที่ 12 มีนาคม 2564 นัดที่ 2 ในวันที่ 2 เมษายน 2564 นัดที่ 3 ในวันที่ 23 เมษายน 2564 และนัดที่ 4 ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 พร้อมระบุแผนที่ชุมชนชาวบ้านบริเวณหลังห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต โดยชาวบ้านได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่าเมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพัน์ 2564 ประธานชุมชนร่วมมิตร ได้จูงใจให้เลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาเทศบาลรังสิต ในทีมผู้สมัครหมายเลข 1 โดยจูงใจว่าหากไม่เลือกตั้งผู้สมัครในทีมดังกล่าวจะช่วยเหลือไม่ให้ถูกบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินในชุมชนที่ผู้แจ้งอาศัยอยู่ โดยมาลงประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานให้ข้อมูลกับ กกต.จังหวัดปทุมธานีต่อไป


จากการสอบถาม นายคำดี นามสมมุติ ชาวบ้าน อายุ 60 ปี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18.00 น.ตนเองได้รับเอกสารประกาศขายที่ดินทอดตลาดจากนางอำนวย ประยูร ซึ่งเป็นประธานชุมชนหมู่บ้านร่วมนิมิต และเป็นมารดาของนายอเนก   ประยูร ที่ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สมาชิกเทศบาลนครรังสิต เขต 2 ทีมเดชาพัฒนา ที่มีนายเดชา กลิ่นกุสุม ลงสมัครเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครรังสิต หมายเลข 1  ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 28 มีนาคม 2564 หลังจากที่ได้รับเอกสารเกี่ยวกับการขายที่ดิน จำนวน 1 ชุด ที่ตนเองและชาวบ้านคนอื่น ๆ อีกกว่า70ครัวเรือนที่เช่าอาศัยอยู่กับครอบครัวตนรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก  ถ้าไม่มีที่อยู่ก็จะเดือดร้อน เนื่องจากชาวบ้านอยู่อาศัยกว่า50ปีแต่กลับพึ่งจะมีการประกาศขายที่ดินในช่วงนี้ที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น มีการหาเสียงเลือกตั้งกัน ครอบครัวเราจึงมีความกังวล เพราะว่าอยู่อาศัยมานานแล้วไม่มีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ขณะที่เขามาแจกเขาได้บอกว่า พวกเราจะไม่มีที่อยู่กัน หากชาวบ้านไม่ลงคะแนนเลือกให้นายเดชา เบอร์1เป็นนายกเทศบาลนครรังสิต ไม่เช่นนั้นเขาจะขายทอดตลาดบริเวณที่พวกเราอยู่กัน เราซึ่งเป็นชาวบ้านก็สงสัยทำไมถึงมาแจกเอกสารบอกชาวบ้านในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงหาเสียง ซึ่งครอบครัวของตนเองนั้นเช่ากับเจ้าของที่ในราคาเดือนละไม่เกิน 300 บาท แต่ละหลังจะมีค่าเช่าไม่เท่ากันแล้วแต่เนื้อที่ของแต่ละหลัง

     ด้าน นางใจดี นามสมมุติ ชาวบ้าน อายุ 50 ปี กล่าวว่า ปัจจุบันพวกเราชาวบ้านหาเช้ากินค่ำต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 รายได้ก็ไม่มี ทำมาหากินก็ลำบาก ยังมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนถูกซ้ำเติม ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุข เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18.00 น. ตนเองได้รับสำเนารับเอกสารเกี่ยวกับการขายที่ดินทอดตลาดรู้สึกกังวลมากนอนไม่หลับ เครียดมากเนื่องจากครอบครัวจะไม่มีที่จะอยู่ ไม่รู้ว่าจะไปอาศัยที่ไหน หากเขาจะไล่เราจริง ๆ เราก็ต้องไป เราเป็นชาวบ้านธรรมดา ตนเองและครอบครัวอาศัยที่แห่งนี้มานานกว่า 40 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีการแจ้งหรือมีข่าวว่าจะมีการขายที่ดินบริเวณนี้มาก่อน พึ่งจะมาก็ช่วงหาเสียงครั้งนี้ และชาวบ้านทุกหลังคาเรือนก็มีความตื่นตระหนกกันใหญ่ว่าเราจะไปอยู่ไหนกัน ยิ่งมีคนมาพูดให้พวกเราวิตกกังวลมากหลายเรื่อง เช่น จะไม่มีที่อยู่นะ เตรียมหาที่อยู่กันใหม่ หากชาวบ้านไม่ลงคะแนนเลือกเบอร์ 1 ให้นายเดชาฯ เป็นนายกเทศบาลรังสิต พวกเขาก็จะไม่ช่วยต่อรองให้ครอบครัวของตนเองจ่ายค่าเช่าประมาณเดือนละ 180 บาท หากไม่มีที่อยู่จริง ๆ ก็จะลำบากมาก.

ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปทุมธานี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน